สกล ชี้ปัญหาขนส่งสาธารณะ ผลักดันท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗

สกล สุนทรวาณิชย์กิจ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางบก ฉบับแก้ไข โดยเน้นย้ำปัญหาการจัดการเส้นทางเดินรถที่ถูกกำหนดจากส่วนกลางซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะไปยังท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดปัญหาจราจรติดขัด และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรปราการ ปทุมธานี และปริมณฑล พร้อมผลักดันให้เพื่อนสมาชิกสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายพระราชบัญญัติขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านประธานครับ ปัญหาของ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันที่ทำให้ควรมีการตรา พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคือ การอนุมัติเส้นทางเดินรถ มาจากส่วนกลาง ส่งผลให้เส้นทางเดินรถไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนในท้องถิ่น อย่างแท้จริง เส้นทางที่ควรมีกลับมีน้อย หรือไม่มี แต่บางเส้นทางกลับมีสายรถมากเกินไป ปัญหาเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ต้องการใช้รถขนส่งสาธารณะ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ จะนำมาแก้ไขปัญหาโดยการกระจายอำนาจท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นสามารถออกแบบการบริหาร การบริการสาธารณะเพิ่มเติมเส้นทางรถเองได้นะครับ เหตุผลที่ควรทำให้ท้องถิ่นสามารถ กำหนดการเดินรถขนส่งสาธารณะเองได้ เพราะว่าท้องถิ่นเป็นราชการที่ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ว่าถนนไหน หมู่บ้านไหน ตำบลไหนที่มีจำนวนประชากรมากและมีความต้องการใช้รถขนส่ง สาธารณะมาก ผมขอยกตัวอย่างพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานีที่ อบต. คลองสาม อำเภอคลองหลวง ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ราว ๙๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งอันที่จริงก็ควรจะมีศักดิ์เป็นเทศบาลนคร ได้แล้วนะครับ ที่ อบต. คลองสาม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ย้ายออกไปจากกรุงเทพฯ มาซื้อบ้านพักแล้วก็กลับเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ แต่บนถนน เลียบคลองสาม กลับมีรถเมล์สายเดียวที่ให้บริการคือ สาย ๑๘๗ คลองสาม–อนุสาวรีย์ชัย มีรถตู้ สาย ๑๑๕๔ แต่วิ่ง ๓ เส้นทางครับ จากรังสิตเข้าไปที่หมู่บ้านพฤกษา ๑๒ พฤกษา ๑๓ และพฤกษา บี และมีสองแถวเชื่อมหัวท้ายถนนคลองสามไม่กี่คัน ซึ่งขนส่งสาธารณะเหล่านี้ แนวโน้มก็คือพา เข้าสู่รังสิตและพหลโยธิน แต่ไม่มีถนนสายไหนที่วิ่งไปถึงรถไฟฟ้าสายสีแดงหรือสายสีเขียว ซึ่งเป็นรถไฟขนส่งมวลชนหลักในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ของประชาชน นี่คือความต้องการ ของประชาชน ดังนั้น เขาก็ต้องต่อรถเปลี่ยนสาย เสียเวลา ไม่สะดวกอย่างยิ่ง และไม่มีเส้นทางรถไปในพื้นที่อื่นที่ควรจะไป เช่น โรงพยาบาลคลองหลวงที่คลองหก ที่กระทรวงสาธารณสุขผลักดันหนักหนา โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคแต่ค่าเดินทางแท็กซี่ ไปกลับ ๔๐๐ บาทนะครับ คนอำเภอคลองหลวงทั้งอำเภอเขารู้ดีครับ ท่านประธานครับ เส้นทางเดินรถที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการและจำนวนรถที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ เป็นการผลักภาระให้ประชาชน จำเป็นต้องลงทุนในการซื้อรถยนต์ใหม่ เพื่อเดินทาง ส่งผลให้รถติดครับ การจราจรบริเวณถนนเลียบคลองสามติดขัดอย่างมาก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน และเป็นการเพิ่มปริมาณรถบนถนนรังสิต-นครนายก ถนนบางขันธ์-คลองหลวง และพหลโยธิน ซึ่งติดอยู่แล้วก็ติดมากขึ้นไปอีก ปัญหารถขาดแคลน ไม่ใช่แค่พื้นที่ผมอย่างเดียวนะครับ เพื่อน สส. คุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี เขต ๒ ได้ฝากมาบอกว่า ชาวบ้านก็บ่นนะครับ รถสาย ๓๓ สาย ๙๐ หรือ ๑-๒๗ จำนวนรถ ไม่เพียงพอ ก็ขอให้เพิ่มจำนวนรถนะครับ การอนุมัติเส้นทางเดินรถเมล์ในจังหวัด แม้จะเป็น คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด และมีอัยการจังหวัด ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นกรรมการ แต่ก็ถือว่ามาจากส่วนกลางนะครับ เพราะราชการส่วนภูมิภาคคือราชการส่วนกลางที่ส่งมา ปกครองตามเขตการปกครองนะครับ กรรมการเหล่านี้ก็เป็นข้าราชการที่มีการโยกย้าย ไปประจำอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ไม่ยึดโยงกับพื้นที่ที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่นะครับ แม้ในพระราชบัญญัติฉบับเดิมจะมีการกำหนดให้มีนายกเทศมนตรีคนเดียวเป็นกรรมการ แต่ก็ไม่มีทางที่คนเดียวจะเข้าใจพื้นที่ทั้งจังหวัดได้ การที่ให้ราชการส่วนกลางมาปี ๒ ปี ก็เกษียณ หรือย้ายไปจังหวัดอื่น มาวางแผนจัดทำขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ทันมีความเข้าใจ ในจังหวัดดี กว่าจะตั้งหลักได้นานเท่าไรก็ไม่รู้ คนในท้องถิ่นเขามองเปรี้ยงเดียวเขาก็รู้แล้วครับ ว่าตรงไหนคือปัญหา ไม่เสียเวลาปล่อยให้ประชาชนรับกรรมของขนส่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไปเรื่อย ๆ หรอกครับ ท่านประธานครับ ผมได้ทำเส้นทางรถที่มีต้นทางอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ทุกสายในจังหวัดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถตู้ หรือรถสองแถวนะครับ

ขอสไลด์นะครับ ท่านประธานเห็นหรือไม่ครับว่า เส้นทางเกือบทั้งหมด จะกระจุกตัวอยู่ที่ถนนวิภาวดี พหลโยธิน และรังสิต-นครนายก หากมองดูดี ๆ บริเวณ หนองเสือที่มุมขวาบน จะมีเส้นเดียวทั้งอำเภอ และเส้นนั้นก็ไม่ได้วิ่งผ่านทั่วทั้งอำเภอด้วย ทำให้คนอำเภอหนองเสือเดินทางไปยังอำเภออื่น ๆ ได้อย่างยากลำบากนะครับ ถ้าไม่มี รถส่วนตัวเขาก็ไปไหนไม่ได้เลย หรือทางสามโคก ลาดหลุมแก้ว ที่มุมซ้ายบนก็เช่นกัน ที่มีรถเมล์ผ่านไม่กี่เส้นนะครับ แต่พื้นที่เขากว้างมาก ประชาชนไม่มีขนส่งสาธารณะใช้ และจะเห็นได้ว่าเส้นทางเดินรถที่มีในปัจจุบันไม่ได้คิดถึงโอกาสที่คนในพื้นที่จะได้รับเลย ขอยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีนักศึกษาที่อาศัยอยู่ที่ลำลูกกา คลอง ๑๒ สอบติดจะไปเรียนที่ มศว. องครักษ์ รังสิต-นครนายก คลอง ๑๖ ถ้าเส้นทางที่สะดวกและต่อรถน้อย จริง ๆ แล้ว เขาจะต้องเสียเวลานั่งรถเมล์ย้อนลำลูกกาครับ จากขวาสุดไปซ้ายสุด จนไปถึงฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต แล้วค่อยนั่งรถต่อเข้าไปจากซ้ายสุดไปขวาสุดจนถึงรังสิต-นครนายก คลอง ๑๖ นะครับ ซึ่งจะดีกว่าไหมถ้าเกิดมี ๑ สายที่ตัดทะลุจากเหนือใต้ที่คลอง ๑๒ ลำลูกกาเลย เป็นต้น เขาไม่ต้องเสียเวลานั่งอ้อมนะครับ สิ่งเหล่านี้คนส่วนกลางที่ไม่เข้าใจพื้นที่ก็ไม่สามารถ ตัดสินใจได้ดีเท่าคนท้องถิ่น สิ่งที่เราแก้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ ให้ท้องถิ่นเข้ามามีอำนาจ ตัดสินใจกำหนดเส้นทางเดินรถ จำนวนผู้ประกอบการขนส่งและจำนวนผู้โดยสารให้เพียงพอ ประโยชน์ทั้งหมดใครได้รับครับ ก็ประชาชนไม่ใช่หรือครับ แต่ผ่านมาตั้งนานทำไม สิ่งเหล่านี้มันไม่เกิด เพราะว่าท่านไม่ไว้ใจ ไม่ให้อำนาจในการตัดสินใจกับท้องถิ่น แล้วส่วนกลางจะไปรู้ดีกว่าท้องถิ่นได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้อำนาจเป็นของนายก อบจ. ในการบริหารจัดการคมนาคมภายในจังหวัด ขอ ๑ นาทีครับ ให้ท้องถิ่นตัดสินใจรูปแบบเอง ออกแบบเส้นทางเดินรถเอง กำหนดมาตรฐาน กำหนดคุณภาพ ในการให้บริการเอง ท้องถิ่นนั้นจะแข่งกันทำดีนะครับ เพราะถ้าหากทำไม่ดี ประชาชนจะเป็น ผู้ตัดสินผลงานโดยเลือกหรือไม่เลือกในสมัยหน้าเอง หากกระจายอำนาจส่วนนี้ไปให้ท้องถิ่น โดยตรง จะตรงต่อความต้องการของประชาชนได้มากกว่า ผมจึงขอสนับสนุน พ.ร.บ. ขนส่งทางบกฉบับนี้

และสุดท้ายนี้ ในฐานะผู้แทนราษฎรที่ต้องการแก้ไขปัญหาขนส่งสาธารณะ ของจังหวัดปทุมธานีและชาวไทยทั้งประเทศครับ ผมอยากฝากถึงเพื่อน สส. ในสภา ผู้แทนราษฎรให้สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพราะถ้าท่านอยากให้จังหวัดของตัวเองเจริญ ลูกหลานไม่ต้องมีรถส่วนตัวก็เดินทางได้ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้ประชาชนมีเงินเก็บ มากขึ้น ประชาชนไร้พุง มีสุขภาพดีเพราะได้เดิน ลดผู้สูงอายุติดเตียง นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็เดินทางมาเที่ยวจังหวัดท่านได้ เพราะเดินทางสะดวก แล้วก็จะไม่เป็นเมืองรองอีกต่อไป กลิ่นความเจริญที่เพื่อน สส. เคยบอกว่าหอม หลังจากตั้งรัฐบาลเมื่อปีที่แล้วนะครับ มันก็จะ ได้หอมจริง ๆ เสียทีนะครับ ขอบคุณครับ