อดิศร เพียงเกษ วิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาที่จำกัดบทบาทฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะการห้ามแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งมองว่าเป็นการดูถูกและตัดอำนาจของรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขเพื่อให้การเมืองมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการศึกษาตามเจตจำนงของประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เคยอยู่ในแวดวง การศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๗ ที่กระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตที่จะแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิก วุฒิสภาที่จะพึงมีต่อไป เรียกว่ารัฐสภา เป็นฝ่ายการเมืองของประเทศนี้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กฎหมายฉบับนี้มีส่วนดีก็เยอะครับ เมื่อพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบรัฐมนตรีซึ่งไปจาก ฝ่ายการเมือง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศุภมาส อิศรภักดี ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจ และชื่นชม ที่ท่านรัฐมนตรีได้ประสบความสำเร็จในทางการเมือง เป็นรัฐมนตรี อว. แต่ไม่ทราบว่าอำนาจหน้าที่ของท่านได้ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ๆ รัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา นอกจากกำกับดูแลแล้วท่านเข้าไปรู้เรื่องอะไรของเขาในการ ตั้งต้นงบประมาณหรือเปล่า เพราะในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๔๕ งบบุคลากรก็ดี งบดำเนินงาน งบรายจ่ายอื่น เขาของบประมาณผ่านสำนักงบประมาณโดยตรง ไม่ผ่าน หรือไม่ให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์ พิจารณาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ต่าง ๆ ปัจจุบันนี้สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ จะกลายเป็นรัฐราชการหรือเปล่า ผมจึงบอกว่า วัน ๆ หนึ่งท่านทำอะไร มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็เชิญท่านไปเปิดงานผมก็เห็นอยู่ ตอนผมอยู่ กระทรวงศึกษาธิการเขาก็เชิญไปเปิดงานก็ดีใจครับ แต่เวลาของบประมาณเขาไป ขอผ่านสำนักงบประมาณโดยตรง น่าเห็นใจคุณศุภมาสครับ แต่งตัว ทาแป้ง ลิปสติก ไปเปิดงาน งบประมาณเขาไม่ให้ดูแล เพราะสำนักงบประมาณผูกขาดเป็นรัฐราชการต่อไป มิหนำซ้ำครับ เขาไม่ไว้ใจฝ่ายการเมืองเลย ดูมาตรา ๕๐/๕ สิครับ ในวรรคสอง การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องคำนึงถึงความคล่องตัว มีความโปร่งใส ไม่มีการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม และปราศจากการแทรกแซง ทางการเมือง ท่านไปอยู่ทำไมละครับ เขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงเลย ไปทำอะไรก็ไม่ได้ รัฐมนตรีคือฝ่ายการเมือง สส. นั่งตัวนี้คือฝ่ายการเมือง เวลาเขาอยากมีอำนาจ เขาก็มาขอฝ่ายการเมือง แต่เวลาได้อำนาจไปเขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองไปยุ่งเลย สถาบัน การศึกษาจึงเป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวนพเคราะห์หมุนรอบรัฐธรรมนูญ หรือหมุนรอบ วิธีการงบประมาณ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า เดี๋ยวนี้เราออกกฎหมายเพื่อใส่กุญแจมือ ฝ่ายการเมืองด้วยกันเองหรือเปล่า ใครไปเป็นรัฐมนตรี อว. ต่อไป ถ้าเป็นคิวผม ผมไม่เอา ไม่เอาจริง ๆ ครับ ขี้เกียจเปิดงานครับ ฝ่ายการเมืองมันเลวทรามถึงขนาดนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง การเมืองมันเลวร้าย ไม่ควรมี การเมืองใช่ไหม ต้องการรัฐประหารใช่ไหม ต้องแก้นะครับกรรมาธิการ คำ ๆ นี้มันเสียดแทง เหลือเกิน ถ้าไม่อยากให้เขาไปยุ่งก็ไม่ต้องมายุ่ง คุณก็ตั้งเป็นกระทรวงอิสระเอาปลัดกระทรวง หรือใครมาเป็น ไม่ต้องมายุ่งกับรัฐมนตรี หรือ สส. หรือ สว. ผมไม่โกรธนะครับ แต่ว่า ฝ่ายการเมืองกว่าจะได้ดำเนินการตามวิธีการ สส. เลือกตั้ง สว. ก็เลือกตั้ง แม้จะเลือกตั้ง แบบมหัศจรรย์เขาวงกต เขาก็ถือว่าเป็นการสรรหาเลือกตั้งอยู่ดี จึงขออภิปรายด้วยความ ไม่สบายใจเป็นข้อสังเกต ผมอยากให้น้องผมได้มีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีครับ ทราบไหมว่าจุฬา มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันราชภัฏ หรือทุก ๆ ที่เขาเริ่มต้นงบประมาณ อย่างไร เพราะเขาล็อกแล้วว่าต้องเสนองบประมาณผ่านไปสำนักงบประมาณโดยตรง แล้วรัฐมนตรีก็นั่งหัวโด่ ๆ เด่ ๆ ไป เขาไม่ให้เกียรติครับ กฎหมายอย่างนี้จะผ่าน ความเห็นชอบของเราได้อย่างไรครับ ในเมื่อเขาก็ปรามาสดูถูกฝ่ายการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ห้ามแทรกแซง ทั้ง ๆ ที่การพัฒนาทางการศึกษามันเป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายของประเทศ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กำหนดได้ไหมล่ะครับ มีความเชี่ยวชาญกัน คนละด้าน รัฐบาลคือความต้องการของพี่น้องประชาชน ใครจะมาเป็นต้องกำหนดวิธีการ ในการศึกษา ในการจัดงบประมาณ ผมจึงขอโดยสาร ความจริงจะไม่พูดหรอกครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านอยู่กระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ท่านบอกมันเสียดแทงนะ อ่านว่า ปราศจากการแทรกแซง จึงขออนุญาต ไม่ทราบว่าใครจะเป็นประธานหรือ กรรมาธิการชุดนี้ ถ้ายังมีคำ ๆ นี้อยู่นะครับ กลับมาผมเผาตำราเลยนะ ผมเผาเลยครับ อย่ามาอาศัยอำนาจของพวกผมสิ พวกผมมันเลวทรามไม่ควรที่จะไปแทรกแซงการศึกษา อะไรเลยใช่ไหม ไปพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ในการศึกษาไม่ได้เลยใช่ไหม ไม่มีความรู้เลยใช่ไหม เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกจะเดินชนกันตายอยู่ในสภาแห่งนี้ อยู่ ๆ ไปเป็น รัฐมนตรี ไม่มีอำนาจอะไรนอกจากเชิญประธานขึ้นสู่ยอดเสาอย่างเดียว จึงขออนุญาตที่จะพูดเพื่อเป็นต้นในการที่จะแก้ไขคำ ๆ นี้ ออกจากกฎหมายฉบับนี้เสีย การเมืองไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ การเมืองแทรกแซงก็เป็นไปตามวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย จึงขออนุญาตโดยสารว่าผมยังอยู่ ผมกลับมาแล้วครับ เสียงดังฟังชัดครับ ขอบคุณครับ