สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย รับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมือง ให้ยึดโยงกับประชาชน ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรนะครับ จากรายงานฉบับนี้ผมก็ค่อนข้าง เห็นด้วยในหลักการครับ ที่ท่านผู้เสนอนำเสนอไว้เป็นหัวข้อหลัก คือพรรคการเมืองจะต้อง เกิดง่าย อยู่ได้ ตายยากครับ แต่ก็อาจจะมีบางเรื่องที่ผมอาจจะยังเห็นต่างอยู่เล็กน้อย ซึ่งจะขอค่อย ๆ ลงรายละเอียดต่อไปนะครับ ขั้นแรกครับ เราคงจะพอทราบความสำคัญ ของพรรคการเมืองกันดี เพราะอย่างน้อยเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ที่นี่ก็สังกัดพรรคการเมือง แต่ความสำคัญของพรรคการเมืองไม่ได้มีแค่ไว้ให้เราสังกัดครับ โดยหลักการแล้ว พรรคการเมืองเองต้องมีความยึดโยงกับประชาชนและต้องยึดโยงอย่างมากด้วย เพราะโดยหลักการพรรคการเมือง คือตัวแทนของผลประโยชน์ของประชาชน เป็นที่รวมกัน ของพลเมืองที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะทางเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา อุดมการณ์ เพื่อมาผลักดันข้อเรียกร้องต่าง ๆ หรืออุดมการณ์ต่าง ๆ ของประชาชนที่ไว้วางใจพรรคนั้น พรรคการเมืองมีความสำคัญในแง่นี้ แล้วพรรคการเมืองแต่ละพรรคโดยปกติแล้วจะเติบโต หรือล้มหายตายจากก็เป็นเพราะจำนวนคนที่สนับสนุนครับ ไม่ว่าจะมีเยอะขนาดไหน ถ้าพรรคการเมืองเติบโตก็แปลว่าพรรคนั้นตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือ เป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างดี ส่วนพรรคที่เสื่อมลงก็เพราะประชาชนไม่เอาด้วย ไม่เชื่อถือ ที่ผมกล่าวมานี้คือพรรคการเมืองในสภาวะปกติครับ สาเหตุที่พรรคการเมืองต้อง ตั้งง่าย เพราะพรรคการเมืองต้องเป็นพื้นที่ในการรวมตัวกันของกลุ่มอุดมการณ์ที่แตกต่าง หลากหลาย เป็นชุมชนทางการเมืองหรือที่เราเรียกกันว่า Political Community ให้คน ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกันมาอยู่ร่วมกันและสะท้อนอุดมการณ์นั้นผ่านข้อเสนอ นโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมือง และกลุ่มอุดมการณ์เหล่านี้ต้องมีที่ยืนในสังคมครับ ต้องสามารถนำเสนอความคิดของตัวเองสู่สังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นสุดขั้ว สุดโต่ง หรือไม่ตรงจริต ของเราขนาดไหนครับ เพราะท้ายที่สุดพรรคการเมืองจะอยู่ได้ก็เพราะเขาได้สื่อสารอุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อของเขาออกไป แล้วจะมีประชาชนเห็นด้วยมากน้อยขนาดไหน มีคนที่พร้อม สนับสนุนขนาดไหน จะเอากับเขาด้วยขนาดไหน ก็เรื่องของเขาครับ จะเป็นพรรคขวาจัด พรรคศาสนา พรรคทหาร พรรคคอมมิวนิสต์ ก็ต้องสามารถให้เขาพูด ให้เขาเสนอความคิด สู่สังคมได้ครับ ถ้าคนไม่ซื้อพรรคก็เจ๊งครับ อุดมการณ์ที่คร่ำครึ ไม่ทันยุคทันสมัย มันตายไปเองครับ นั่นคือพัฒนาการของโลกครับ จินตนาการถึงการเมืองที่ดีของคน ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่แล้ว เราผ่านสังคมยุคชนเผ่า ยุคราชาธิปไตย ยุคสาธารณรัฐ ยุคคอมมิวนิสต์ มาจนถึงประชาธิปไตย สารพัดแบบครับ ในอนาคตเราอาจจะมีจินตนาการทางการเมืองแบบใหม่ ๆ ขึ้นมาอีก ที่จะให้โอกาสคนส่วนน้อย ที่ไม่ถูกฟังเสียงครับ กลุ่มศาสนา ชาติพันธุ์ กลุ่มเพศหลากหลาย กลุ่มที่ทำพื้นที่รายประเด็น กลุ่มที่เป็นตัวแทนของชนชั้น เราต้องยอมรับความจริงครับว่า ในความเป็นจริงที่เรา อยู่ร่วมกันนี้ เราจะเขียนกติกาให้คนเหล่านี้ไม่มีที่ยืนอย่างนั้นหรือครับ มากไปกว่านั้นครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบได้ อย่างที่ผมพูดไปครับ การเกิดต้องเกิดง่าย อยู่ได้ ตายยากครับ ในเล่มนี้เราเห็นครับว่าเกิดง่าย เกิดจากประชาชนที่ดีมาก ๆ อยู่ได้ครับ เรื่องเกี่ยวกับการเงินต่าง ๆ ที่ว่าไปก็ทำให้อยู่ได้ดีครับ ตรงนี้ผมอาจจะเห็นต่างนิดหน่อยครับ คืออย่างเรื่องเพดานเงินบริจาค ผมคิดว่าไม่ต้องมีก็ได้นะครับ ใครอยากบริจาคเท่าไร บริจาค ไปเลยครับ ไม่ต้องกังวลครับ ปัจจุบันทำให้เป็นเรื่องปกติ เอาเรื่องที่มันเป็นการ Lobby อยู่ใต้ดินขึ้นให้มาอยู่บนดินครับ ให้มีหลักฐานไปเลยว่าพรรคไหน กลุ่มทุนไหน บริจาคให้ใคร เท่าไร ประชาชนจะได้รู้ไปเลยครับว่าพรรคการเมืองไหนรับเงินกลุ่มทุนไหน และอนาคต ทำนโยบายเอื้อหรือไม่ ให้รู้ไปเลยตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งครับ ไม่ต้องมาแอบแล้วให้เราไปจับผิด กันเองว่าคนนี้เชื่อมโยงคนนี้ ให้ทุกคนรู้ไปเลยครับว่าพรรคนี้เป็นพรรคนายทุนใหญ่ นายทุนน้อย พรรคชนชั้น พรรคความหลากหลาย พรรคทหาร เอาให้มันชัดไปเลยครับ ซึ่งจะนำไปสู่ เรื่องยุบยากนะครับ ถามว่าทำไมต้องยุบยากครับ เราต้องอย่าลืมว่าพรรคการเมืองเกิดมาจาก ประชาชนที่หลากหลาย เป็นตัวแทนของคนกลุ่มต่าง ๆ อุดมการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ส่วนอื่น ๆ ที่เกินเลยไปสำหรับพรรคการเมืองก็มีกฎหมายตัวอื่นที่คอยป้องปราบอยู่แล้ว มีกฎหมาย อาญา มีรัฐธรรมนูญที่ยับยั้งการกระทำใด ๆ มากมายนะครับ ซึ่งจุดนี้ละครับ เป็นจุดอีกจุด ที่ผมจะเห็นต่างจากรายงานฉบับนี้ ในรายงานฉบับนี้บอกว่าพรรคการเมืองควรถูกยุบได้ เมื่อมีความผิดร้ายแรง ซึ่งจริง ๆ แล้วคำนี้ก็ยังเป็นคำที่หละหลวมและเลื่อนลอย แต่ถูกนำมาใช้ ในการประหัตประหารกันทางการเมืองตลอดเวลา เป็นอะไรที่ยังมีการใช้วิจารณญาณอยู่นะครับ รายงานฉบับนี้เราสามารถเห็นว่าเราจะเขียนกฎหมาย หรือแก้กฎหมายต่าง ๆ ได้อย่างไร แต่ข้อนี้ครับ ในเรื่องของศีลธรรมอันดีและความสงบเรียบร้อย ก็ยังยืนยันครับว่ามันเป็นคำ ที่มีปัญหาทางกฎหมายมากครับ ถูกนำมาเล่นงานพรรคการเมือง ถูกนำมาเล่นงานประชาชน มากมาย คำ ๆ นี้ไม่ควรปรากฏอยู่ในกฎหมายฉบับใดอีกแล้วนะครับ เราในฝ่ายนิติบัญญัติ ทุกท่านในฐานะผู้เขียนกฎหมายคงจะทราบกันดีนะครับว่า การเขียนกฎหมายที่ดีต้องเปิดให้มี วิจารณญาณน้อยที่สุด และคำนี้ก็เป็นคำในเชิงนามธรรมที่ต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว เต็มไปหมดครับ ไม่เคยมีการนิยามมันอย่างชัดเจนจริง ๆ ด้วยซ้ำ จุดนี้ยังเป็นปัญหา และพรรคการเมืองไม่ควรถูกด้อยค่าด้วยคำแบบนี้ครับ และอย่างที่ผมกล่าวมาตั้งแต่แรกครับ พรรคการเมืองนั้นเกิดขึ้นมาได้แปลว่ามีประชาชนสนับสนุนครับ พรรคนั้นยืนอยู่ บนอุดมการณ์บางอย่าง มันถึงเวลาแล้วที่ประชาธิปไตยต้องเบ่งบานครับ พรรคไหน อยากสนับสนุนยาเสพติดถูกกฎหมาย สนับสนุนการเล่นงานฝ่ายตรงข้าม พูดไปเลยครับ มีกฎหมายจัดการเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วครับ พรรคไหนอยากสนับสนุนให้ใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ อยากสนับสนุนให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ให้เขาพูดไปครับ มันเป็นสิทธิของเขา เวลาเราพูดถึงประชาธิปไตย เราต้องเปิดพื้นที่ในการถกเถียงให้คนที่มีจำนวนน้อยที่สุด ได้ยืนยันอุดมการณ์และความเชื่อของเขาครับ ในสังคมนี้การเมืองนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ ที่อุดมการณ์ทุกอุดมการณ์จะต้องถูกพูดถึง และเปิดพื้นที่อุดมการณ์เหล่านั้นมีสิทธินำเสนอ ความเชื่อของตัวเองครับ การเติบโตและร่วงโรยของพรรคการเมืองล้วนเกิดจากฐาน อุดมการณ์ พรรคไหนถูกใจประชาชนเราก็จะเห็นเติบโตจากหลักสิบเป็นหลักร้อย เราเห็นมาแล้วนะครับ พรรคไหนที่ไม่ตอบสนองประชาชน เราก็จะเห็นว่าพรรคที่ไม่พัฒนา ตัวเอง ย่ำอยู่กับที่ไม่ได้สะท้อนอุดมการณ์ของประชาชนจากที่เคยเป็นพรรคใหญ่หลักร้อย ก็อาจเหลือหลักสิบ ไม่ถึงครึ่งร้อยก็มีครับ เต็มไปหมดครับ นี่คือวัฏจักรของพรรคการเมือง ผมอยากจะยืนยันอย่างนี้ครับ ในเมื่ออำนาจสถาปนาพรรคการเมืองมาจากประชาชน อำนาจเดียวที่จะยุบพรรคการเมืองได้ก็ต้องเป็นอำนาจของประชาชนครับ ถ้าพรรคมันแย่ พรรคมันไม่ดี พรรคมันไม่ตอบสนองอุดมการณ์ของประชาชน ประชาชนจะลงโทษ พรรคนั้นเองแล้วก็ไม่มีคนสนับสนุนเองครับ ยิ่งพรรคนั้นประชาชนเลือกมาแล้วห่วยแตก เราก็ต้องเชื่อครับว่ากระบวนการประชาธิปไตยมันเป็นแบบนี้ มันต้องเรียนรู้ร่วมกัน ต้องเคารพว่าประชาชนคิดได้ ตัดสินใจเองได้ อย่าให้ใครที่ไหนที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่า ฉลาดกว่าประชาชน ดีกว่าประชาชน มาสั่งให้คนนั้นคนนี้หยุดการกระทำ แล้วก็มาบอกว่า เขาเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบและกระบวนการประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้มาจาก เสียงประชาชนเลยด้วยซ้ำ แล้วก็มาชูอุดมการณ์รักชาติมั่ว ๆ ซั่ว ๆ โดยที่ไม่ได้ต้องต่อสู้ อุดมการณ์อื่น ไม่มีหลัก ไม่มีเกณฑ์อะไรแบบนี้เลยครับ ขอบคุณครับ