จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องด่านสะเดา จังหวัดสงขลา โดยนำเสนอความคืบหน้าการเจรจา และการสั่งการของรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว และระบุว่า การก่อสร้างด่านชายแดนสะเดาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2568
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มาตอบกระทู้ของท่านปิยรัฐ ในประเด็นของด่านสะเดาที่จังหวัดสงขลานะครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในขณะนี้ ความคืบหน้าในเรื่องของการเจรจา ท่านสอบถามมาประเด็นหลัก ๆ ว่าไปถึงไหนแล้ว ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า วันที่เรามารับเป็นรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว มันมีปัญหาจริง ๆ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะลงไปในพื้นที่ เพื่อที่จะไปดูตัวด่านเอง ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย เมื่อประมาณช่วงปลายปีที่แล้ว มีการสั่งการ อย่างชัดเจนในหลายประเด็นนะครับ
ประเด็นที่อยากจะฝากเรียนต่อท่านสมาชิกประเด็นแรกเลยนะครับ ก็คือ เรื่องของตัวด่านเอง เพราะว่าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมามีการทำด่านชายแดนจำนวนมาก ของกรมศุลกากร แต่ละด่านต้องใช้คำว่า อลังการ นะครับ คือใหญ่โตมาก เรามาเห็นแล้ว บางครั้งมันก็เกินจากความจำเป็น ก็มีการสั่งการให้กำหนดว่า ต่อไปในกรณีที่ทาง กรมศุลกากรจะทำด่านเชื่อมชายแดนให้ดูตามขนาดและความเหมาะสม ให้ทำ Package ออกมาเป็น Size ที่เรียกว่า S M L ด่านขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ก็ว่ากันไป แต่ตัวสะเดานี้จำเป็นจะต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะท่านก็ทราบดีว่ามีการเคลื่อนย้าย ของประชากรแล้วก็สินค้าจำนวนมหาศาล ในปี ๆ หนึ่งในตัวเลขเก่าประมาณปีละ ๕ ล้านคน ที่เอาแค่ประชากรที่เดินข้ามไปข้ามมาแล้วก็จะไปพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ในช่วงปีนี้ที่ผ่านมา เพียงแค่ ๗ เดือน ตัวเลขแตะ ๔ ล้านกว่าแล้ว คือคาดว่าจะมากกว่าปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นประโยชน์กับการค้าขายกับตัวเลขของประเทศ ในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจนะครับ ในขณะนี้การเจรจาที่ได้ดำเนินการมา ผ่านมาแล้ว ๔ ครั้งครับ ครั้งแรกก่อนหน้าที่จะเป็นรัฐบาลชุดปัจจุบันนะครับ ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ ก็มีการหารือกันเรื่องของ Conceptual Design ครั้งต่อมาพฤษภาคม ปี ๒๕๖๖ มีการเจรจาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อที่หลักเขตแดน ที่ท่านเรียนเมื่อสักครู่ ผมคงไม่เอ่ยถึง ชื่อของหลักเขต ชื่อยาวนะครับ แล้วก็มีการพูดคุยกันถึงรายละเอียดต่าง ๆ แต่ครั้งต่อมาครับ เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างหลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปตรวจเยี่ยม แล้วก็มีการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ในการไปพบปะกันในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อของด่านชายแดนที่สะเดา มันไม่เรียบร้อย ก็ได้ยินว่ามีการหารือที่เป็นประโยชน์นะครับ สุดท้ายก็มีการประชุมครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๗ กำหนดกรอบระยะเวลา การดำเนินการก่อสร้างโครงการ ซึ่งฝ่ายไทยเองจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างถนนส่วนที่ จะเชื่อมต่อกัน ซึ่งเป็นโครงการระยะที่ ๒ ในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๗ และจะเสร็จในเดือน กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๙ นะครับ ซึ่งทางฝ่ายมาเลเซียจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนของเขา ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ และจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๙ นะครับ เพราะฉะนั้น ๒ ฝั่งจะมาเชื่อมกันในช่วงต้นปีไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๙ และเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เองครับ ที่เมืองปีนัง มาเลเซีย ก็ได้มีการประชุม โดยยอมรับรายละเอียด ของทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างจากจุดเชื่อมต่อบริเวณหลักเขตแดนไปยังด่านศุลกากร สะเดาแห่งใหม่และด่าน Bukit Kayu Hitam ซึ่งทั้ง ๒ ฝ่าย ถนนฝั่งมาเลเซียจะมีระยะทางอยู่ ๘๐๐ เมตร ได้รับการจัดสรรงบประมาณและมีผู้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว เริ่มก่อสร้าง เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ ซึ่งจะเสร็จในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๘ ถนนฝ่ายไทยยาวทั้งสิ้น ๘๗๕ เมตร โดยประมาณนะครับ ก่อสร้างระยะที่ ๑ เป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทางเกือบ ๖๐๐ เมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว ระยะที่ ๒ เป็น ๖ ช่องจราจร ระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร ใช้งบประมาณจากงบกลาง ปี ๒๕๖๗ ซึ่งทางสำนักงบประมาณได้จัดสรรให้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๗ แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๘ ซึ่งจะสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อการก่อสร้างถนนของฝ่ายมาเลเซียแล้วเสร็จ คือต้องเชื่อมกัน ผมเรียนด้วยความเคารพครับว่า จากที่ได้ตอบไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในขณะนี้กระบวนการ ในการ Clearing พื้นที่ของการก่อสร้างเริ่มแล้วนะครับ การเจรจา ๒ ฝ่ายจบสิ้น ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ท่านเป็นห่วงได้จบกระบวนการเจรจานะครับ ถนนจะมีการเชื่อมต่อและแล้วเสร็จ ในระยะเวลาปี ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้นะครับ เราก็จะเห็นการใช้งานที่เป็นปกติของด่านสะเดา เชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียครับ ขอบพระคุณครับ