สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการต่อยอดคนที่จบอุดมศึกษา และปรับปรุงกฎหมายให้มีความครอบคลุมและเหมาะสม

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกบทบาทหนึ่งก็เป็น คณะกรรมาธิการสามัญสถาบันอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครับ ขออนุญาต แลกเปลี่ยนในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งก็เห็นด้วย เพราะว่าจากการที่เข้าไปร่วมประชุม คณะกรรมาธิการมาหลายครั้งหลายรอบนะครับ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เราก็ยัง พบว่ายังมีอีกหลายส่วนที่จะพัฒนาในส่วนของเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่า เราต้องการพัฒนาต่อยอดในส่วนของระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากการที่ได้ไปดูข้อมูลรอบด้าน แล้วก็จากสถานการณ์รอบโลกก็พบว่ามีหลายส่วนที่เราน่าจะมีกองทุนในเรื่องของการที่จะ ส่งเสริมการต่อยอดคนที่จบอุดมศึกษาแล้ว ไปทำหน้าที่ที่จะเรียนรู้ในส่วนที่เป็นเรื่องที่ ทันยุคทันโลก ยกตัวอย่าง ณ ปัจจุบันตั้งแต่สถานการณ์โควิด-๑๙ เป็นต้นมา ถ้าเราสามารถ ที่จะให้คนของเรานั้นไปต่อยอดในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโควิด-๑๙ หรือ ณ วันนี้ที่เรา พูดคุยกันในเรื่องของโลกเดือด โลกร้อน Climate Change หรือว่าคาร์บอนเครดิตต่าง ๆ พวกนี้มันก็เป็นสถานการณ์ที่เราจะต้องเตรียมคนไว้ เพื่อที่จะส่งเสริมให้บุคลากรของเราไป ต่อยอดเพื่อกลับมาพัฒนาประเทศซึ่งก็เป็นส่วนที่จำเป็นนะครับ เมื่อดูในส่วนของตัวบท กฎหมายแม้ว่าจะมีเพียง ๑๓ มาตรา แต่พบว่าในส่วนของมาตรา ๕๐ เราก็แตกแขนงออกมาถึง ๒๒ ประเด็น อันนั้นก็เป็น อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของการที่จะออกกฎหมายใหม่ มันก็สามารถจะไล่ได้ถึง ๒๒ มาตรานะครับ แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของกฎหมายมันก็ต้องใช้คำว่า ๕๐/๑ ๕๐/๒ จนถึง ๕๐/๒๒ อันนี้ก็เป็นส่วนที่เป็นปัจจัยหลักที่ขยายเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อเวลาเกิดปัญหา มันไม่ต้อง มาตีความ หรือว่าวินิจฉัย ซึ่งก็เป็นส่วนที่ดีนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรง สำหรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ในเรื่องของเงินกองทุน ซึ่งเดิมทีเราก็เปลี่ยนมาจากกองทุนเดิมที่ดูแล เฉพาะเอกชนนะครับ ซึ่งจากมติ ครม. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ก็พบว่ามีการประเมินแล้ว มันก็ยังไม่ครอบคลุม แล้วก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร ก็เลยปรับเปลี่ยนมาเป็นกองทุน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนครับว่า ในส่วนของกองทุนที่สำคัญที่สุด ก็คือในเรื่อง ของการกำหนดที่มาของบอร์ดในการบริหาร ซึ่งในร่างก็ได้กำหนดไว้มากพอสมควรนะครับ แล้วก็มีสมาชิกหลายท่านก็ได้ให้ข้อมูล แล้วอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ก็มองดูในส่วนของผู้ที่จะมา เป็นบอร์ด ซึ่งเป็นต้นทางในเรื่องของการที่จะบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ ที่มาของ บอร์ดมันต้องชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะตอบสังคมได้ ยกตัวอย่างที่เราเป็นปัญหาอยู่ใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็น สว. ที่มาตอบโจทย์สังคมยาก มันก็จะเป็นเรื่องที่จะ ประสบผลในโอกาสต่อไปในอนาคตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะปรับปรุงกฎหมายใหม่ ก็คงจะต้องมีการให้ความสำคัญกับที่มาของบอร์ดนี้ให้ชัดเจน แล้วก็ให้ครอบคลุมทุกด้าน ประเมินแบบ ๓๖๐ องศา ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนกลุ่มไหน ๆ ก็ตาม แล้วก็ผู้แทนที่ยังตกหล่นอยู่ ในส่วนของผู้ที่เป็น Stakeholder ส่วนสำคัญก็คือตัวผู้ที่จะมาขอรับเงินกองทุนนี้ ก็คงจะให้ เขาเข้ามามีส่วนด้วย อันนี้เรากำหนดเฉพาะในส่วนของอุดมศึกษา ในส่วนของนอกกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือว่าในส่วนของเอกชนนะครับ อันนี้ก็เป็น เรื่องที่สำคัญที่อาจจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสมัชชาการศึกษา หรือว่ากลุ่มเด็ก หรือว่ากลุ่มที่อยู่ในส่วนของอุดมศึกษา เข้ามาเป็นบอร์ดชุดนี้ด้วยนะครับ ท่านก็ลงไปดูว่า สามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะว่าค่อนข้างที่จะกำหนดมาชัดเจน แต่ส่วนที่สำคัญ ที่สามารถเพิ่มเติมได้ ก็ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๗ คน ตรงนี้ท่านก็ลองดูว่าสามารถที่ จะทำให้มันครอบคลุมทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นทั้งในส่วนขององค์กรระหว่างประเทศด้วย เท่าที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่าง ตอนนี้เรามีนักศึกษาเราที่ไปต่อระดับอุดมศึกษา ระดับ ปริญญาโท แล้วก็ปริญญาเอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ในส่วนของ ประเทศอังกฤษ ส่วนมากคนไทยเราไปเรียนที่ประเทศอังกฤษเยอะ โดยเฉพาะปริญญาโท ๑ ปี จบแน่นอน ถ้าไปดูข้อมูลก็พบว่ามีนักเรียนทุนถึง ๗๐๐ คน แล้วก็มีคนที่ใช้ทุนเอง เกือบประมาณ ๕,๐๐๐ คน อันนี้มีการทำข้อตกลง แล้วเอามาจับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในประเทศไทย แล้วก็ขนอาจารย์จากที่โน่นมาเปิดเป็นคล้าย ๆ กับสาขาวิทยาเขตที่เมืองไทย อาจจะลดค่าใช้จ่ายให้นักเรียนเราที่ไปที่เสียค่าใช้จ่ายด้านที่พัก ด้านอาหารการกิน เยอะแยะมาก ที่ส่งเข้ามาที่กรรมาธิการ ก็ขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมในส่วนที่จะให้ คณะกรรมาธิการ หรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างเจตนารมณ์ของกฎหมายได้เพิ่มเติมให้มีความครอบคลุม มากยิ่งขึ้นครับ ก็เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ