ปิยรัฐ จงเทพ ตั้งกระทู้ทวงความคืบหน้าการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ที่ล่าช้าและมีปัญหาการเชื่อมต่อกับมาเลเซีย แม้ใช้งบไปแล้วกว่าพันล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่ความมั่นคง รวมถึงการขาดความชัดเจนในการเจรจาและข้อตกลงร่วมกับมาเลเซีย จึงเรียกร้องให้กรมศุลกากรและรัฐบาลชี้แจงความโปร่งใสและเร่งรัดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตพระโขนง บางนา พรรคก้าวไกล ผมมีประเด็นสำคัญครับท่านประธาน แล้วก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องเสียหายของ ประเทศของเรา โดยเฉพาะเรื่องที่ต่อเนื่องมานานเรียกว่า มหากาพย์ ก็ได้ครับ ก็ขอถาม ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ทราบว่าท่านรัฐมนตรี ติดภารกิจครับ ผมไม่ติดใจประเด็นนี้ครับ ถ้าจะให้ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบแทน เพราะว่าท่านเองก็รับผิดชอบในงานของ กรมศุลกากรอยู่แล้วครับ เพราะว่าประเด็นวันนี้ผมได้ถามเรื่องประเด็นเกี่ยวกับด่านศุลกากร สะเดาแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่ ผู้แทนเขตอำเภอสะเดานะครับ ผมผู้แทนเขตพระโขนง บางนา เพียงแต่ว่าผมทำหน้าที่หนึ่ง ในฐานะคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศครับ ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชุมชนชาวบ้านด่านนอก ซึ่งอยู่ใน อำเภอสะเดา แล้วก็ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่นั้น ก็ฝากเรื่องมาทางกรรมาธิการ ดังนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานขึ้นสไลด์นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เป็นหน้าของเว็บไซต์ของทาง กรมศุลกากรเองนะครับ ผมขออนุญาต Capture มานะครับ ก็เป็นโครงการด่านสะเดา หรือด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ครับ ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็มีงบประมาณก่อสร้างถึง ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ อันนี้เป็นงบตั้งต้นก่อนนะครับ เดี๋ยวมันยังมีงบตัวอื่นอีก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ซึ่งผู้รับผิดชอบคือกรมศุลกากร ก่อสร้างเริ่มต้นสัญญาเมื่อปี ๒๕๕๙ ซึ่งอยู่ในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สไลด์ต่อไปก็คือว่า ภาพนี้เป็นอาคารที่สร้างเสร็จแล้วนะครับ เห็นไหม ยิ่งใหญ่มาก ด่านสะเดาของเราใช้งบเป็นพันล้านบาทเลยนะครับ ก่อสร้างยิ่งใหญ่ กว้างใหญ่ ไพศาลมาก หลายร้อยไร่ และที่สำคัญคือว่าตัวอาคารสร้างเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้ว มีบ้านพักข้าราชการ มีพื้นที่ ตม. ให้รับผิดชอบ ดีมากครับ ผมเดินทางลงไปดูหลายรอบแล้ว ติดตามเรื่องนี้ จะเห็นว่าก่อนจะเข้าสู่คำถามผมขออนุญาตเกริ่นไปถึงเรื่องที่ไปที่มา สักเล็กน้อยภายในเวลาแน่นอนครับ เนื่องจากว่าด่านศุลกากรแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จึงได้ชื่อว่า ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ทำไมต้องมีคำว่า แห่งใหม่ แปลว่า ปัจจุบันนี้ยังมีด่านศุลกากรสะเดาเดิมอยู่ ซึ่งอยู่ที่บ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ปัจจุบันก็ยังเปิดทำการอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับด่าน Bukit Kayu Hitam ของประเทศมาเลเซีย ด่านศุลกากรสะเดานี้ได้ชื่อว่าเป็นด่านที่มีการค้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย เดิมทีเป็นพรมแดนทั่วไปเลยครับ มีอายุมาเป็นร้อยปีแล้วครับด่านนี้ สร้างเม็ดเงินมหาศาล ให้กับประเทศไทยนับ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ถือว่าสูงที่สุดในประเทศแล้วครับ ผมขออนุญาตเล่าถึง Story ที่ไปที่มาของด่านแห่งนี้สั้น ๆ ครับท่านประธาน ตัวหนังสือ อาจจะเล็กนิดหนึ่ง แต่ว่าเดี๋ยวฟังสรุปก่อนก็ได้ แผนการก่อสร้างมันมีมาตั้งแต่สมัยยุคอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ และมติ ครม. เดินหน้าโครงการนี้ในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ในปี ๒๕๕๕ และผู้ลงนามก่อสร้างคือ ในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี ๒๕๕๙ และไทยกับมาเลเซียก็ได้พูดคุยกัน มาเลเซียก็เดินหน้าพัฒนาโครงการทางฝั่ง Bukit Kayu Hitam ของเขา ทางเราก็เดินหน้า ทางฝั่งสะเดา จังหวัดสงขลาต่อไป อนุมัติโครงการไปมิถุนายน ปี ๒๕๕๙ เสร็จสิ้นมิถุนายน ปี ๒๕๖๒ ใช้งบประมาณ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่ประเทศไทยกลับประสบปัญหาครับ ท่านประธาน ประสบปัญหาคืออะไรครับ มาเลเซียก็เข้าใจว่าเขาสร้างในพื้นที่ด่านเดิมของเขา ใช้ถนนเส้นเดิม ขยายเลนหน่อยหนึ่ง ขยายอาคารหน่อยหนึ่งเท่านั้นพอ แต่ประเทศไทย กลับไปสร้างในอีกที่ที่หนึ่ง ใช้ชื่อสะเดาเหมือนกัน ไปสร้างห่างจากจุดเดิมประมาณ ๕-๖ กิโลเมตร แล้วไม่พบมีทางเข้าออกครับ เหมือนเราสร้างบ้านแต่เราไม่รู้ว่าทางเข้าออก อยู่ตรงไหนครับท่านประธาน เราสร้างบ้านก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไปเอาทางมา ปรากฏว่าเราต้อง มาเวนคืนที่ครับ จ่ายค่าอาสินให้กับประชาชนอีกในการมาซื้อที่ดินเพิ่ม ในการก่อสร้างถนน ไปเชื่อมกับมาเลเซียอีก ๘๗๕ ล้านบาท ซึ่งปรากฏว่ามาเลเซียก็ประท้วงกลับมาว่า เขาไม่รู้เรื่องเลยว่าไทยจะไปสร้างจุดนั้นแล้วเขาไม่รู้ว่าจะสร้างทางมาเชื่อมเขาตรงไหน เขาไม่สามารถที่จะสร้างทางเชื่อมใหม่ไปหาไทยได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากในพื้นที่ตั้งแต่ ปีที่ก่อสร้างครับ ท่านอดีตนายก อบต. สำนักขามก็ทำหนังสือไปถึง คสช. ในยุคนั้นว่า ถ้าท่าน ทำแบบนี้มาเลเซียไม่รับรู้แบบนี้มีปัญหาแน่ ทางกรรมาธิการของวุฒิสภาผมจำได้ว่า เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศของวุฒิสภา ได้เรียกหน่วยงานมาสอบถามเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศก็ตอบว่าไม่ได้รับรู้เรื่องเลยในการก่อสร้าง จนกระทั่งสร้างเสร็จแล้ว ถึงเรียกกระทรวงการต่างประเทศไปช่วยเจรจากับทางมาเลเซียว่า เรามาหาทางเชื่อมกันเถอะ ปรากฏว่าไทยก็เลยเสนอแผนเข้าไปว่า ขอสร้างทางเชื่อมที่ ๒๓/๙ ถึง ๒๓/๑๐ พูดง่าย ๆ ว่า หมุด ๒ หมุดนี้เป็นหมุดที่อยากให้มาเลเซียสร้างมาเชื่อมกับเรา ปรากฏว่าชาวบ้านก็โวยวาย ว่าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อพื้นที่ก่อสร้างปัจจุบันนี้ไม่ได้ผ่านชุมชนด่านนอกแล้ว พูดง่าย ๆ ว่าไปเลาะตะเข็บชายแดนมาครับท่านประธาน แล้วก็ไปขอเข้ารั้วเขาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ผ่านชุมชนบ้านด่านนอก เกรงว่าจะประสบปัญหาเหมือนด่านที่ปาดังเบซาร์ ด่านขาวแดง ท่านประธานน่าจะรู้จักซบเซามากครับ ไม่มีผู้คนแล้วเหมือนแต่ก่อน ฉะนั้นชาวบ้านบ้านด่านนอกได้รับผลกระทบแน่นอนถ้ามีการก่อสร้างในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้น จึงเป็นคำถามต่อมา ไปสไลด์ต่อไปครับ ผมจะพาไปดูหมุดที่ว่าพื้นที่สีเหลือง ที่ Highlight ไว้ คือฝั่งไทย นั่นคือระหว่างหมุด ๒๓/๙ และ ๒๓/๑๐ พื้นที่สีฟ้านั่นคือ ด่านของมาเลเซียที่จะขอเขาทำถนนผ่านไป แต่ปรากฏว่าเขายังไม่ตอบว่าทำได้ เพราะว่า มันเป็นพื้นที่ที่ต้องไปผ่านค่ายทหารของเขา มันกระทบต่อความมั่นคงของเขา เขาไม่ยอม อันนี้คือสิ่งที่ผมได้รับข้อมูลมา ต่อไปจะเห็นว่านี่คือภาพมุมสูง เราจะเห็นว่าภาพมุมสูงนี้ จะเห็นถนนครับ สีเหลือง ๆ ที่เขา Highlight ไว้ นั่นคือไทยต้องไปเวนคืนที่ดินแล้ว สร้างงบประมาณเพิ่มอีก ๘๐๐ กว่าล้านบาท ไปทำถนนใหม่ มาเลเซียก็ขอให้เขาทำสีฟ้าเข้ามา ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าเขามีถนนเดิมอยู่แล้ว แล้วเขาเพิ่งทำเสร็จ ก็ไปขอให้เขาทำเพิ่ม เขาก็บอกว่า อย่างนั้นยังไม่ตกลงกันนะครับ
ต่อไปครับ ตามภาพนี้ท่านจะเห็นว่าทางเชื่อมที่ว่านี้ ไปดูครับ บ้านด่านนอก ที่เห็นด้วยกันนี้นะครับ ชุมชนบ้านด่านนอก Highlight สีชมพูอ่อน ๆ นั้น นั่นคือชุมชน ที่เติบโตมานับร้อยปีต่อเนื่องมา เป็นชุมชนที่ค้าขายทางด่านชายแดนและกิจการชายแดน มาตลอดนับร้อยปีครับท่านประธาน ท่านจะตัดถนนผ่านใหม่เป็นสีเหลือง ดูสิครับ ไม่ผ่าน ชุมชนบ้านด่านนอก แต่ไปขอให้มาเลเซียทำถนนตัดผ่านใหม่อีก เป็นภาระของทางมาเลเซียอีก นี่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยทำไว้ ผมก็เลยจะถามท่านรัฐมนตรีไปหลายครั้ง ผ่านทางกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีตอบมานะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ ตอบมา เป็นหนังสือผ่านกรรมาธิการ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ผมอ่านแล้วครับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าผม ก็ยังมีคำถามอยู่ครับ
คำถามแรกของผมนะครับท่านประธานว่า กระบวนการที่ท่านบอกว่า ท่านกำลังเจรจาอยู่นี้ แล้วเจรจากันหลายรอบ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหลายครั้ง ไม่รู้ว่ากี่รอบแล้ว ตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา ท่านบอกว่าตอนนี้ได้ข้อยุติแล้ว จะเอาตามแผนใหม่ที่ว่านี้ ผมอยากทราบว่าตกลงว่าแผนที่ว่านี้คือแผนเดิมอยู่ใช่ไหมครับ ว่าผ่านหมุดที่ ๒๓/๙ ถึงหมุดที่ ๒๓/๑๐ นี้ แล้วท่านจะเจรจากันอีกสักกี่รอบ แล้วจะได้คำตอบชัด ๆ อีกเมื่อไร และที่สำคัญคือมาเลเซีย หมายถึงว่า สรุปแล้วมาเลเซียตกลงกับเรา คุยกับเรารู้เรื่องแล้ว ใช่ไหมครับท่านประธาน นี่เป็นคำถามที่ ๑ ครับ ขอบคุณครับ