เลาฟั้ง อภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขที่ดิน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเสนอให้เพิ่มหลักการ "สิทธิชุมชน" ในมาตรา 5 เพื่อรับรองสิทธิในการถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินของชุมชนแทนที่รัฐ ภายใต้เงื่อนไขว่าชุมชนต้องมีคุณสมบัติและได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ชี้แจงนิยามและสิทธิชุมชนตามร่างกฎหมายดังกล่าว โดยยืนยันว่าสิทธินี้ถูกสถาปนาไว้ในรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จึงควรได้รับการรับรองอย่างชัดเจนในประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและการทุจริตในการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะ รวมถึงเสนอให้รัฐมอบอำนาจให้ชุมชนบริหารจัดการที่ดินที่เสื่อมสภาพหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ได้โดยตรง เพื่อลดความขัดแย้ง

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง วันนี้ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยผมจะขอพูดถึงการสนับสนุนให้มีการสถาปนาคำว่า สิทธิชุมชน ไว้ในประมวล กฎหมายที่ดิน ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับแรก เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ นับจนถึงตอนนี้ก็ไปแล้ว ๗๐ ปีก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ประมวลกฎหมายที่ดิน ณ ขณะนี้ก็ยังอนุญาตให้เฉพาะบุคคล นิติบุคคล และรัฐเท่านั้น ที่มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้นะครับ หรือแม้กระทั่งสิทธิในการครอบครองที่ดิน ยังไม่มีการอนุญาตให้ชุมชนมีสิทธิในการถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินตามกฎหมาย ได้นะครับ ในขณะนี้ในทางปฏิบัติแล้วที่ดินที่จะถูกใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือกิจการของ ชุมชนก็เป็นที่ดินที่อยู่ในการดูแลของรัฐ ซึ่งก็คือที่ราชพัสดุประเภทต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็ดูแลโดยกรมธนารักษ์หรือมอบหมายให้หน่วยงานอื่น ๆ เป็นคนไปดูแลแล้วก็ใช้ประโยชน์ ซึ่งก็มีปัญหากับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนในกรณีที่ชุมชนมีปัญหากับที่ราชพัสดุที่สาธารณะเหล่านี้ เต็มไปหมดนะครับ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มเติมหลักการที่จะทำให้ชุมชนสามารถมีสิทธิ ในการเป็นเจ้าของที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๕ ว่าที่ดิน ที่มิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ให้ตกเป็นของรัฐหรือชุมชนหนึ่งชุมชนใดที่ได้รับอนุญาต ผมอยากจะเน้นคำนี้นะครับว่า ชุมชนหนึ่งชุมชนใดที่ได้รับอนุญาต ไม่ได้หมายความว่า ทุกชุมชนสามารถที่จะได้สิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ทั้งหมด ชุมชนที่จะมีสิทธิ คุณก็ต้องพิสูจน์ให้รัฐเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติ มีความสามารถมากพอที่จะสามารถดูแลจัดการ ที่ดินได้ ถึงจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดินนะครับ

ในส่วนต่อไปถามว่าชุมชนที่ว่านี้คืออะไร ความหมายของคำว่าชุมชน ตามกฎหมายก็จะมีมากมาย แต่ตามร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับได้เขียนเอาไว้ว่า ชุมชน ก็คือ กลุ่มคนที่อยู่อาศัยร่วมกัน รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อใช้ประโยชน์ ในการจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมถึงมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและจัดการ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่า ใครก็แล้วแต่เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถที่จะได้สิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดิน มันต้อง ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งผมก็อยากจะย้ำในตรงนี้นะครับ ทีนี้ถ้าหากว่ารัฐคิดว่า ให้ชุมชนเอาไปใช้ แล้วไม่เชื่อใจหรือไม่ไว้วางใจในส่วนนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ รัฐยังสามารถ ที่จะตามไปออกกฎหมายลำดับรองในการติดตาม กำกับการใช้ที่ดินที่อนุญาตให้กับชุมชน ไปแล้วได้ อันนี้ก็สามารถทำได้โดยไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ คำว่า สิทธิชุมชน ถูกสถาปนา ไว้ในกฎหมายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก็คือตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๖ แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือฉบับปี ๒๕๖๐ ก็ยังได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๔๓ ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่า สิทธิชุมชน ไม่ใช่สิ่งที่ลอย ๆ แต่ถูกสถาปนาเอาไว้ในกฎหมายแม่บทไปแล้วนะครับ ถามว่าชุมชนมีสิทธิอะไรบ้างหลัก ๆ ก็คือสิทธิในการจัดการ การบำรุงรักษาและการ ใช้ประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญยังจำกัดเรื่องของการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สิทธิชุมชนหมายความรวมถึงสิทธิ ในการเป็นเจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนและรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทก็ได้รับรองคำนี้เอาไว้แล้ว มันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องสถาปนา เอาไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนนะครับว่า ชุมชนมีสิทธิ ในเรื่องนี้ถามว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร แม้ว่าที่ดินที่จะถูกใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ แต่ถูกดูแลโดยกรมธนารักษ์อยู่แล้วนะครับ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ที่อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์เป็นเจ้าของ แล้วชุมชนเวลาจะไป ขออนุญาตใช้ หรือใครก็แล้วแต่จะไปขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะ มันไปใช้เลยไม่ได้ต้อง ขออนุญาต แล้วกระบวนการในการอนุญาตให้ใช้มีทั้งล่าช้า แล้วก็มีทั้งการทุจริตด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่ท้องถิ่นจะขอใช้พื้นที่ในที่ราชพัสดุ สร้างถนนแค่ ๒๐๐ เมตร ต้องขออนุญาต เป็นปี ๆ แล้วในกรณีที่ชุมชนมีความขัดแย้งกับธนารักษ์ หรือหน่วยงานที่ใช้พื้นที่ตรงนั้นอยู่ แทบจะไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้นะครับ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ท้องถิ่นจะใช้เพื่อ ทำประโยชน์ตรงนั้นมันเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อประโยชน์ของชุมชน ไม่ใช่ของบุคคลใด บุคคลหนึ่งนะครับ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น ที่ดินสาธารณะประเภท ทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่เหล่านี้จำนวนมาก ในอดีตถูกประกาศเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจุบันไม่มีคนเลี้ยงสัตว์ แล้วนะครับ กลายเป็นชุมชน กลายเป็นตลาด กลายเป็นเมืองไปแล้วนะครับ แต่สถานะยังเป็น ทุ่งเลี้ยงสัตว์อยู่ อย่างนี้มันก็มีปัญหา ถ้าทำให้ชุมชนสามารถมีสิทธิได้โดยรัฐมอบที่ดินเหล่านี้ ให้ชุมชนเอาไปใช้ประโยชน์ใช่ไหมครับ ชุมชนก็จะสามารถที่จะร่วมกันตัดสินใจได้ว่าจะ เอาไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง อย่างเช่น อาจจะเอาไปให้เป็นที่อยู่อาศัย จะเอาไปทำ ตลาดชุมชน จะสร้างถนน สร้างแหล่งน้ำสำหรับชุมชน ชุมชนก็สามารถร่วมกันที่จะตัดสินใจ ได้เองภายในชุมชน โดยที่ไม่ต้องไปขออนุญาตจากธนารักษ์ ซึ่งมีปัญหาเป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ ถ้าทำให้ชุมชนได้มีสิทธิจริง ๆ การบริหารจัดการหรือว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ชุมชนที่ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐที่มีจำนวนมากกว่า ๑๐ ล้านไร่ทั่วประเทศไทย ก็จะสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาส่วนนี้ไปได้ แล้วก็ลดภาระของรัฐในการมาจัดการแทนที่ธนารักษ์จะไป จัดการทุกที่ ก็เพียงมีหน้าที่ในการติดตาม แล้วก็กำกับให้ชุมชนใช้ประโยชน์อยู่ในร่องในรอย ไม่ได้นำไปสู่การทำลายล้าง หรือทำให้การสูญเสียที่ดินเกิดขึ้นแบบนี้มันก็จะเป็นประโยชน์ ด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งส่วนที่เป็นรัฐกับส่วนที่เป็นชุมชนนะครับ ในกรณีนี้ผมขอเรียนว่าถ้าสภา แห่งนี้สถาปนาคำว่าสิทธิชุมชนไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน นี่ก็จะเป็นเรื่องใหม่ แล้วก็เป็น ครั้งแรกที่ประมวลกฎหมายที่ดินรับรองคำว่า สิทธิชุมชน เอาไว้ ประโยชน์นอกจากที่ผม พูดแล้ว ก็จะเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วว่า มันมีแต่ผลประโยชน์ ต่อชุมชน เอาเข้าจริง ๆ แล้วผมยังมองไม่เห็นเลยนะครับว่า มันจะมีปัญหาได้อย่างไร เพราะสาระสำคัญก็คืออนุญาตให้ชุมชนใช้ประโยชน์ รัฐยังคงมีอำนาจในการกำกับอยู่ ไม่ได้มอบแล้วมอบเลย เหมือนอย่างที่ดินที่มอบให้แก่เอกชน เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่เสนอโดยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร เพื่อที่จะช่วยกันสถาปนาคำว่า สิทธิชุมชน ไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินครับ ขอบคุณมากครับ