กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. สามฉบับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมองว่าขัดกับสถานการณ์ปัจจุบันและทำลายหลักนิติรัฐ ลดทอนความเป็นอิสระของ ศอ.บต. พร้อมเรียกร้องให้คืนโครงสร้างการบริหารตาม พ.ร.บ. ศอ.บต. 2553 เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและส่งเสริมสันติภาพภายใต้กรอบกฎหมายเดิม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับทราบ รับรู้ปัญหาสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน พรรคประชาชาติ แล้วก็ผมเองเห็นว่า ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ผลพวง จากการปฏิวัติ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยคณะ คสช. นี่นะครับ มีการไปออกคำสั่ง ๓ ฉบับด้วยกัน ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมุมมองของ คสช. คิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ทางพรรคประชาชาติเราแลเห็นว่า ปัจจุบันนี้ได้พิสูจน์หลาย ๆ อย่างว่าคำสั่ง คสช. ๓ ฉบับ ก็คือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ คำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ และคำสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๙ สมควรที่จะมีการยกเลิกคำสั่งนะครับ จึงได้มีการยื่นญัตติเพื่อแก้ไขกฎหมาย ยกเลิกคำสั่งทั้ง ๓ ฉบับ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ต่อสภาแห่งนี้ ตั้งแต่ เปิดสมัยประชุมสภาใหม่ ๆ แล้วก็ลุ้นมาโดยตลอดนะครับว่า สภาเราจะมีการยื่นญัตติเข้าสู่ ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องนี้เมื่อไร อย่างไร เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด แต่ขออนุญาต อภิปรายในส่วนของหลักการและเหตุผลในการยกเลิกคำสั่งทั้ง ๓ ฉบับที่ผมได้พูดถึง เมื่อสักครู่นะครับ โดยหลักการก็คือต้องการให้มีการยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙
และฉบับสุดท้ายก็คือ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จำนวน ๓ ฉบับ เหตุผลที่ต้องการ ยกเลิก อย่างที่ผมได้กล่าวกับท่านประธานเมื่อสักครู่ เกี่ยวกับสถานการณ์การแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่มีมาหลายรัฐบาล สถานการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา คณะ คสช. ตอนที่ปฏิวัติใหม่ ๆ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้นก็ได้หันมามองการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเห็นว่าแนวทาง ที่จะแก้ไขปัญหาก็คือไปออกคำสั่ง คสช. ๓ ฉบับนะครับ แต่ระยะเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ผมและพรรคประชาชาติเรามองว่า คำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับไปทำลายหลักนิติรัฐ ไปทำลาย โครงสร้างการแก้ปัญหาที่มีอยู่ก่อนนี้หลายประเด็น หลายเรื่อง จึงเป็นที่มาที่จะต้องให้มี การยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่ แต่ท่านประธานครับ บังเอิญ พรรคประชาชาติเรายื่น ๓ ฉบับให้ยกเลิก แต่ปรากฏว่าก่อนหน้านี้หนึ่งในคำสั่งที่ทางพรรค และผมเป็นคนยื่น เจ้าของญัตติยื่นเข้าไปนะครับ ทางสภาได้มีการพิจารณาผ่านไปแล้ว ๑ ฉบับ ก็คือคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๗ ยังคงเหลือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ และ ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา แล้วก็คำสั่ง คสช. ที่ ๑๔ ที่ผมยื่นเข้าไปก่อนหน้านี้ สภาของเราผ่าน วาระที่ ๑ ตั้งกรรมาธิการ ผ่านวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เป็นเอกฉันท์ ดึงสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. กลับคืนมาภายใต้มาตรา ๑๙ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ เมื่อวานติดตามข่าว ทาง สว. ก็ลงมติ ๓ วาระรวดผ่านกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็จะให้มีการนำสภาที่ปรึกษาตาม มาตรา ๑๙ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. กลับมาใหม่ โดยให้มีการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นั่นคือคำสั่ง ที่ ๑๔ ที่ผ่านสภาไปแล้ว ทีนี้ถามว่า แล้ว ๒ คำสั่งที่ผมยื่นเข้าไปแล้ว ทำไมไม่พิจารณา ไม่บรรจุระเบียบวาระก่อนหน้านี้ เพราะทางสภามีหนังสือแจ้งว่า คำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ กับคำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ มันเกี่ยวข้องกับการเงิน ก่อนหน้านี้ ทีนี้ถ้ามา พิจารณาดูแล้วนะครับ กับญัตติของฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นเข้ามาถึงแม้ว่าจะไม่มีหนึ่งในคำสั่ง ที่ทางฝ่ายผมค้างอีก ๒ ฉบับนี้ แต่ทางพรรคและผมเชื่อมั่นว่าในชั้นกรรมาธิการ ทางฝ่ายกรรมาธิการหากผ่านวาระที่ ๑ แล้วจะดึงมาพิจารณาอีก ๒ คำสั่ง เพราะเป็นกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ทางฝ่ายรัฐบาลหรือ ครม. เป็นผู้เสนอ โดยไม่จำเป็นต้องให้ทางนายกรัฐมนตรี รับรองตามกฎหมาย ท่านประธานครับ ถามว่าเหตุผลทำไมนอกจากยกเลิกคำสั่ง ที่ ๑๔ ไปแล้ว อีก ๒ คำสั่งทำไมต้องยกเลิก ผมขออนุญาตไล่คำสั่ง ตอนปี ๒๕๕๗ ใหม่ ๆ นะครับท่านประธาน ที่ทาง คสช. ปฏิวัติ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และไปออกคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ เป็นเรื่องของ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้นนะครับ ก่อนหน้านี้ กอ.รมน. ว่าไป ในเรื่องของมิติในเรื่องของความมั่นคงในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ก็ว่าเน้นในเรื่องของการพัฒนาการแก้ปัญหามีอยู่ ๓ ระดับนะครับ ก็คือระดับนโยบาย ระดับ การนำนโยบายแปลงไปสู่การปฏิบัติ และระดับภาคไปสู่การปฏิบัติงานในพื้นที่จริง คำสั่ง คสช. ที่ ๙๘/๒๕๕๗ นี้ ปรากฏว่าอย่างไรครับท่านประธาน สมัยก่อน ศอ.บต. ภายใต้ พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ ศอ.บต. มีนโยบายอะไร ก็มี สมช. เป็นสภาที่ปรึกษา ไม่ต้องผ่าน ประธานคณะกรรมการ คปต. ซึ่งมี กอ.รมน. อยู่ในนั้น แต่ปรากฏว่า คสช. ในขณะนั้น พอปฏิวัติกลับไปออกคำสั่งมีคณะกรรมการ คปต. มาพิจารณาระดับนโยบายแปลงไปสู่ การปฏิบัติ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ คปต. ก่อน ซึ่งคณะกรรมการ คปต. ในขณะนั้นที่คำสั่ง คสช. ก็คือทางฝ่าย คสช. เป็นคนแต่งตั้ง ประกอบด้วย ประธาน กรรมการ อนุกรรมการ ผมไม่อยากลงรายละเอียดว่าประกอบด้วยใครบ้าง แต่โครงสร้าง การนำนโยบายแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เท่ากับว่า คปต. เป็นคนคุมอีกครั้ง ศอ.บต. ไม่มีอิสระ
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าตามคำสั่ง คสช. ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ในรายละเอียดคำสั่ง ยังระบุอีกว่าในระดับนโยบายไปสู่การปฏิบัติแบ่งเป็น ๒ ส่วน ท่านประธานครับ ส่วนที่ ๑ ก็คือให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการแผนปฏิบัติงานและแผนงาน อย่างที่ ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าก่อนหน้านี้ ศอ.บต. เขามี พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ เป็นอิสระในการทำงาน โดยมี สมช. เป็นที่ปรึกษา คำสั่ง คสช. นี้กลับกลายเป็นว่าให้ กอ.รมน. อยู่เหนือ ศอ.บต. อีกทอดหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือส่วนหนึ่งว่ามันไปทำลายระบบนิติรัฐ มันไปทำลาย โครงสร้างการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งการแก้ปัญหาไม่เฉพาะแต่มิติ ความมั่นคงอย่างเดียว แต่ ศอ.บต. ในฐานะที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ศอ.บต. เน้นในเรื่องของ การพัฒนา มีสภาที่ปรึกษา ตอนนั้นก็ไปยกเลิกสภาที่ปรึกษา แล้วให้ กอ.รมน. คุม ศอ.บต. พูดง่าย ๆ ใช้คำง่าย ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้ นั่นก็คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงเวลาที่ต้องให้ โครงสร้างเดิมของ ศอ.บต. กลับไปเป็นคนเดิม ตาม พ.ร.บ. ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ จริง ๆ มันมีหลายข้อ หลายประเด็น แต่ว่าอย่างที่ผมบอกท่านประธานครับ คำสั่งนี้ในระดับปฏิบัติงานก็เหมือนกัน กอ.รมน. อยู่ส่วนหน้าเป็นหน่วยงานหลัก สรุปแล้ว ง่าย ๆ ก็คือหลังจากปฏิวัติ ๒๕๕๗ ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นมาในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กอ.รมน. ก็คือเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานแม่ในการที่จะทำงาน หน่วยงานอื่น อยู่ภายใต้ต้องฟัง กอ.รมน. นั่นคือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ส่วนคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ผมไม่ลง รายละเอียด เพราะสภาเราผ่านไปแล้ว สภาที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชน กำลังจะกลับคืนมา พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดต่อไปเดือดร้อนก็สามารถที่จะร้อง สภาที่ปรึกษานี้ ตามคำสั่ง ที่ ๑๔ ที่มีการยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ตามญัตติที่ผมยื่นไป ภายใน ๑๒๐ วัน ท่านประธานครับ เพราะว่า สว. เพิ่งพิจารณาเสร็จเมื่อวาน คำสั่งอีกฉบับหนึ่ง ที่จำเป็นต้องมีการยกเลิกให้สอดคล้องกับคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ก็คือคำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ คำสั่งนี้มันล้อ หรือสอดคล้องกับคำสั่งเดิม ก็คือ ๙๘/๒๕๕๗ คือไประบุอำนาจของ คปต. ไปตั้งตัวแทนพิเศษ มีการตั้งตัวแทนพิเศษของรัฐบาลในขณะนั้น ถ้าท่านประธานจำได้ หลังจากปฏิวัติ ปรากฏว่าหลังจากที่คำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ เรื่อง การปรับปรุงการบริหารแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ คสช. ที่ออกมานี้ ในคำสั่งฉบับนี้ ก็คือให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิประสบการณ์ในการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ถ้าติดตามข่าวย้อนหลังตอนนั้น คนที่เป็น ผู้แทนพิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งกับนายกรัฐมนตรีที่มาจาก คสช. ตอนนั้น ส่วนใหญ่เป็นทหาร เกษียณราชการ เป็นผู้แทนพิเศษ บอกว่าจะมาปรับปรุงการแก้ไขปัญหา แล้วก็ให้อำนาจ อย่างไร ผู้แทนพิเศษนี้นะครับ ผู้แทนพิเศษนี้เป็นกรรมการ คปต. ซึ่งอย่างที่ผมบอกว่า คณะกรรมการ คปต. ตั้งขึ้นตามคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ และคณะกรรมการ คปต. นี้ ก็มาจาก ผู้แทนพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณที่เคยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นนายทหาร แล้วคณะกรรมการผู้แทนพิเศษนี้ ยังมีอำนาจได้รับ ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ เขายังระบุด้วยว่าตำแหน่งลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้แทนการค้า หรือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีขนาดนั้นเลยครับ ที่บอกว่าจะเข้าไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ มันกลายเป็นโครงสร้างอำนาจซับซ้อนหลายโครงสร้าง ไหน กอ.รมน. ก็มีแล้ว มาเป็นผู้แทน พิเศษของรัฐบาลอีก นี่กำลังบอกว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้มันมี หน่วยงานหรือโครงสร้างซับซ้อนหลายโครงสร้าง เรากำลังยกเลิกให้กลับไปสู่โครงสร้าง ที่มันไม่ซับซ้อน ที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่าย แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ คณะกรรมการ คปต. นี้ นอกจากจะมี สิทธิประโยชน์ได้รับค่าตอบแทนแล้ว ตอนท้ายของคำสั่งนี้ผมอ่านดูแล้ว ทำไมถึงต้องยกเลิก เพราะว่ามันไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณ มันเกี่ยวข้องกับงบประมาณตรงไหนครับ ผมไม่แน่ใจว่า ทำไมถึงต้องไประบุอย่างนี้ เขาบอกว่าในข้อ ๓ ของคำสั่งนี้ตอนท้าย ข้อ ๓ วรรคสอง การโอนงบประมาณส่วนราชการเดียวกันจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปดำเนินการในพื้นที่อื่น ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คปต. หรือตามระเบียบที่ คปต. กำหนด รายละเอียดตรงนี้ ผมถึงเข้าใจ ทำไมต้องตั้งประธานคณะกรรมการ คปต. มันไปอยู่ตอนท้าย แล้วมันไป เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ไประบุย้ำอีกครั้งนะครับว่ามีเจตนารมณ์เช่นใด ผมไม่ทราบคำสั่งนี้ แต่มันเกี่ยวข้องกับงบประมาณ พูดภาษาชาวบ้านก็คือว่า งบประมาณส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าจะเอาไปทำในพื้นที่อื่น แสดงว่าทำได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก คปต. หรือตามระเบียบที่ คปต. กำหนด คปต. ก็เป็นคนกำหนดระเบียบเอง เพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เหตุผลส่วนหนึ่ง ผมเกรงใจเวลาของสภาแห่งนี้ ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของเหตุผลอีกนานัปการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ตอนนี้ ผมว่าถึงเวลาแล้วนะครับ ที่วิธีการ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการแก้ กฎหมาย การออกคำสั่งต่าง ๆ ถึงตอนนี้สถานการณ์หลาย ๆ อย่าง เรามีคำสั่งของ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพกำลังเดินหน้าอยู่ อะไรต่าง ๆ ที่มันไปทำลาย โครงสร้างระบบนิติรัฐ หลักนิติธรรม ที่มีผลกระทบ หรือสร้างให้เกิดเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พอเถอะครับ แล้วมาทบทวนใหม่ สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มันอาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ถึงอาจจะไม่สำเร็จลุล่วงไปในวันสองวัน แต่ผมเชื่อว่าเราจะทำอย่างไร ต้องคิดจะทำอย่างไรไม่ให้เงื่อนไขใหม่เกิดขึ้น แล้วก็เงื่อนไข โครงสร้างเดิมของคำสั่ง คสช. พิสูจน์แล้วนะครับว่า มันมีอะไรแอบแฝง แล้วก็มันไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้เสียทีเดียว ทางที่ดีให้ ศอ.บต. กลับไปเป็น ศอ.บต. คนเดิม ภายใต้เจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ และมีสภาที่ปรึกษาเป็นตัวแทนของประชาชนให้กับพี่น้อง ประชาชนได้มีที่พึ่งต่อไปครับ ขอบคุณครับ