ศิริโรจน์ ถามรัฐฯ ปมรั่วแคดเมียมสมุทรสาคร หวั่นกระทบสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗

ศิริโรจน์ ธนิกกุล ตั้งกระทู้ทวงความชัดเจนเกี่ยวกับการรั่วไหลของสารพิษแคดเมียมในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงการจัดการที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านความปลอดภัยของการขนย้ายและฝังกลบ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่และผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคก้าวไกล ในวันนี้ผมขอใช้สิทธิตั้งกระทู้ถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการสารเคมีอันตรายแคดเมียม ในจังหวัดสมุทรสาครครับ เป็นเวลา ๔ เดือนแล้วนะครับ ตั้งแต่ที่พบสารแคดเมียมในพื้นที่ จังหวัดสมุทรสาคร ในพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร และตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หรือจริง ๆ ระยะเวลาที่ชาวบ้านต้องทนสูดดม สารแคดเมียมในทุก ๆ วันอาจจะมากกว่านั้น เพราะตามรายงานจากการพูดคุยกับคน ในโรงงานพบว่า สารเคมีอันตรายนี้เข้ามาสู่โรงงานตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว น่าสงสาร ชาวบ้านมาก ๆ นะครับ ที่เหมือนตายผ่อนส่งโดยไม่รู้ตัว หรือบางทีรู้ตัวก็ไม่มีใครสามารถ ช่วยเหลือได้ จึงเป็นที่มาที่ผมต้องใช้สิทธิในฐานะผู้แทนประชาชนในวันนี้ ตั้งกระทู้ถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อตอบคำถามในสิ่งที่ประชาชนยังสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการ สารแคดเมียมก่อนที่จะถามคำถามแรกนะครับ ผมอยากจะอธิบาย Timeline ให้ท่านประธาน แล้วก็พี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ได้เข้าใจถึงรายละเอียดและประเด็นนี้ที่มากยิ่งขึ้น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

นี่คือ Timeline ของ สารแคดเมียม ที่ถูกพบครับ อาจจะต้องขอพูดถึงในจังหวัดอื่น ๆ ด้วยที่พบ สารแคดเมียมแบบคร่าว ๆ นะครับ เพื่อให้เข้าใจในรายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น เราพบสารแคดเมียมที่แรกในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ นะครับ ที่บริษัท เจ แอนด์ บี ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในจำนวนที่มากถึง ๖,๒๐๐.๖๒ ตัน ตามยอดขนย้าย ต่อมาครับที่ที่ ๒ ในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๗ ที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อีก ๔,๒๗๐.๒๗ ตัน ที่ที่ ๓ ในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๗ พบสารแคดเมียมที่ บริษัท ซินหงส์เฉิง จังหวัดสมุทรสาคร อีก ๑,๐๑๓.๒๔ ตัน ๒ วันต่อมา พบที่ที่ ๔ ในวันที่ ๙ เมษายน พบสารแคดเมียมที่โกดังตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน ๕๕๒.๑๐ ตัน และในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๗ พบ ๒ ที่พร้อมกัน ที่แรกก็คือที่ บริษัท ล้อโลหะ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ในจำนวน ๑๔๑.๗๕ ตัน และอีกหนึ่งที่ก็คือ บริษัท เจ แอนด์ บี แต่เป็นโรงงาน ๒ ตำบลบ่อน้ำจืด อำเภอเมือง สมุทรสาคร อีก ๗๙๕.๔๘ ตัน รวมทั้งหมด ๖ ที่ ที่พบสารแคดเมียมมากถึง ๑๒,๙๗๓.๔๕ ตัน ครับท่านประธาน ปัจจุบันจำนวนแคดเมียมทั้งหมดนี้ได้กลับไปอยู่ที่จังหวัดตาก ซึ่งเป็น จังหวัดต้นทางตั้งแต่แรก ขนย้ายเสร็จแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่จากการสอบถาม สส. คริษฐ์ นะครับ สส. จากจังหวัดตาก พรรคก้าวไกล ก็พบว่า ปัจจุบันแคดเมียมเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถลงหลุมได้นะครับ เนื่องจากหลุมฝังกลบยังไม่มี ความพร้อมเพียงพอ และพื้นที่อาจจะไม่พอเพียงกับการใส่แคดเมียมกลับไปอีกครั้งด้วย ประสิทธิภาพในการฝังกลบแคดเมียมไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะเป็นปัญหาในอนาคตอีก ถ้ายัง ยืนยันที่จะฝังกลบลงไปตรงส่วนนี้นะครับ พี่น้องชาวตากก็อาจจะยังรอฟังท่านรัฐมนตรี อยู่เช่นกันนะครับ จากวันที่พบวันแรกครับ ผ่านกระบวนการขนย้ายจนถึงวันนี้ซึ่งยังไม่ถือ เป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการในการบริหารจัดการปัญหาแคดเมียมนี้ เพราะถ้าจะนับให้จบจริง ๆ กระบวนการจะต้องรวมไปถึงการ Clean Up หรือทำความสะอาดพื้นที่ที่พบสารแคดเมียม ไม่ว่าจะเป็นสมุทรสาครเองก็ดี หรือจังหวัดชลบุรีที่เป็นจุดใหญ่ ๆ ที่พบสารแคดเมียมครับ เสียดายนะครับที่การขนย้ายอาจจะไม่ทันในบางช่วงที่มีการฝนตก แล้วก็ไม่รู้ว่าแคดเมียมนั้น ไหลไปกับน้ำมากน้อยแค่ไหนแล้วนะครับ หรือจำนวนแคดเมียมที่สูญหายไปในหลักหลาย ร้อยตันก็พบว่ามีข้อมูลจากเว็บไซต์ของกระทรวงอุตสาหกรรมเองนะครับ ในการประชุม ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา มีการแจ้งยอดนำออกของแคดเมียมอยู่ที่ ๑๓,๘๐๐ ตัน และเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณแคดเมียมที่ตรวจพบในทุกพื้นที่ยอดรวม จะอยู่ที่ ๑๒,๙๔๘ ตัน ในเว็บไซต์มีการเปรียบเทียบค่าทั้งสอง ถึงความแตกต่างในระดับ ร้อยละออกมา ซึ่งค่าออกมาค่อนข้างน่ารักนะครับ อยู่ที่ร้อยละแค่ ๐.๒๘ ซึ่งมันดูน้อยจริง ๆ กับปริมาณแคดเมียมที่หายไป แต่เมื่อเทียบตัวเลขเป็นหน่วยตันแล้วมันหายไปถึง ๘๕๒ ตันครับ ท่านประธาน โดยทางอุตสาหกรรมให้เหตุผลทางด้านความชื้นจึงทำให้จำนวนหายไป นั่นอาจหมายความว่าถ้ายิ่งวางทิ้งไว้นาน ๆ วางไว้เรื่อย ๆ แคดเมียมก็จะลดลงไปเองหรือครับ ถ้าอย่างนั้นต้องบอกพี่น้องชาวจังหวัดตากแล้วนะครับว่า แคดเมียมไม่ต้องลงหลุมก็ได้ครับ วางไว้นาน ๆ เดี๋ยวมันก็ลดลงไปเอง หายไปเองนะครับ มันค่อนข้างที่จะดูแปลก ๆ ไปหน่อย นะครับ จากการที่ผมได้พูดไปข้างต้นจึงเป็นที่มาของคำถามแรกครับว่า ในวันนี้แนวทาง การบริหารจัดการสารแคดเมียมหลังจากขนย้ายแล้วจะทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งด้านการทำ ความสะอาดในพื้นที่ที่พบแคดเมียม การติดตามประเมินผลการปนเปื้อนทางด้านสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดตลอดทั้งกระบวนการ ณ วันนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ช่วยตอบทีครับ