จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือร่างแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ โดยตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดสิทธิชุมชนในการถือครองที่ดิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่รับรองเพียงสิทธิในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงความกังวลต่อนิยามคำว่า "ชุมชน" ที่คลุมเครือ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการตีความในเรื่องจำนวนชุมชน สมาชิกภาพ ตัวแทน และสิทธิในการถือครองที่ดิน รวมถึงความขัดแย้งกับกฎหมายเดิมที่ไม่รองรับสิทธิลักษณะนี้ นอกจากนี้ยังกังวลต่อการลดระยะเวลาการยึดที่ดินรกร้างจาก 10 เป็น 5 ปี ที่อาจขัดหลักการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และนำไปสู่ปัญหาการแย่งชิงที่ดินได้ จึงเสนอให้คงระยะเวลาเดิมเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเพิ่มขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร และคณะ ที่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนแล้วก็พยายาม ที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนครับ อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า เจตนาในการที่ท่านจะแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินนั้นจะเป็นเจตนาที่ดีนะครับ เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ร่างพระราชบัญญัติที่มีการแก้ไขเข้ามาผมพบปัญหา ๓-๔ ประการ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่จะขออนุญาตฝากให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของสิทธิชุมชนครับ สิทธิชุมชนแม้จะมีการรับรอง ในรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ก็มิได้มีการรับรองให้ถือครองหรือครอบครองที่ดินแต่อย่างใด มีแต่เพียงสิทธิในการช่วยกันรักษาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้ชุมชนที่ได้รับอนุญาตมีสิทธิในการถือครองที่ดิน ซึ่งก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตฝากเป็นประเด็นปัญหานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นประเด็นที่เป็นสาระสำคัญเช่นเดียวกัน ก็คือคำว่า ชุมชน ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ได้มีการนิยามคำว่า ชุมชน ขึ้นใหม่ครับท่านประธาน โดยผม ขออนุญาตอ่านนะครับ คำว่า ชุมชน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านเขียนเอาไว้อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่ากลุ่มคนที่มีที่อยู่อาศัยร่วมกัน รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ ในการจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ ความหมายก็คือว่า ถ้ามีกลุ่มบุคคลมาอยู่ร่วมกัน ก็ถือว่าเป็นชุมชนโดยทันที แต่ปัญหา มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน คำว่า กลุ่มคน คือ คน ๒ คน หรือ ๓ คน หรือ ๔ คน คำว่า ที่อยู่อาศัยร่วมกัน หมายถึง คนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน อยู่ตำบลเดียวกัน หรืออยู่อำเภอ เดียวกัน และถ้าหากว่ามีบุคคลเป็นบุคคลที่มีที่อยู่ในหลาย ๆ ที่จะถือว่าเป็นสมาชิกชุมชน และนับรวมทำให้เกิดชุมชนด้วยหรือไม่ และในหมู่บ้านหนึ่งจะถือว่ามีกี่ชุมชน แล้วคน ๆ หนึ่ง จะสามารถเป็นสมาชิกชุมชนได้มากกว่า ๑ ชุมชนหรือไม่ การขออนุญาตเพื่อให้ได้รับอนุญาต จะต้องขออนุญาตจากใคร เป็นประเด็นที่มีปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขฉบับนี้ พยายามที่จะให้ชุมชนมีสิทธิในการถือครองที่ดิน ซึ่งก็เป็น ประเด็นหนึ่งที่ผมก็มีความสงสัยนะครับ เพราะว่าตามมาตรา ๑ ของประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นฉบับเดิมหรือฉบับใหม่นะครับ ได้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า สิทธิในที่ดินนั้น หมายความถึงกรรมสิทธิ์ และให้หมายถึงสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ มีแค่ ๒ คำนะครับ ก็คือสิทธิในที่ดินมีเพียงเรื่องของกรรมสิทธิ์กับสิทธิครอบครอง เพราะฉะนั้นสิทธิการถือครอง ก็เป็นที่น่าสงสัยครับว่า สิทธิในการถือครองนั้นจะครอบคลุมไปขนาดไหน ดังนั้นถ้า ท่านประธานนึกภาพตามผมนะครับ ก็คงจะเห็นปัญหานะครับว่า ในหมู่บ้านหนึ่ง ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา ในหมู่บ้านหนึ่งจะมีกี่ชุมชน แล้วถ้าหากว่าในชุมชนเดียวกัน ในหมู่บ้านมี ๗-๘ ชุมชน แล้วก็พยายามที่จะอ้างสิทธิในการถือครองที่ดินแปลงเดียวกัน จะจัดการอย่างไร แล้วในการบริหารจัดการชุมชนนั้น ถ้าหากมีบุคคล ๒ คน ๓ คน หรือ ๔ คน หรือ ๕ คน หรือ ๑๐ คน จะถือได้อย่างไรว่าการกระทำของบุคคลใดเป็นตัวแทน ของชุมชนได้ เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้มีการกำหนดนิยามให้ชัดเจนว่า ชุมชนคืออะไร ชุมชนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ การปฏิบัติหน้าที่แทนชุมชนจะต้องทำอย่างไร จึงมีปัญหาค่อนข้าง สำคัญพอสมควรทีเดียวนะครับ การจะไปกำหนดกฎกระทรวง หรือออก อะไรตามหลังเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ก็ค่อนข้างที่จะยากพอสมควรครับท่านประธาน
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับท่านสมาชิก ในสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือเรื่องของมาตรา ๖ กล่าวโดยสรุปนะครับ ผมจะไม่อ่านก็แล้วกัน กล่าวโดยสรุปก็คือว่า ถ้าหากมีที่ดินรกร้างว่างเปล่า กฎหมายเดิมบอกว่าถ้าเป็นโฉนดสามารถ ที่จะยึดครองเป็นของรัฐได้ภายใน ๑๐ ปี แต่ถ้าเป็นหนังสือรับรองทำประโยชน์ ถ้าปล่อยให้ รกร้าง ๕ ปี ก็ยึดเป็นของรัฐได้ แต่ในร่างฉบับใหม่ท่านได้แก้ไขจาก ถ้าเป็นโฉนดสามารถ ที่จะยึดเป็นของรัฐได้ภายใน ๕ ปี ถ้าเป็นหนังสือรับรองทำประโยชน์ภายใน ๓ ปี แม้จะ มีเจตนาดีว่าไม่อยากจะให้มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า อยากจะให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่การแก้ไขในส่วนนี้มันมีปัญหาในเรื่องของความลักลั่น ความไม่สอดคล้องกันของกฎหมาย เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ในเรื่องของการครอบครองปรปักษ์เขียนไว้ชัดเจนครับว่า การครอบครองปรปักษ์นั้นจะต้อง มีการครอบครอง ๑๐ ปีขึ้นไป การที่แต่เดิมตามประมวลกฎหมายที่ดินสอดคล้องกับประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็คือต้องยึดครอง ๑๐ ปี แต่ถ้าแก้ไขเป็น ๕ ปี ก็จะทำให้กฎหมาย มีความลักลั่นแล้วก็ไม่เหมือนกัน ก็จะมีปัญหาแล้วระยะเวลาสั้น ๆ ท่านประธานก็คง ทราบนะครับว่า ในระยะเวลาไม่กี่ปีในบางครั้งอาจจะเผลอนะครับ เพราะว่าอาจจะมีคนแอบ ไปสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ในที่ดินของประชาชน ผมขออนุญาตขอเวลานิดหน่อยนะครับ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลน่าจะมีคนอภิปรายแค่ ๑ ท่าน เนื่องจากการครอบครองปรปักษ์นะครับ ท่านประธานก็คงทราบว่ามีปัญหาที่ค่อนข้างมาก ปัจจุบันนี้มีการแอบไปสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ในที่ดินเพื่อที่จะใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์ มีการ พยายามที่จะขยายพื้นที่โดยการขยายคันนาออกไปเกินขอบเขตของที่ดิน แล้วก็อาศัยว่า ครอบครองปรปักษ์ มีการปลูกต้นกล้วย ปล่อยให้หน่อกล้วยเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ทำให้ อาณาเขตที่ดินเพิ่มขึ้น แล้วก็อาศัยการครอบครองปรปักษ์ในการยึดครองที่ดินผู้อื่น หรือการ ขุดคูน้ำติดกับชายพื้นที่ของบุคคลอื่น แล้วก็ค่อย ๆ ขุดคูน้ำรุกล้ำพื้นที่บุคคลอื่นไปเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าไม่มีการตรวจสอบโดยละเอียดก็จะเกิดปัญหามีเรื่องฟ้องร้องเรื่องการครอบครอง ปรปักษ์ขึ้นสู่ศาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นประเด็นที่มีปัญหานะครับ ในส่วนนี้ผมไม่อยากจะให้มี การแก้ไขจาก ๑๐ ปีเป็น ๕ ปีครับ ผมว่าอย่างเดิม ๑๐ ปีจริง ๆ แล้วก็น้อยอยู่แล้ว สั้นอยู่แล้ว ผมขอยกตัวอย่าง ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รัฐเท็กซัสครับท่านประธาน มีกฎหมายเรื่อง Adverse Possession หรือการครอบครองปรปักษ์นี่นะครับ ใช้ระยะเวลา ๒๐ ปีจึงจะสามารถครอบครองปรปักษ์ได้ ของเรา ๑๐ ปีก็มีปัญหามากอยู่แล้ว ถ้าพยายาม ตัดเหลือ ๕ ปี ผมคิดว่าปัญหาจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นในส่วนนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยครับ กล่าวโดยสรุปผมพบปัญหาใหญ่ ๆ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ ๓ เรื่องครับ อันที่ ๑ ก็คือสิทธิของชุมชนครับ สิทธิชุมชนที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษา คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การถือครองหรือครอบครองที่ดินครับท่านประธาน ๒. คำว่า ชุมชนหรือชุมชนได้รับอนุญาต ไม่ได้มีการนิยามให้ชัดเจน ไม่ได้มีการกำหนดให้ถูกต้อง ดังนั้นจะมีปัญหาในการปฏิบัติติดตามมาอย่างแน่นอน รวมถึงเรื่องของการยึดที่ดินที่รกร้าง ว่างเปล่า ที่กำหนดให้ระยะเวลาสั้นลงจาก ๑๐ ปีเป็น ๕ ปีก็จะก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรง เช่นเดียวกัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้สภาได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ