อภิสิทธิ์ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. อุดมศึกษา แก้ปัญหาล้าหลัง-เน้นกองทุนพัฒนาบัณฑิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล หารือร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษา ที่มุ่งแก้ปัญหาความล้าหลังของมหาวิทยาลัยไทย โดยเสนอให้ตั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการผลิตบัณฑิตและงานวิจัยตามความต้องการของประเทศ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นของการทำข้อตกลงชัดเจนกับโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนและมีการกำกับดูแลในสามระดับ อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล หารือบทบาทและองค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับการใช้จ่ายงบประมาณในกองทุนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา พร้อมเน้นความสำคัญของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย และประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างด้านงบประมาณ บุคลากร และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล หารือการปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างและส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านนโยบาย Offset เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและมหาวิทยาลัยไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมเข้าใจว่าในพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุที่รัฐบาลเสนอคงมาจาก Pain Point เดิมของ มหาวิทยาลัย อย่างที่เราได้ทราบอยู่แล้วว่าในระบบการศึกษาอุดมศึกษาของเรามันถดถอยลง ตั้งแต่เรื่อง QS Star Rating ไม่ว่าจะเป็นการสอบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดลำดับใน PISA ก็ดี เราก็ถดถอยลง แล้วเมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้ว อว. เองก็มีโครงการที่เราเรียกว่า Reinventing มหาวิทยาลัยเพื่อทำให้การปรับการสู้ความเป็นมหาวิทยาลัยเลิศของโลกเพิ่มเติมแล้วก็ สู้กับเขาได้ แต่ท้ายที่สุดโครงการ Reinventing มหาวิทยาลัยก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากว่าเงินงบประมาณที่ได้ในการจัดการทำเรื่องนี้แต่ละมหาวิทยาลัยต่ำมาก เพราะฉะนั้นการที่จะไป Reinventing ที่จะไปสู้กับระดับโลกก็ทำไม่ได้ก็เลยเกิดโครงการนี้ ก็เชื่อว่าโครงการนี้ในแหล่งเงินเดิมที่ขอโดยระบบงบประมาณก็ทำอยู่ แล้วก็ตั้งกองทุนขึ้นมา ใหม่อีก ๑ กองทุน คือกองทุนเพื่อการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษานี้ขึ้นมาอีก ๑ กองทุน โดยเฉพาะในเจตนาที่ดีของตัวพระราชบัญญัตินี้ก็คือเป็น Shortcut ก็คือทำแล้วก็โฟกัส เฉพาะเรื่อง เพราะเนื่องจากว่าในวัตถุประสงค์ของตัวกองทุนก็บอกไว้ว่าต้องการที่จะพัฒนา ความเป็นเลิศ การผลิตกำลังคน แล้วก็ความต้องการของประเทศ โดยการอุดหนุนเงินต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นนโยบายของรัฐบาลเอง หรือเป็นสภาพแวดล้อมของโลกที่บีบบังคับ เช่น การศึกษาทางด้าน EV หรือ AI หรือเรื่อง New Enable Energy ทั้งหลาย แล้วก็เงื่อนไข ก็เปิดกว้าง เพราะแต่เดิมใน Reinventing ให้เฉพาะโดยไปเอาเงินจากงานวิจัยมา ทำให้ ไม่สามารถไปพัฒนาในเรื่องอื่นได้ แต่ในครั้งนี้เปิดขยายการใช้เงินที่กว้างขวางขึ้น คือไม่ว่า จะเป็นงบบุคลากร งบดำเนินงาน งบอุดหนุนในเงินอื่น ๆ ก็ตามที ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า เป็นเรื่องดีที่ขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินที่กว้างขวางขึ้น และสิ่งสำคัญในเรื่องนี้ก็คือเรื่อง การทำข้อตกลงว่าในโครงการต่าง ๆ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือโฟกัสกับปัญหา กับโครงการที่เสนอมานี้ก็ต้องทำข้อตกลงในการทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การวิจัย หรือขอ เงินอุดหนุน โดยในข้อตกลงนี้ผมก็เข้าใจว่าคงเป็นสัญญากันว่าในเรื่องนี้จะเห็นผลผลิต อะไรบ้าง จะดำเนินการด้วยวิธีอะไรบ้าง หรือแม้ว่าเป็นการกู้ยืมเงินก็คงจะมาพูดรายละเอียด กันว่าจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการอะไร แล้วก็สิ่งสำคัญในเรื่องนี้เราก็จะเห็นว่า ก็มี Regulator อยู่ ๓ ระดับ

Regulator อันแรกก็คือคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนา การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ผมคิดว่าอันนี้เป็นคณะกรรมการสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้น อยากฝากให้ท่านกรรมาธิการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ช่วยดูที่มาของคณะกรรมการในการบริหาร กองทุน เพื่อทำให้การใช้จ่ายเงินซึ่งอีกระบบหนึ่งในเงินงบประมาณมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อันที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการติดตามและการประเมินผล การพัฒนาการ อุดมศึกษา ผมว่าคณะนี้ก็เป็นคณะสำคัญอีกคณะหนึ่ง ซึ่งในตัว พ.ร.บ. อุดมศึกษาก็บอกว่า จะมีคณะมานั่งกำกับว่ามหาวิทยาลัยที่เสนอโครงการสามารถทำงานได้ตรงตามเงื่อนไข ต่าง ๆ หรือตามข้อตกลงได้ไหม เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นคณะกรรมการที่สำคัญที่ท่าน กรรมาธิการต้องพิจารณารายละเอียดการได้มาอำนาจ สัดส่วนของคนที่เข้ามาเป็น คณะกรรมการ

ตัวสุดท้ายก็คือการออก พ.ร.ฎ. หรือกฎกระทรวง หรือข้อบังคับ เพื่อให้การ ปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ไม่อย่างนั้นแล้วเราก็จะได้เพียงแค่โครงการใหม่ กับแหล่งเงินใหม่ แต่เราไม่ได้ผลผลิตใหม่ ๆ ตามที่เราอยากได้ หรือตามเจตนาของการร่าง ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ผมฝากด้วยว่าในปัญหาของ อว. เอง เนื่องจากผลเป็นทั้งผลผลิต ของ อว. เคยทำงานอยู่ใน อว. เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Pain point ของมหาวิทยาลัยไทย ก็คือเรื่องในงบประมาณซึ่งเราก็เห็นว่ามันต่ำลง ๆ ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าจำนวนของนักศึกษาผู้เข้าเรียนลดน้อยลง ซึ่งหลายมหาวิทยาลัย ก็คาดการณ์ถึงวิกฤติทางด้านการเงินของมหาวิทยาลัย และการทำหลักสูตรใหม่ ๆ การเข้าถึง โอกาสทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำในหลักสูตรใหม่ที่มีต้นทุนค่าธรรมเนียมสูงมากขึ้น ปัญหาเรื่องคุณภาพของบุคลากรที่มีคุณภาพ เราต้องการคนที่มีคุณภาพสูง เพราะฉะนั้น เกณฑ์ต่าง ๆ ที่ อว. เคยวางไว้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรกับอาจารย์ที่มีอยู่แล้ว หรือการ พัฒนาอาจารย์ใหม่ที่จะเข้ามาเราต้องการคนที่มีคุณภาพสูงขึ้น

อันสุดท้ายก็คือ ผมทราบว่าในการที่จะได้มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับสูงนี่ เราจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีบุคลากรที่มีคุณภาพสูง อาจจะต้องไปปรับเปลี่ยน เรื่องระบบการจัดซื้อจัดจ้างใน พ.ร.บ. ของการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ได้รับ ความเป็นเลิศตรงกับกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ได้รับเรื่องนี้ไว้นะครับ

สุดท้ายผมขอฝากถึงสภานโยบายที่มีท่านรัฐมนตรี อว. นะครับ ฝากถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเรื่องนโยบาย Offset Policy ที่จะจัดการถ่ายทอด ความรู้เพื่อใช้กับสถาบันการศึกษาในสภานโยบาย ซึ่งเราจะต่อเชื่อมกับระบบในการถ่ายทอด เทคโนโลยีการจัดการศึกษาที่เป็นหน่วยงานของเอกชนในต่างประเทศที่เราได้จัดซื้อ ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้ได้ครบถ้วนนะครับ

สุดท้ายนี้ผมฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยนะครับว่า ในระบบ Offset การขาดความรู้นี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกภารกิจหนึ่ง แล้วก็ขอให้โครงการตาม พ.ร.บ. การอุดมศึกษาได้เห็นประสิทธิผลของการใช้เงิน ของการตั้ง พ.ร.บ. ขึ้นมา ไม่ใช่ เพียงแค่ว่าเป็นการเพิ่มแหล่งเงินทุนใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยการศึกษาไทย ขอบพระคุณครับ