ร่มธรรม สนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายที่ดิน เน้นเพิ่มความเป็นธรรม-สิทธิชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเน้นย้ำปัญหาที่ดินทับซ้อน ความไม่ชัดเจนของแนวเขต และการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอให้ใช้หลักฐานอื่นนอกเหนือจากแผนที่หรือภาพถ่ายทางอากาศในการพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อเพิ่มความยุติธรรมและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการรับรองสิทธิชุมชนในการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกันอย่างชอบธรรม และเสนอให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้สภาลงมติรับหลักการเพื่อนำร่างกฎหมายไปพิจารณาต่อในกรรมาธิการ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งท่านอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ปัจจุบันปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและ ที่อยู่อาศัยมีอยู่มากมายหลายประเด็น และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ควร ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการไร้ที่ดินทำกิน ที่ดินทำกินไม่เพียงพอ ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ และปัญหา การบุกรุกพื้นที่ อีกปัญหาที่สำคัญครับท่านประธานครับ คือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่ ของรัฐกับประชาชน ซึ่งกระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปัญหาราชการประกาศเขตทับที่ของ ชาวบ้าน แนวเขตที่ดินของรัฐที่ไม่ชัดเจน บางครั้งเกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ที่รุนแรงและไม่อาจยุติได้ จนมีปัญหาในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไปจนถึงปัญหาการใช้ที่ดินที่ไม่คุ้มค่า ไม่เหมาะสม การถือครอง ที่กระจุกตัว เช่น บางคนมีที่ดินคนเดียวเป็นแสนไร่ ในขณะที่หลายคนครับ ไม่มีแม้แต่ที่ดิน ที่จะซุกหัวนอน ทั้งหมดนี้ครับท่านประธานล้วนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน นำไปสู่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในสังคมและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุง ปัญหาเรื่องที่ดินที่พี่น้องส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ก็คือปัญหาการประกาศเขตที่ดิน โดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่ชัดเจน หรือไปทับซ้อนกับ ที่ดินของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเขตป่าสงวน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ และที่ดินสาธารณประโยชน์ เป็นต้น ส่งผลต่อการออกเอกสารสิทธิ แล้วก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน รัฐบาลเองก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน ทั้งปัญหาทางกฎหมาย ทางนโยบายของรัฐบาล โครงสร้างหรือระบบราชการที่นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ขาดแคลนบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือและเทคโนโลยีในการนำมาใช้ ทั้งหมดนี้ล้วน ฉุดรั้งทำให้ปัญหาที่ดินสั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่สามารถตอบสนองต่อความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนได้ โดยในพื้นที่จังหวัดของผมครับ ก็มีปัญหาในทุกอำเภอในหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอำเภอกงหรา บางแก้ว ตะโหมด ป่าบอน แล้วก็ปากพะยูน ในพื้นที่เหล่านี้ครับ พี่น้องประชาชนล้วนประสบปัญหาที่ดินกับแนวเขตที่ดินของรัฐ ไม่ว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มาอย่างยาวนาน ท่านประธานครับ เป็นเพียงตัวอย่างที่ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุง แต่เท่าที่ผมทราบพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนที่คล้าย ๆ กัน รัฐบาล ต้องบริหารจัดการและดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดินที่เขาควรจะได้สิทธิในการ ครอบครองหรือได้ประโยชน์อย่างชอบธรรม ตามหลักทั่วไป และตามหลักกฎหมาย นอกจากนี้ครับรัฐบาลควรดำเนินการให้ชุมชน และท้องถิ่นสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดิน และทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินที่ท่านอภิชาติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ด้วยสาเหตุหลัก ๒ ประการด้วยกันครับ

ประการที่ ๑ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้ผู้ที่ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตที่ดิน ของรัฐสามารถใช้หลักฐานอื่นได้ จากเดิมกำหนดไว้ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกให้ได้ ก็ต่อเมื่อตรวจสอบหรือพิจารณาจากหลักฐานแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือรูปถ่าย ทางอากาศครับว่าเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ หรือตรวจสอบด้วยวิธีอื่นได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด หมายความว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำหนดไว้ชัดเจนครับว่า สามารถพิจารณาจากหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าวด้วยได้นะครับ หมายความว่าจะเป็นการเปิดกว้างทางกฎหมายครับ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

ประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของการรับรองสิทธิของชุมชนในการใช้ประโยชน์ ที่ดินตามที่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิในการถือครองและสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน ร่วมกันตามวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชอบธรรมได้ โดยกำหนดให้ อปท. องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ ประเด็นนี้จะทำให้ประชาชน และชุมชนได้มีที่ดินทำประโยชน์ร่วมกันในการจัดการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคม และยังทำให้ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา แล้วก็อนุรักษ์ และจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามความเหมาะสมได้นะครับ ซึ่งผมเองก็ต้อง ขอชื่นชมทางคณะผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านก็เป็นบุคคลที่เข้าใจ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนอย่างรอบด้าน แล้วก็ทำงานด้านนี้มา อย่างยาวนานนะครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็คง ยังจะมีความเห็นที่แตกต่างในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นเดียวกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างก็คือ เรื่องของระยะเวลาการสละสิทธิในที่ดิน ในกรณีที่เจ้าของที่ดิน ทอดทิ้งหรือไม่ทำประโยชน์นะครับว่า ระยะเวลาที่มีการปรับในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้สมควร หรือไม่ วันนี้ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ช่วยกันร่วมกันลงมติรับหลักการกับร่างกฎหมาย ฉบับนี้ โดยที่เราจะได้นำความเห็นที่แตกต่างกันไปพิจารณากันต่อในชั้นกรรมาธิการ และวาระอื่น ๆ ต่อไป เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เป็นธรรมและเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและที่ดินของรัฐต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน