เท่าพิภพ เสนอใช้บล็อกเชนและดิจิทัลจัดการที่ดิน-สร้างแผนที่เดียวของประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือปัญหาการถือครองที่ดินที่ยังใช้เอกสารกระดาษ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและทุจริต พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและระบบดิจิทัลเพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกับแผนที่แห่งชาติ รวมถึงเสนอแนวทางใช้บล็อกเชนร่วมกับ Fractional NFT เพื่อแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการจัดทำแผนที่เดียวของประเทศและส่งเสริมการจัดการที่ดินตามกฎหมายที่ดินชุมชนอย่างเป็นระบบ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. ที่ดินที่จะแก้ไขนี้ จริง ๆ ประเด็นอื่นเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายแทบจะหมดแล้วนะครับว่า ปัญหาที่ดินก็เป็น ปัญหาที่หยั่งรากลึกในประเทศไทย เป็นต้นทุนการผลิตสำคัญนะครับ ต้นทุนเป็นทรัพย์สิน ที่ไปกู้ต่าง ๆ เพื่อมาให้เกิดสภาพคล่องได้นะครับ แล้วก็ปัญหาเรื่องที่ดินหลาย ๆ ที่ก็มีปัญหาอยู่ ผมสนับสนุนนโยบายในการทำ One Map ครับ ในการที่จะมีแผนที่เดียวใช้กันทั่วประเทศ ตอนนี้เรามีดาวเทียม เราส่งคนไปดวงจันทร์ครับ เรื่องนี้ไม่ยากอีกต่อไป ท่านประธานครับ อาจจะไม่ทราบว่าแต่ก่อนผมเองก็เคยอยู่ในแวดวงที่ดินเหมือนกัน คือเป็นนักกฎหมาย ให้บริษัททำกระดาษใหญ่แห่งหนึ่งนะครับ ที่เราใช้กันในสภานี้ แล้วก็ดูเรื่องที่ดินเป็นหลักเลย ก็พอจะมีประสบการณ์มาแบ่งปันได้บ้าง

ในประเด็นของผมนะครับ ผมอยากพูดถึงเรื่องเอกสารสิทธิของที่ดินครับ ถ้าหากมีท่านใดได้ฟังอยู่ อยู่กรมที่ดินหรือรัฐบาล หรือร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่านกรรมาธิการก็ฝาก เรื่องเอกสารสิทธิมีปัญหาหลายอย่างครับ เราใช้กระดาษมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ แล้วก็ จะมีเจ้าหน้าที่ไปรังวัดที่ดินต่าง ๆ นานา บางครั้งเก็บไว้ดีเกินครับ ที่ดินเรามาดูไม่มีใคร นอนกอดโฉนดที่ดินครับ ปลวกกินบ้าง อะไรบ้าง ไฟไหม้บ้านบ้าง ไปรังวัดใหม่ โดนเพื่อนย้าย หมุดบ้าง ก็มีปัญหากันออกจะบ่อยครั้ง เอาเข้าไปเข้ามาจะไปเทียบหาสำนักงานที่ดิน ที่ใหญ่เกินครับ สำนักงานที่ดินไฟไหม้มาก็มีหลายเคสแล้ว ผมจึงเสนอเราควรใช้ เทคโนโลยีเป็น Digital Land อะไรก็ได้ครับ Digital โฉนด แต่จริง ๆ อันนี้ใช้ Blockchain จริงนะครับท่านประธาน ผมเสนอว่าเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีการตรวจสอบหลายขั้น มีการ Verify เป็น Code เดียว แล้วก็สามารถสืบต่อไปได้ เราสามารถมาใช้ได้ในรูปแบบของ NFT ที่ดินต่าง ๆ ถ้าเกิดการนำมาสู่กลายเป็น NFT แล้ว เราอาจจะใช้เป็นกึ่ง Centralization หรือกึ่ง Decentralization ได้ มันจะเพิ่มความโปร่งใสครับ ขั้นตอนการทุจริตต่าง ๆ นานา ที่เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินไปวัด เจ้าที่ดินเขาเซ็นกว่าจะมารู้อีกทีครับ เจ้าของโฉนดข้างเคียง กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ดินที่เซ็นอนุมัติโฉนดนี้ไปตายไปแล้ว ก็จะไม่เกิดขึ้นสามารถสืบทราบ กลับมาได้ ป้องกันโฉนดปลอมได้อีกด้วย และปัญหาไฟไหม้บ้านอะไรต่าง ๆ หรือโฉนดหาย ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะว่ามีฐานข้อมูลกลางที่ผูกกับ One Map อย่างชัดเจน

ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาของการถือสินทรัพย์ที่ดินคือการที่ มีสภาพคล่องน้อยครับ ผมว่าผมอยากเสนอวิธีการหนึ่งที่จะช่วยในการทำให้เศรษฐกิจ ไปได้เร็วขึ้นนะครับ โดยการแบ่งสินทรัพย์ที่ดินที่เป็น NFT ได้นะครับ คือปกติเราจะรู้ว่า NFT เป็นรูปภาพ เราก็เหมือนถือรูปภาพหนึ่งที่ไม่มีใครปลอมได้เป็นทาง Digital แต่มันมีอันหนึ่ง เรียกว่า Fractional NFT ก็คือการแบ่ง NFT เป็นส่วน ๆ ได้ ผมเป็น ๒ ประเด็นครับ ในทาง Blockchain หรือทาง Bitcoin อะไรต่าง ๆ เขาจะเรียกว่า Tokenization ก็คือการทำมา เป็นเหรียญ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะไม่ค่อยเข้าเค้าเท่าไร แต่เราสามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเด็นครับ อันแรกคือเป็น Factor เลยก็คือเป็นส่วน ๆ ก็คล้าย ๆ กับการเราถือครองที่ดินครับ เราเป็น กรรมสิทธิ์ร่วมที่เราเป็นส่วน ๆ อย่างเช่น ผมได้ที่ดินอยู่ติดถนน พี่ผมได้ใกล้เข้ามานอกถนนอีก เป็นต้น ส่วนอีกอันหนึ่ง น่าสนใจครับ เข้ากับทาง พ.ร.บ. นี้ที่จะมีพื้นที่ที่เป็นของชุมชน คือการแบ่งเป็นคล้าย ๆ แบบว่าอธิบายง่าย ๆ ก็คือเป็นเปอร์เซ็นต์นะครับ อย่างเช่น ที่ตรงกลางของชุมชนนี้มีที่ ๑ ไร่ มีประชากรอยู่ประมาณ ๔๐๐ คนก็ได้ครับ ก็ได้คนละประมาณ ๑ ตารางวาใช่ไหมครับ อันนี้ก็จะสามารถแบ่งได้ครับ เหมือนทุกคนได้มีที่ดิน ๐.๐๑ ตารางวา เป็นต้น อันนี้ก็จะเป็น สิ่งที่ช่วยในการที่ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ข้อดีของมันคืออะไรครับ ถ้าวันหนึ่งผมขาด สภาพคล่องผมสามารถไปหาคนที่ผมสามารถขาย Fractional NFT นี้ให้เขาได้นะครับ ในลักษณะจำนอง อย่างเช่น ผมมีที่ดินบ้านผม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ผมอยากขาย ๒๐ ส่วนของมัน หรือว่าให้จำนองไว้ ๒๐ ส่วนของมัน ผมก็สามารถตกลงและตกลงราคา ไถ่ถอนคืนจากเขาได้ อันนี้ก็จะช่วยในการจัดการกรรมสิทธิ์ของที่ดินชุมชนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ตาม พ.ร.บ. นี้ในอนาคต การที่ ๑ คน ๒ คน ๓ คนไม่เพียงพอครับ กับการที่จะขายที่ดินให้ นายทุนเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินส่วนกลางของชุมชนได้ ถ้านายทุนอยากได้ต้องไปคุยกับคน ๑๐๐ คนแล้วซื้อทีละ ๑ ส่วน เป็นต้น นอกจากนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงคนก็บอก โอ้โฮ อย่างนี้มันจะ ๑๐๐ คนได้อย่างไร ไม่เป็นไรครับ เราสามารถออกกฎหมายลูกเพื่อมาทำประโยชน์ในที่ดิน ส่วนรวมได้อาจจะคิดว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ของที่เป็นของเขา อันนี้มันจะแบ่งแยกรายละเอียด มากกว่าปัจจุบันที่ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ และเกิดการเปลี่ยนมือได้อย่างรวดเร็ว และผมคิดว่า เทคโนโลยี Blockchain คือผมก็เชื่อว่าทุกคนไม่ได้โอนที่ดินกันวันละ ๕ ครั้ง Blockchain อาจจะ ๑ วัน ๒ วัน แต่ถ้าเราถูกต้องแน่นอน ลดการทุจริตในเรื่องของการรังวัดที่ดิน หรือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ได้ก็จะเป็นผลดีอย่างมากครับท่านประธาน ขอบคุณครับ