ธีระชัย ชี้รัฐธรรมนูญต้องสืบสานเจตนารมณ์ปวงชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว หารือเกี่ยวกับการส่งเสริมสถาบันการเมืองให้ใกล้ชิดประชาชน โดยวิพากษ์ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญและการยึดอำนาจที่ส่งผลต่อพรรคการเมือง พร้อมสนับสนุนข้อเสนอเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออภิปรายแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณา เรื่อง ข้อเสนอในการส่งเสริม สถาบันการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ผมต้องขอชื่นชม จะชื่นชมกี่ครั้งผมก็ต้องขอชื่นชม ในวันนี้ของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านได้อ่าน ได้พิจารณา ผมมาอ่านซ้ำอีก เพื่อพิจารณาแล้วทั้งหมด โดยข้อสรุปเท่านั้นเอง ในข้อสรุปทั้งหมดนี้ผมคิดว่าถ้าผู้ที่กำลัง จะยึดอำนาจหรือกำลังจะทำอะไรที่ตามนิสัยที่เขาทำมาตั้งแต่นานมาแล้ว เขาก็คงจะตาสว่าง แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ถ้าพูดถึงการเมืองหรือพรรคการเมืองมันก็อดที่จะพูดถึงประวัติศาสตร์ ไม่ได้ ทุกครั้งหรือเกือบจะทุกครั้งด้วยซ้ำ คนเล่นไม่ได้ร่าง คนร่างไม่ได้เล่น ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ หลาย ๆ ฉบับนะครับ ที่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยมานี้ไม่ต้องเอ่ยอ้างหรอก เวลามันน้อย เพราะฉะนั้นกระผมติดตามเรื่องนี้ ผมคิดว่าช่วงที่ผมเกิด ผมอาจจะเกิดหลังท่านอดิศร ผมคิดว่าประชาธิปไตยมันจะเบ่งบานในช่วง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่กระบวนการประชาธิปไตย ได้เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ในการยึดอำนาจจากเผด็จการกลับมา คือวันมหาวิปโยค และมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๑๗ คือปี ๒๕๑๗ ผมคิดว่า แน่นอนที่สุดเราจะต้องได้เป็นประชาธิปไตย ตอนนั้นผมยังเรียนมัธยมอยู่ครับ เพราะฉะนั้น คำว่าอายุอานามอะไรต่าง ๆ ที่ท่านว่ามานี้ผมเห็นด้วยทั้งหมดเลยละ ทั้งหมดในกระบวนการ ที่ท่านว่ามานี้ เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ก็ใช้ได้ปีกว่า ๆ ครับ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็มายึด อำนาจอีก พอยึดอำนาจอีกแล้วแต่มันจะตั้งครับ มันจะตั้งคณะปฏิรูปอะไรก็แล้วแต่ ไม่เคยเห็นปฏิรูป สุดท้ายก็มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๒๑ รู้สึกว่าจะยึด ๒ ครั้ง สงัด ชลออยู่ ตายไปแล้ว เอ่ยชื่อได้ครับ ยึดอำนาจเมื่อปี ๒๕๑๙ ปี ๒๕๒๑ ท่านเกรียงศักดิ์ยึดอำนาจอีกครับ ก็มาร่าง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๒๑ เพราะขณะนั้นเขาจะปฏิรูป ๒๐ ปีครับ ไม่รู้จะปฏิรูปอะไร อย่างไร ท่านเกรียงศักดิ์ก็เห็นว่าท่านอยากจะเป็นประชาธิปไตย ก็เลยร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา เมื่อปี ๒๕๒๑ เขาเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ จากประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กลับมาเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบเมื่อปี ๒๕๒๑ ครับ และหลังจากนั้นมา ผมคิดว่าเราก็น่าจะตาสว่างอีกนะครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ที่อยู่ในสภาได้สร้าง สสร. ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่คิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยมากที่สุด ฉบับหนึ่ง ผมได้เป็น สส. เมื่อปี ๒๕๔๔ ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ สุดท้าย ปี ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ก็ยึดอำนาจอีกครับ พอยึดอำนาจอีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เกิดขึ้นมาอีก ผมก็เจ็บใจไม่แพ้ท่านอดิศร ไม่แพ้พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ถูกยุบ ที่เขายึดอำนาจตอนนั้น เช่นเดียวกันพรรคพลังประชาชน ผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ผมต้องถูกเว้นวรรค ๕ ปี ต่อไป ที่ท่านเขียนมามันไม่จำเป็นจะต้องมีถูกเว้นวรรคหรอก เสนอแนะเลย ผมอ่านไม่หมดนะครับว่า ไม่จำเป็นต้องถูกเว้นวรรค ๕ ปี คณะกรรมการบริหารถ้ามันยุบ ก็คนเล่นไม่ได้ร่าง คนร่างไม่เล่น อย่างไรครับ ความเจ็บปวดมันจะยึดโยงกับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อคณะกรรมการ บริหารเขาเลือกขึ้นมา เขาเรียกว่าพรรคการเมืองไม่ได้ตั้งมาเพื่อยุบนะครับ พรรคการเมือง มันจะต้องตั้งง่ายขึ้น เหมือนตั้งสมาคมชาวไร่อ้อยผมนี่ละครับ ไม่จำเป็นจะต้องมีถึง ๕๐๐ คน หรือ ๒๕๐ คนหรอกครับ ๙ คนก็ตั้งได้ แต่ถ้าพรรคการเมืองนั้นมีผู้นำดี ๆ มีสมาชิก คนชื่นชอบ ก็ให้เขาเลือกไปสิ ทำไมจะต้องตั้งยาก ๆ ทำไมจะต้องใช้อย่างนั้นอย่างนี้นะครับ แม้แต่กระทั่งที่ท่านบอกว่า Primary Vote Primary Vote ก็ไม่จำเป็นละครับ ถ้าจะจำเป็น ก็คือให้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง อย่างพรรคการเมืองใหญ่ ๆ คนลงสมัครเยอะ แย่งกันลง ก็ Primary Vote สิครับ ว่าจะเลือกเอาใคร Primary Vote เลย แต่ถ้าพรรคการเมืองพรรคเล็ก พรรคน้อยหาคนลงไม่ได้ก็ให้เขาตามสบาย ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไร อยู่ที่ข้อบังคับพรรค ท่านเสนอมาดีทั้งหมดครับ ตั้งแต่หมวด ๑ ทั้ง ๖ ข้อ ผมเห็นด้วยหมด หมวด ๒ ข้อ ๑-๑๘ ผมเห็นด้วยหมดครับ หมวด ๓ ข้อ ๑-๓ ผมเห็นด้วยครับ หมวด ๔ ข้อ ๑-๒ เห็นด้วยครับ หมวด ๕ รายได้พรรคการเมือง ๑-๘ เห็นด้วย แต่ต้องมีความโปร่งใสชัดเจน ตรวจสอบได้ กองทุนเพื่อพัฒนาการเมือง ๑-๖ ผมก็เห็นด้วย หมวด ๗ การใช้จ่ายของหมวดการเมือง ข้อ ๑ ข้อ ๒ ก็เห็นด้วยครับ พรรคการเมืองสิ้นสุดได้ยาก ก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว เวลาเราร่างกฎหมายเราสิ้นสุดระยะ มีแต่พวกไม่ได้ร่างกฎหมายมันมายึดอำนาจ ใช้รัฐธรรมนูญ ๑๗ ข้อเท่านั้นละ ที่มันยึดอำนาจแล้วก็มายุบพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราก็มาเล่น ผมก็ไม่อยากจะไปให้ร้ายป้ายสีอะไร เท่าไร เรามากับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขาไหวตัว ไหวตัวโดยใช้ อำนาจต่าง ๆ ที่กระทำกับพวกเราอยู่ ณ วันนี้ ก็คือผมไม่อยากเอ่ย เหมือนท่านอดิศรพูด หัวหน้าเราคือ กกต. นั่นละครับ นักการเมืองกลัว กกต. พ่อแม่ยังไม่กลัวเท่ากับ กกต. เลยครับ กลัวแต่จะทำความผิดโน่น นี่ นั่น อะไรต่าง ๆ มันก็ทำมาต่าง ๆ และอีกส่วนหนึ่ง ผมก็ไม่เอ่ยอ้างละครับ เพราะผมเจอมาแล้ว ก็เจอมาแล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ท่านเจอ ผมให้กำลังใจนะครับ ให้กำลังใจอยู่สภาแห่งนี้ ส่วนเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นเรื่องของเรา แต่กฎหมายที่ท่านได้ศึกษามาแล้ว เราจะต้องเอาความเป็นจริงเกิดขึ้นให้ได้ เริ่มต้นตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว หรือจะแก้ไขกฎหมาย พรรคการเมือง หรือ กกต. อะไรก็แล้วแต่ที่ท่านศึกษามาแล้ว ต้องเอาให้มันเป็นจริงให้ได้ เราต้องมาช่วยกัน ร่วมไม้ร่วมมือกันใน ๕๐๐ คนของสภาแห่งนี้ เอาให้เป็นประชาธิปไตยให้ได้ เราอย่าทะเลาะกัน เราอย่าเพิ่งลงถนนกันนะครับ เพราะถ้าลงถนนเมื่อไร มันจะเรียกพวกนั้น มาอีกครับ เราอยู่ในสภานี้ละ เอาให้แหลกลาญในสภานี่ละครับ เราจะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ แก้ไขกฎหมายในสิ่งที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชนให้ได้ครับ ผมขอสนับสนุนตามที่ท่านได้ศึกษามา ขอขอบพระคุณครับ