สุรเชษฐ์ ตั้งคำถามความโปร่งใสรถไฟฟ้าสีส้ม ชี้พิรุธประมูลขาดทุน 6.8 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ตั้งกระทู้สดเพื่อทวงความโปร่งใสในการจัดทำสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลังพบส่วนต่างราคาประมูลสูงถึงกว่า 68,000 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการดังกล่าวอาจมีการกีดกันการแข่งขัน ทำให้รัฐต้องขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงสัญญาอย่างเปิดเผย

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมขอตั้งกระทู้สดนะครับ เรื่องที่คณะรัฐมนตรีเพิ่งมีมติอนุมัติไปเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม เป็นเรื่องที่ รฟม. เพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม เพียง ๒ วัน หลังจากที่ ครม. อนุมัติ เป็นเรื่องที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเป็นผู้ชงเรื่องเข้า ครม. และยังไปเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญา แน่นอนครับ เป็นเรื่องอื่นใดไปไม่ได้นอกจากเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีส้ม วันนี้ผมขอตั้งกระทู้สดนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องของส่วนต่าง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท จากการประมูล ๒ ครั้ง เพื่อทำสิ่งเดียวกันความยาวเท่าเดิม สถานี เท่าเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเลยครับท่านประธาน เรื่องนี้จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีสุริยะควรจะต้องมาตอบด้วยตัวเองนะครับ แต่ท่านไม่มาก็ไม่เป็นไรนะครับ วันนี้ส่งมาทั้ง ๒ รัฐมนตรีช่วยนะครับ มีท่านสุรพงษ์กับท่านมนพรมาก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ที่จะมาตอบกระทู้ แล้วก็ถือว่าเหมาะสมนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วย สุรพงษ์ ปิยะโชติ ก็เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลด้านของระบบรางโดยตรง ผมหวังว่า ท่านน่าจะเข้าใจเรื่องและตอบคำถามได้อย่างชัดเจนนะครับ เรามาไล่เลียงดูกันนะครับ และเดี๋ยวในสไลด์นี้นะครับ ผมโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กของผมนะครับ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านไปเปิดดูบนมือถือของท่านประกอบก็ได้นะครับ และถ้าตัวเลขใดไม่จริง ท่านแจ้งมา ได้เลยนะครับ ผมตรวจสอบ Check ข้อมูลมาอย่างดีแล้วว่าตัวเลขเหล่านี้ถูกต้อง แน่นอน แต่ท่านจะตอบได้หรือไม่เดี๋ยวเรามาดูข้อเท็จจริงกันนะครับว่าไส้ในของส่วนต่าง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท มันคืออะไร

ไปสไลด์ต่อไปเลยนะครับ เรื่องของผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ สายสีส้มนะครับ เรื่องของฝั่งตะวันออกรัฐอุดหนุนค่าก่อสร้างร้อยเปอร์เซ็นต์ สร้างไปแล้วเสร็จไปแล้วนะครับ รัฐอุดหนุนเงินไป ๘๒,๙๐๗ ล้านบาท ที่มีปัญหาก็คือฝั่งตะวันตกนะครับ ที่รัฐอุดหนุนไม่เกิน ๙๑,๙๘๓ ล้านบาท แล้วก็ให้เอกชนมาแข่งกันในการเดินรถของทั้งตะวันตก ตะวันออก เอามาพ่วงด้วยกันแล้วก็ไปหารายได้ แล้วมาดูว่าใครที่จะคืนให้รัฐได้มากกว่ากัน แต่ประเทศไทย มันมีเจ้าใหญ่อยู่ ๒ เจ้า คือเจ้า BTS กับเจ้า BEM อันนี้คือโดยข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการ รายใหญ่มีอยู่ ๒ เจ้า ถ้า ๒ เจ้านี้ฮั้วกันติดน่ากลัวอยู่แล้วนะครับ แต่ในกรณีนี้เขาไม่ได้ ฮั้วกันนะครับ เขาแข่งกันจริงเมื่อปี ๒๕๖๓ ในการประมูลปี ๒๕๖๓ ทั้ง ๒ เจ้าใหญ่เข้าไป แข่งขันกันจริง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีกับประชาชนนะครับ เพราะว่ารัฐลงฝั่งตะวันตกไป บอกว่าไม่เกิน ๙๑,๙๘๓ ล้านบาท แล้วก็ลงฝั่งตะวันออกไปทั้งหมด ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นพูดง่าย ๆ คือรัฐลงทุนทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอย่าง BTS ที่เขา Operate สายสีเขียว นั่นก็เรื่องที่แย่มากที่จะขยายสัญญาสัมปทานนะครับ แต่อันนั้น อีกประเด็นหนึ่งนะครับ เดี๋ยวเวลาพูดถึงสายสีเขียวผมก็ต้องอัด BTS เหมือนกันที่จะขยาย สัญญาสัมปทาน แต่ในท่อนของสายสีส้มเขาก็เลยเห็นครับว่าโอกาสกำไรงาม เพราะสายสีเขียว เขาลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สายสีส้มรัฐจะอุด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาดูกันว่าใครจะคืนให้รัฐ ได้มากกว่ากัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ มันคือรูมมหาศาลของผลประโยชน์ มันถึงมีผลต่าง ได้ถึง ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะที่ตั้งราคากันไปมันไม่ Make Sense หน่วยงานเองก็บอกว่า การเดินรถนะประกอบการเชิงพาณิชย์แล้วก็หารายได้นี่ น่าจะมีคืนรัฐ ๑๒๘,๖๐๕ ล้านบาท แต่ก็เข้าใจครับ มันเป็นการประมาณการในอนาคต แต่ถ้ามีการแข่งขันจริงก็พอยอมรับได้ ดูว่าใครมาคืนรัฐมากกว่ากัน แต่ถ้าไม่มีการแข่งขันจริงฮั้วกันติด อันนี้สิน่ากลัว มาดูกันนะครับ เรื่องนี้ผมเคยอธิบายในรายละเอียดถึงกลโกงส่วนต่าง ท่านกลับไปย้อนดูได้ตอนที่ผมอภิปรายไป เมื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มีเรื่องของการเตรียมเค้กชิ้นใหญ่เอาไว้นะครับ ล็อกเป้าเอาไว้ว่า จะให้ใคร พอเป้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง เพราะมีคนกระโดดเข้ามาแข่ง ก็ไปเตะตัดขาเขา แล้วก็ล้มประมูลไป เสร็จแล้วก็เปิดประมูลใหม่ตอนปี ๒๕๖๕ แล้วก็ มีการกีดกันการแข่งขัน เพราะว่าเราก็รู้กันอยู่มันมี ๒ เจ้า ถ้าเจ้าใดเจ้าหนึ่งไม่ได้เข้ามันก็ตั้งราคา เท่าไรก็ได้สิครับ แล้วก็อย่างที่เป็นข่าวในช่วงปีที่แล้วมันมีส่วนต่างเกิดขึ้นจริง ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเงินมันหายไปไหนครับ เพราะฉะนั้นปี ๒๕๖๕ ถ้าประมูลวันนั้นแล้วมันผ่านไปด้วยดี ไม่มีกลโกงอะไรต่าง ๆ BTS จะเป็นผู้ชนะ โดยรัฐจะอุดหนุนทั้งหมด ๙,๖๗๕ ล้านบาท แต่นี่ด้วย Tricky อะไรที่มันเกิดขึ้น กลโกงอะไรที่มันเกิดขึ้นทำให้การประมูลใหม่เพื่อทำสิ่งเดียวกันเลย กลายเป็นว่ารัฐต้องอุดหนุนมากถึง ๗๘,๒๘๘ ล้านบาท นี่คือส่วนต่างที่เกิดขึ้น ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท และนี่คือไส้ใน อันนี้คือข้อเสนอของ BTS ตารางบนนะครับ ก็คือไล่ไปตั้งแต่ปีที่ ๑ ไปถึงปีที่ ๘ ตารางที่ ๒ ก็คือ ๑๓-๒๔ ตารางสุดท้ายคือ ๒๕ ถึงปีที่ ๓๔ อันนี้คือข้อเสนอที่ BTS เขายื่นมาว่า ปีแรก ๆ เขาต้องการเงินสนับสนุนค่าก่อสร้างเท่านั้นเท่านี้นะ ปีหลัง ๆ เขาจะคืนให้รัฐ เท่านั้นเท่านี้นะ โดยสรุปเมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน ค่าของเงินปัจจุบัน ก้อนแรกก็คือสิ่งที่ BTS ขอเงินรัฐ ๗๙,๘๒๐ ล้านบาท และก้อนที่ ๒ ก็คือ BTS บอกว่าจะจ่ายคืนรัฐ ๗๐,๑๔๕ ล้านบาท พูดง่าย ๆ รัฐอุดหนุน Net แล้วนี้ ๙,๖๗๕ ล้านบาทจาก Deal นี้ แล้วข้อเสนอ BEM ที่ท่านเพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อเดือนกรกฎาคมนี่ละครับ ก้อนที่ ๑ ตารางนี้คล้าย ๆ กัน และอย่าง ที่บอกว่าถ้าตัวเลขไหนไม่จริงท่านบอกได้เลยนะครับ เพราะนี่ก็คือเอกสารที่ผมได้มา แต่ผมยืนยันว่ามันจริง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน ก้อนที่ ๑ บอกว่าขอเงินรัฐไปก่อน ๘๑,๘๗๑ ล้านบาท แล้วจะคืนเงินให้รัฐ ๓,๕๘๓ ล้านบาท คือพูดง่าย ๆ รัฐอุดหนุนโดยรวม ๗๘,๒๘๘ ล้านบาท นี่เทียบให้ดูชัด ๆ เลยนะครับ BTS ขอเงินรัฐเมื่อปี ๒๕๖๓ ๗๙,๘๒๐ ล้านบาท BEM ขอเงินรัฐปี ๒๕๖๕ ๘๑,๘๗๑ ล้านบาท BTS บอกว่าจะคืนให้รัฐ ๗๐,๑๔๕ ล้านบาท BEM บอกว่าจะคืนให้รัฐ ๓,๕๘๓ ล้านบาท เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วรัฐจ่ายเงิน หากประมูล ปี ๒๕๖๓ เป็นไปอย่างเรียบร้อยถูกต้องโปร่งใสแข่งกันจริง รัฐจ่ายเงินเพียง ๙,๖๗๕ ล้านบาท แต่แข่งกันไม่จริงในปี ๒๕๖๕ นี่ครับ อย่างที่บอกผู้ประกอบการรายใหญ่มันมี ๒ เจ้า ถ้าเจ้าใด เจ้าหนึ่งโดนกีดกัน ก็คืออีกเจ้าตั้งราคาเท่าไรก็ได้ รัฐจึงต้องจ่ายเงินมากถึง ๗๘,๒๘๘ ล้านบาท และท่านไม่ต้องอ้างเลยนะครับว่าการก่อสร้างจะ Complicate โน่น นี่ นั่น อย่างไร นี่ผมเอามา เทียบให้ดู Side by Side เลยนะครับ ระหว่างข้อเสนอของ BTS กับข้อเสนอของ BEM ในส่วนของเงินสนับสนุนค่าก่อสร้าง คือแทบไม่ได้ต่างกันเลย ที่ต่างกันจริง ๆ ก็คือส่วนนี้ต่างหาก ที่จะคืนเงินให้รัฐนี่นะครับว่าต่างกันจริง ต่างกันมากมายมหาศาล BTS บอกว่าจะคืนเงินให้รัฐ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท BEM บอกว่าจะคืนให้รัฐเพียง ๓,๕๐๐ ล้านบาท มันต่างกันขนาดนี้ ได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกับการประมูลในกระทรวงคมนาคมครับ แล้วท่านจะถือว่าข้อมูล ของ BTS ที่ประมูลปี ๒๕๖๓ ที่เปิดหน้าสาธารณชนเพื่อแฉสิ่งที่เกิดขึ้นในการล้มประมูล ปี ๒๕๖๓ เขามาเปิดต่อสาธารณชนชัดเจน มี Live สด มีสื่อมวลชนเยอะแยะ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕ หลังรู้ราคาว่า BEM ให้ข้อเสนอต่อรัฐเป็นเท่านี้ ของเขาถ้าชนะวันนั้น เป็นเท่านั้น มันต่างกัน ๖๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วก็เกิดกระบวนการฟอกขาวอะไรต่าง ๆ ไม่ว่าเตรียมเค้กชิ้นใหญ่ ล็อกเป้าเอาไว้ เตะตัดขา ฆ่าตัดตอน แล้วก็ทอนส่วนแบ่งกัน มันคือกระบวนการที่ว่าถูกต้องโดยทุจริต นี่คือถูกต้องโดยทุจริต กระบวนการถูกต้อง แต่มันมีส่วนต่างเกิดขึ้นเห็น ๆ เพราะฉะนั้นนะครับท่านประธาน คำถามที่ ๑ ที่จะส่งไปทาง ท่านรัฐมนตรีที่มานั่งตอบ ก็คือส่วนต่าง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท หายไปไหน และอย่างที่เรียนนะครับ ตัวเลขใดไม่จริงท่านบอกมาได้เลยนะครับ มันจะหายไปแบบไร้ร่องรอย รัฐบาลไม่ออกมาแจกแจง ให้ประชาชนฟังนี่ไม่ได้นะครับ เพราะว่ามันคือเงินของประชาชนที่ต้องไปอุดหนุน โครงการเพิ่มแบบมากเกินจำเป็น เงินก้อนนี้หายไปไหนครับ กระเป๋าใครบวมครับ แล้วไม่ต้อง อ้างศาลนะครับ ศาลท่านตัดสินว่าที่เอกชนฟ้องกันนี่ท่านเห็นว่ามันเป็นอย่างไรใน Subset ในเรื่องนั้น ๆ ตามประเด็นที่เขาฟ้อง ท่านไม่ได้บอกว่าจะต้องปล่อยโครงการนี้ไปแบบมี ส่วนต่างมากถึง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท คืออำนาจอยู่ที่รัฐบาล อำนาจอยู่ที่ ครม. ในการตัดสินใจ ว่าราคาในการทำสีส้ม ซึ่งก็คงไม่มีใครเถียงนะครับว่าสายสีส้มสำคัญควรจะเกิด แต่ราคา นี่มันเหมาะสมแล้วหรือไม่ หรือท่านจะปล่อยไปแบบมีส่วนต่าง และแน่นอนครับสิ่งที่เกิดขึ้น ไปแล้วเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกรกฎาคม ก็คือท่านเลือกที่จะปล่อยไปแบบมีส่วนต่าง ไม่ได้มีการเจรจา เพื่อประชาชน ก็ต้องรับผิดชอบทางการเมืองครับ อธิบายมาให้ได้ว่าส่วนต่าง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท หายไปไหน ไปลงกระเป๋าใครบ้างครับ ขอบคุณครับท่านประธาน