ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือการปฏิรูปพรรคการเมืองโดยเสนอให้การจัดตั้ง ดำรงอยู่ และยุบเลิกเป็นไปอย่างสะดวก พร้อมผลักดันให้มีสภาประชาชนภายในพรรคเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดอิทธิพลของบุคคลภายนอก และเสนอเปลี่ยนระบบสมาชิกให้เป็นตลอดชีพโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม เพื่อคลายข้อจำกัดในการดึงดูดสมาชิก รวมทั้งเรียกร้องให้เปิดช่องทางระดมทุนอย่างสุจริตผ่านการขายสินค้าออนไลน์และปรับปรุงระบบกองทุนพัฒนาการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ยุติธรรมในการยุบพรรคที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยองค์กรอิสระไม่กี่คน แทนที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินผ่านการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การลงโทษหรือยุบพรรคอย่างชัดเจน แทนการใช้วิจารณญาณโดยไม่เปิดเผย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษา ทำงานอย่างหนักแล้วก็ได้รายงานชุดนี้มา ซึ่งผมมองเห็นว่าเป็นข้อดีมาก ๆ เลยที่ชี้ถึงจุดด้อย ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง ปี ๒๕๖๐ ฉบับที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันนี้ ประเด็นนี้น่าสนใจมาก ประเด็นหลัก ๆ ๓ ข้อ ก็คือว่าพรรคการเมืองต้องจัดตั้งได้ง่าย ต้องดำรงอยู่ได้ และต้องสิ้นสุด ได้ยาก ๓ ข้อ ตรงนี้ผมมองว่าอาจจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ และผมก็จะขอเสริมนิดหนึ่งนะครับ เป็นเส้นเลือดฝอยเข้าไปอีก ๓ ข้อ ฝากไว้ให้พิจารณานะครับ ก็คือพรรคการเมืองต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วก็ต้องแทรกแซงได้ยาก ๓ ข้อ ครั้งนี้คงเป็น ครั้งที่ผมชู ๓ นิ้วในสภาและไม่โดนคดีนะครับ ในส่วนของเส้นเลือดฝอยผมอธิบายนิดหนึ่งนะครับ ผมอาจจะมีข้อเสนอที่เรียกว่ายังไม่มีใครพูดถึง ก็คือมีสภาประชาชนของแต่ละพรรคการเมือง พรรคการเมืองมีสภาที่สามารถตรวจสอบพรรค ตรวจสอบนักการเมือง เพราะเราเห็นแล้วว่า องค์กรอิสระปัจจุบันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อาจจะเป็นเพราะว่าองค์กรเล็กหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ลึกซึ้ง แต่ถ้าเรามีสภาประชาชนของทุกพรรคการเมือง เราจะตรวจสอบ นโยบายพรรค ตรวจสอบนักการเมือง ใครซื้อเสียง ใครทุจริต คนข้างในเองนี่ละจะรู้แล้วก็ สามารถตรวจสอบ สามารถที่จะตัดสิทธินักการเมืองคนนั้น สามารถที่จะขับออกจากพรรคได้ ตรงนี้จะเป็นหูเป็นตาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ช่วยเหลืองานขององค์กรอิสระได้อย่างดี ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเจ้าของพรรคก็จะไม่สามารถแทรกแซงได้ นายทุนพรรคก็ไม่สามารถ แทรกแซงได้ เพราะเรามีสภาประชาชนที่คอยตรวจสอบอยู่ แต่ถ้าเกิดสภาประชาชนจะไม่ดีเอง ก็แล้วแต่พรรคนั้นเลย เราก็ต้องปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ตอนนี้กลับมาถึงเรื่องของ ๓ เสาหลัก เส้นเลือดใหญ่ของรายงานฉบับนี้ พรรคการเมืองต้องจัดตั้งได้ง่าย ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของ การหาสมาชิกพรรคนะครับ ทุกท่านที่เป็นนักการเมืองแล้วเคยลงไปหาสมาชิกพรรค จะทราบได้ว่ามันยากมาก ๆ ขนาดที่ว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่คนเลือกมาอันดับหนึ่ง คนรักเราจำนวนมาก เราก็ยังไม่สามารถดึงดูดให้มาสมัครสมาชิกพรรคได้เลยนะครับ อย่าว่าแต่เก็บสตางค์ ๑๐๐ บาทเลย ให้ฟรียังไม่เอาเลยครับ ถึงแม้เขาจะชอบพรรคนะครับ แต่เขามีเหตุผลร้อยแปดพันประการที่จะไม่สมัครเป็นสมาชิก ขอรักนะแต่ไม่แสดงออก เพราะมันมีปัญหามากมายนะครับท่าน มันไม่ง่ายเลย แล้วตรงจุดนี้จะบอกว่าปัญหาพรรค การเมืองตั้งใหม่ พรรคการเมืองที่ไม่มีคะแนนเสียงอย่างเรายิ่งยากไปกว่านี้หลายเท่านะครับ เราจึงได้ยินคำว่า มีการจ้างให้มาสมัครสมาชิก ๓๐๐ บาทบ้าง ๕๐๐ บาทบ้าง ๑,๐๐๐ บาทบ้าง อันนี้เกิดขึ้นนะครับ แต่เราจะไปว่าพรรคเล็กเหล่านั้นก็คงลำบาก เพราะว่าเขาไม่มีทางเลือก จริง ๆ มันไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้เราอยากจะให้ตัดไปเลยนะครับ ไม่จำเป็น ต้องจ่ายค่าสมาชิก และเวลาสมัครแล้วก็ให้เป็นตลอดชีพไปเลย ไม่ต้องมาต่อสมาชิกภาพอีก เสียเวลามากเลยครับตรงนี้ แล้วถ้าเกิดประชาชนคนนั้นอยากจะเปลี่ยนพรรคก็ไปลาออก แล้วสมัครสมาชิกใหม่ก็เป็นตลอดชีพเหมือนกัน ไม่ต้องจ่ายเงินนะครับท่าน
ข้อ ๒ พรรคการเมืองต้องดำรงอยู่ได้ เรื่องนี้หลายคนก็พูดไปแล้วนะครับ ทำไมถึงไม่ให้หาเงินโดยสุจริต ทำไมต้องไปหาเงินอย่างทุจริตละครับ การขายของออนไลน์ เป็นวิธีการหาเงินที่สุจริตและดีที่สุดแล้วนะครับ ก็ยังไม่ให้เราขายออนไลน์ แล้วคนที่อยู่ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เขาต้องบินมากรุงเทพมหานครมาซื้อที่สาขาพรรคหรือครับ อันนี้เกิดขึ้น มีปัญหามากมายเลย เวลาเราไปออกกิจกรรมเอาของไปตั้งขาย ปรากฏว่าแถวยาวเฟื้อยเลย เพราะว่าเขาไม่สามารถซื้อออนไลน์ได้ แล้วเวลาซื้อก็ต้องขอบัตรประชาชนมาจด เลขบัตรประชาชนในใบเสร็จอีก แถวรอเป็นชั่วโมงเลยนะครับ ตรงนี้อยากให้ทำให้มันง่ายขึ้น การหาเงินแบบสุจริตเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือครับ ท่านไม่ควรจะมาเจ้ากี้เจ้าการ หรือมามีกฎบังคับกับเรื่องเหล่านี้เลย ควรจะไปดูคนที่ทุจริตรับเงินนายทุน รับเงินใต้โต๊ะ จัดโต๊ะจีนโต๊ะละ ๓๓๐,๐๐๐ บาท อย่างนั้นดีกว่าไหมครับ กองทุนเพื่อการพัฒนาการเมือง ก็เช่นกัน คนบริจาคผ่านภาษีเขาต้องการบริจาคให้พรรคอยู่แล้ว ก็ยังต้องไปเบิกกับกองทุน ของ กกต. อีก และการจะจัดงานแต่ละครั้งต้องตั้งโครงการไว้ ๓ เดือน ๔ เดือนล่วงหน้า ถึงจะจัดได้ แล้ว กกต. ก็ต้องไปตรวจ Check อีกตามสถานที่จัดงานของเรา ก็สิ้นเปลือง ทรัพยากรทุกอย่าง ทั้ง กกต. ต้องนั่งรถไปหลาย ๆ เรื่อง ประชาชนที่เขาบริจาคเงินภาษี คนละ ๕๐๐ บาท ไม่ได้มากเลยนะครับ แล้วเขาก็ตั้งใจบริจาคให้อยู่แล้ว ควรจะโอน ให้พรรคการเมืองไปเลยนะครับ ไม่เช่นนั้นเท่ากับว่าท่านดูถูกประชาชนนะครับ ท่านดูถูกว่า ประชาชนบริจาคให้พรรคการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือครับ ท่านไม่ควรจะเก็บเงินไว้เอง แล้วก็มาคอยบังคับว่าพรรคการเมืองต้องเอาเงินไปใช้อะไรบ้าง เมื่อประชาชนบริจาคแล้ว ควรจะเป็นของประชาชนเลย
ข้อ ๓ ก็คือส่วนของพรรคการเมืองต้องสิ้นสุดได้ยาก อันนี้คนทำผิดแต่ทำไม ไปยุบพรรค ทำไมไม่ลงโทษที่ตัวบุคคล หลายครั้งหลายคราวนะครับกรรมการบริหาร ยกตัวอย่างปี ๒๕๕๐ มีการยุบพรรคนะครับ ยุบพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด ตอนนั้นก็คือ พรรคไทยรักไทย มี สส. ๓๗๗ คน แล้วก็มีประชาชนเลือก สส. บัญชีรายชื่อในครั้งนั้นถึง ๑๙ ล้านคน แต่ท่านกลับให้ศาลรัฐธรรมนูญมาสั่งยุบพรรค ผ่านมาอีกไม่กี่ปี ปี ๒๕๕๑ ก็มีการยุบพรรคพลังประชาชนอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วตอนนี้ท่านก็ยังมีการตัดสิทธิ นักการเมืองตลอดชีพ ซึ่งการตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีพถือเป็นการประหารชีวิต นักการเมืองเลย หรือแม้แต่การตัดสิทธิ ๑๐ ปี ก็เท่ากับเป็นการจำคุกนักการเมืองนะครับ เขาทำอะไรไม่ได้ตอนนั้น คดีที่ร้ายแรงขนาดนี้ท่านไม่ควรปล่อยให้คนเพียง ๙ คนมาตัดสิน ชีวิตของนักการเมืองหรือชีวิตของพรรคการเมืองนะครับ โดยส่วนใหญ่ก็ใช้วิจารณญาณ คนที่กำลังทำผิดไม่รู้ตัวว่าทำความผิด คดีร้ายแรงขนาดนี้ควรจะต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจน ว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิด ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้วิจารณญาณมาตัดสินคนนะครับ และคนที่ตัดสินว่า ควรจะยุบพรรคหรือไม่ ควรจะเป็นประชาชน ไม่ควรจะเป็นองค์กรอิสระอย่างที่คุณเชตวัน เตือประโคน ได้พูดไปนะครับ ถ้าพรรคนั้นจะเสื่อมลง จะถูกยุบลง ก็เพราะประชาชนไม่เลือก ไม่ใช่เพราะคนเพียง ๙ คน มาบอกว่าต้องยุบนะครับ ท่านประธานครับ พรรคที่มีคน ๕๐๐ คน จัดตั้งขึ้นมา มีคน ๑๐๐,๐๐๐ คน สมัครเป็นสมาชิก และมีอีก ๑๔ ล้านเสียงเลือกเข้ามา แต่กลับถูกคนเพียง ๙ คนมาตัดสินนะครับ ผมตอนนี้เรียนหลักสูตร ปปร. อยู่ ของสถาบัน พระปกเกล้า มีหัวข้อหนึ่งนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญกับการเมืองไทย ได้มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ยกตัวอย่าง ท่านพูดว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความยุติธรรมอยู่นะครับ ลองดูคำวินิจฉัย ที่ ๓๐/๒๕๖๓ เป็นคำวินิจฉัยที่เรียกอาจารย์ท่านหนึ่งมารายงานตัวแล้วไม่ยอมมา คสช. จึงสั่งฟ้องคดี และสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกฟ้อง เห็นไหมครับว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีความยุติธรรม ผมยกมือถามเลยครับ ผมยกมือถามอาจารย์ อาจารย์ครับ ในที่ใด ๆ ในโลกนี้ ศาลใด ๆ ในโลกนี้ ถ้ามีความยุติธรรมจริง อาจารย์ไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างใดตัวอย่างหนึ่ง ขึ้นมาเลยครับว่ายุติธรรม ทุกคดีควรจะยุติธรรม ฝากไว้ให้คิดนะครับ ขอบคุณครับ