ละออง ติยะไพรัช หารือผลการศึกษาการแยกกัญชงออกจากกฎหมายกัญชา และเน้นย้ำความจำเป็นในการส่งเสริมการใช้กระท่อมในทางเศรษฐกิจและแพทย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการวิจัย สร้างโรงงานสกัดสารจากกระท่อม และควบคุมการใช้ในกลุ่มเยาวชนอย่างเข้มงวด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เชียงรายนะคะ วันนี้รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง การแยกกัญชงออกจากกฎหมายว่าด้วยกัญชา และการควบคุมการใช้พืชกระท่อม การควบคุม การใช้พืชกระท่อมดิฉันก็เห็นด้วยว่าการใช้กระท่อมในเยาวชนนี้ นำพืชกระท่อมไปผสมกับ ยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์มันจะเป็นปัญหาในเรื่องหลายอย่าง ทั้งเรื่องความรุนแรง และเรื่องของการที่ทำอะไรไม่มีสติ อันนี้ก็คือเรื่องที่สำคัญ เรื่องที่สำคัญนี้จะแก้ไขปัญหาได้ ก็คือการให้ความรู้ ความรู้ไม่ใช่เฉพาะการที่เอาไปผสมกับสารเสพติดอย่างอื่น แต่การให้ความรู้ ในเรื่องของคนที่จะใช้ใบกระท่อมว่าในเรื่องของการรักษา เรื่องเบาหวาน เรื่องความดัน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ คือมันจะต้องมีความรู้ ในวันที่เราปลดกระท่อมออกจากยาเสพติด เราตื่นเต้นกันมาก กระท่อมนี่ปลูกกันต้นละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทก็ซื้อมา เพื่อจะมีความหวัง ในด้านเศรษฐกิจ แต่วันนี้เป็นอย่างไรคะท่านประธาน คนปลูกกระท่อมเขาไม่มีทางเลือก ว่าจะทำอย่างไรดี แต่เราต้องยอมรับก่อนว่ากระท่อมจากการที่ศึกษามามันมีสารสำคัญ ไม่ว่า Mitragynine ในเรื่องของการรักษา ในเรื่องของเจ็บป่วย การอักเสบ Seven Dioxy เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันสามารถทดแทนในเรื่องของมอร์ฟีนได้ อันนี้คือความรู้ แต่ความรู้เหล่านี้ เราสามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติมหาศาลได้อย่างไร อันนี้รัฐบาลจะต้องดูแล ว่าทำไมวันนี้สารเหล่านี้สกัดแล้วขายไม่ได้ ทำไมพืชกระท่อมปลูกกันทั่วไปน่าจะสร้างเศรษฐกิจ ให้กับประเทศ อันนี้ดิฉันมองว่าประโยชน์ของกระท่อม เพราะเพื่อนสมาชิกหลายคน ก็พูดในเรื่องของกัญชงและกัญชาไปหลายท่านแล้ว และดิฉันก็เห็นด้วยนะคะว่ากัญชง กับกัญชานี้ต้องแยกจากกัน เพราะว่าสาร THC เรารู้ว่าในกัญชาจะมีมากกว่าในกัญชง อันนี้เราก็ต้องแยก เมื่อสักครู่นี้คุณฐิติมา ฉายแสง ได้พูดอย่างชัดเจนว่ามันแตกต่างกันอย่างไร เราสามารถแยกกันอย่างไร แต่ดิฉันจะขอกลับมาพูดในเรื่องกระท่อมว่า วันนี้โดยเฉพาะ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ปลูกกระท่อมกันมาก ดิฉันมองว่าเป็นล้าน ๆ ต้นนะคะ ท่านประธาน โดยเฉพาะในภาคเหนือก็มี ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ต้น อันนี้คือถ้าเราสามารถ ที่จะทำโรงงานสกัดสาร Mitragynine หรือ Seven Dioxy ได้ แล้วก็ให้ความรู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร และรัฐบาลจะส่งเสริมโรงงานอย่างไร ดิฉันมั่นใจว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ปลดกระท่อมออกจากยาเสพติด มันสามารถสร้างมูลค่ามหาศาลได้ แต่วันนี้มันไม่มีอนาคต ดิฉันก็ถามหลายคนว่าทำไมกระท่อมมันถึงส่งออกไม่ได้ หรือว่า ทำอะไรไม่ได้เลย เขาก็ว่าติดที่หน่วยงานราชการหน่วยใดหน่วยหนึ่ง วันนี้ดิฉันเองในฐานะ ที่เราอยู่ในพื้นที่ และในฐานะคนที่เรายกมือให้กระท่อมออกจากยาเสพติด เราก็มีความหวัง ว่าประเทศเราจะสามารถสร้างธุรกิจ สร้างอุตสาหกรรมทางด้านยาให้กับประเทศชาติเราได้ อันนี้ดิฉันมีความหวังอย่างนั้น แต่ในเรื่องที่มีปัญหาของเยาวชนที่ติดกระท่อม แล้วก็ เกิดความรุนแรงขึ้น มีผลทางประสาท ดิฉันว่าเรื่องตรงนี้ก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้อง เข้มงวดให้กับเยาวชนหรือผู้ใช้เป็นสารเสพติด อันนี้ดิฉันก็อยากให้ ป.ป.ส. เอง หรือรัฐบาล เองควบคุมตรงนี้ และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ กระท่อมที่ปลูกไป อยากให้เกษตรนี้ ว่าการปลูกกระท่อมที่จะสามารถสกัดได้ ต้นน้ำก็คือหมายถึงผลิตต้นไม้ แล้วเราไม่ควรใช้ สารเคมีอย่างไร ๒. การรักษาต้นอย่างไร ๓. เราผลิตภัณฑ์จะเป็นอย่างไร สิ่งนี้รัฐบาล จะต้องให้การดูแลหรือกระทรวง อว. หรือ สกสว. ที่ใช้งบในการวิจัยมากมายต้องเข้าไปดู อย่างเข้มงวด ไม่ใช่ว่างานวิจัยออกมาเป็นว่ารักษาตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะมี ผลิตภัณฑ์ของกระท่อมที่สามารถส่งออกหรือใช้ในอุตสาหกรรมยาแทนมอร์ฟีนได้ ซึ่งตอนที่เรา ออกกฎหมายฉบับนี้เขาบอกว่าสาร Mitragynine สามารถลดการอักเสบได้ Seven Dioxy ดีกว่ามอร์ฟีนเป็น ๑๐ เท่า และทำให้แผลที่ออกมาในการผ่าตัดดีขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่เราได้รับรู้รับทราบมา แต่ทำไมกระทรวงสาธารณสุขเอง หรือว่าในกรรมาธิการของการศึกษา กระท่อม ทำไมเราไม่ได้มองว่าผลดีหรือผลเสียของกระท่อมเราจะเอามาทำอย่างไร อันนี้ดิฉัน รู้สึกว่าเสียดายในการที่เราทำรายงานว่าเราควบคุมกระท่อม ควบคุมอะไร ดิฉันก็พยายาม อ่านหนังสือเล่มนี้นะคะว่าเขาควบคุม ควบคุมด้านไหน ควบคุมอย่างไร มันไม่มี มีแต่ควบคุม ว่าไม่ให้เยาวชนใช้เป็นสารเสพติด แต่ในการควบคุม ในการปลูกหรือการส่งเสริมที่จะเป็น พืชเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้ เราควรจะมีช่องทางไหนที่จะให้กระท่อมสามารถ เป็นพืชทางด้านเศรษฐกิจเราได้ อันนี้คือดิฉันก็พยายามอ่านในเล่มนี้ว่ามันต้องมี เหรียญมันมี ๒ ด้านเสมอ ด้านที่มันเสียประโยชน์กับด้านที่ได้ประโยชน์ แต่ว่าเราจะทำอย่างไร การศึกษา น่าจะครอบคลุมมากกว่านี้ค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันก็ต้องขอบคุณนะคะ