สุรวาท ทองบุ แสดงความเห็นสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมห่วงมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับงบประมาณต่ำและมีข้อจำกัดในการบริหาร จนอาจไม่สามารถแข่งขันเพื่อเข้าถึงกองทุนพัฒนาการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม จึงเรียกร้องให้มีการพิจารณาความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณ การกู้ยืมเงิน การเป็นกรรมการกองทุน และการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนสถาบันที่มีข้อจำกัดและนักศึกษาผู้มีทุนทรัพย์น้อย ให้ได้รับโอกาสพัฒนาคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมวิจัยนวัตกรรมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากมหาสารคาม ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนเบื้องต้นว่าผมเห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และอีก ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องครับ
ท่านประธานครับ ผมเห็นชอบเนื่องจากว่าบรรดาสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้ง คณาจารย์ทั้งหลายได้ฝากมาว่า ได้โปรดกรุณาเห็นชอบด้วยเพื่อนผมที่เป็นอดีตเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา ท่านดอกเตอร์สัมพันธ์ ฤทธิเดช ก็ฝากมาว่าให้เห็นชอบด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแล้วร่างนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษา ของประเทศอย่างยิ่งทั้ง ๓ ร่างนะครับ แต่ผมมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยจากที่เพื่อนคณาจารย์ ทั้งหลายรวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ มีความตื่นเต้นดีใจที่จะเห็นตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเป็นห่วงเหลือเกินว่า โครงการอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นใน อว. หรือ ศก. ในอดีตก็ตาม ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ก็คือมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเป็นส่วนใหญ่ ผมเป็นห่วง มหาวิทยาลัยที่เรียกว่า มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ วันนี้ที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ๙ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง ราชมงคล ๙ แห่ง มหาวิทยาลัยและสถาบันวิทยาลัย ชุมชน ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยไทยก็จะมีกลุ่มนี้ที่เป็นส่วนราชการ แล้วมี มหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ๒๕ แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและเป็น มหาวิทยาลัยเก่าแก่ เราจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการนี้มีความยุ่งยากในการ บริหารจัดการ มีความขาดแคลนและขัดสนไปทุกเรื่อง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการคงทราบ ข้อมูลดีว่ามีปัญหาอะไรบ้าง อันที่ ๑ คือเขาได้รับงบประมาณน้อยนิดโดยเป็นหลักแค่ ร้อยล้าน ในขณะที่มหาวิทยาลัยในกำกับหลักหมื่นล้านในขณะที่มีรายได้ของมหาวิทยาลัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงสุดนะครับ แต่มหาวิทยาลัยเล็ก ๆ เหล่านี้ซึ่งรับจำนวนผู้เรียนมากกว่า มหาวิทยาลัยในกำกับ และได้รับงบประมาณน้อยกว่าเกือบ ๑๐ เท่า มีความยุ่งยาก เพราะฉะนั้นได้รับงบประมาณน้อยก็ยุ่งยากไปในเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรอบ อัตรากำลัง เรื่องของการบริหารจัดการ มีความขัดแย้งกันมากในมหาวิทยาลัย ไม่สามารถ แต่งตั้งอธิการบดีได้มากกว่า ๑๐ แห่ง มีการรักษาการมากกว่าโปรดเกล้าฯ ให้ ๔ ปี แต่ว่า รักษาการนี้ ๕-๖ ปีก็มีในหลายมหาวิทยาลัย ครู คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยนี้ได้รับเงินเดือน น้อยอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนไปนะครับ ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษามีเงินเดือน น้อยกว่าครู ๘ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ๑๒-๑๓ ปี ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีอาจารย์ที่เป็นพนักงาน ในขณะที่มหาวิทยาลัยส่วนราชการ มหาวิทยาลัยเป็นราชการ แต่อาจารย์เป็นประชาชน เป็นเอกชน ไม่ได้เป็นราชการ ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ผมจึงเป็นห่วงเหลือเกิน วันนี้มี การฟ้องร้องกันนับพัน นับหมื่นคดีในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ แล้วยังจะประสบปัญหานักเรียน ลดลง รายได้ก็ลดลง เขายังต้องเอาเงินรายได้ไปจ้าง คณาจารย์ จ้างอาจารย์ เพราะว่าเขา ไม่สามารถที่จะสร้างหลักสูตรใหม่ ๆ ได้ ก็รับเด็กไม่ได้ ทีนี้ร่างพระราชบัญญัตินี้มี การเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณตามปกติธรรมดา คือ มาตรา ๔๕ (๑) (๒) ก็เป็นปกติธรรมดา แต่ว่าใน (๓) นั้น มหาวิทยาลัยเหล่านี้ผมคิดว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากับเขา ได้รับงบประมาณมากขึ้น (๓) นี่คืองบประมาณที่ Advance ขึ้นจากกองทุน ซึ่งมี ๒ กองทุน แท้จริงแล้วคือกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านประธานครับมหาวิทยาลัยที่ ผมกล่าวถึงคือมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการจะต้องมาจัดทำคำรับรองการปฏิบัติ ตามเงื่อนไข เพื่อนำเงินนี้ไปทำอะไรครับ ไปพัฒนาสถาบันให้มีความเป็นเลิศ เพื่อผลิต กำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง วันนี้ผมกราบเรียนว่ามหาวิทยาลัยเหล่านี้ก็ยังติดลบอยู่ แต่ถ้าท่านไปถามอธิการบดีว่ามีปัญหาหรือไม่ อธิการบดีจะรักษาเก้าอี้เขา เขาจะบอกว่า ไม่มีปัญหาทั้งสิ้น ท่านต้องแอบไปถามอาจารย์ คณาจารย์ทั้งหลาย พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือนักศึกษานั้น การจัดสรรงบประมาณ สำนักงบประมาณก็ตัดจังนะครับ ได้งบประมาณ หลักร้อยล้าน ยังไม่เท่าหลักร้อยของมหาวิทยาลัยที่ได้มากที่สุดเลย ๑๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท เห็นไหมครับ แต่มหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท จะทำอะไรได้ แล้วบอกว่า ให้เขามาทำคำรับรองเพื่อมีความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางด้วย ผมจึงเป็น กังวลว่ากองทุนนี้จะเกื้อกูลเขาจริงไหม จะเอื้อเฟื้อโอบรับเขาจริงไหมนะครับ ที่สุดเงื่อนไข ทั้งหลายก็จะบอกว่า มหาวิทยาลัยต้องมีความพร้อมที่จะมาท้าทาย ที่จะมารับการรับรอง ที่จะมารับเงื่อนไขที่กำหนดนี้ จึงเป็นไปได้ยาก ท่านไปดูเลยครับ โครงการที่ผ่านมาว่า ที่ Advance ขึ้นมานี้ใครคือคนที่ได้รับงบประมาณบ้าง เหมือนกับบริษัทเล็ก ๆ จะไปเขียน เพื่อขอโครงการใหญ่ ๆ ได้อย่างไร ครูบาอาจารย์ก็ขาดแคลน ขัดสนเครื่องไม้เครื่องมือ งบประมาณแต่ละปีตัดแล้วตัดอีก
ท่านประธานครับ ผมก็ยังมีข้อกังวล ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับว่า ในร่าง พระราชบัญญัตินี้ ในส่วนที่มีความสงสัยว่าในมาตรา ๕๐/๑ ได้เขียนหลักการไว้ แล้วก็มีส่วน ที่บอกว่าจะให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ อันนี้ผมก็กังวลว่ามหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถที่จะเสนอตัวเอง เพื่อรับคำท้าทายจะต้องไปกู้ยืมเงินไหม จากที่ได้รับเงินน้อย รายได้น้อยอยู่แล้ว แล้วก็มี มาตรา ๕๐/๒ (๗) ที่บอกว่า มหาวิทยาลัยจะต้องสมทบหรือนำส่งเงินเข้ากองทุนด้วยหรือไม่ ผมเกรงว่าเงื่อนไขทั้งหลายว่ามหาวิทยาลัยจะต้องสมทบ หรือมหาวิทยาลัยจะต้องไปทำอะไร เพื่อให้ได้กำไรเพื่อกลับมาสมทบ ในที่สุดมหาวิทยาลัยที่ยากแค้นแสนเข็ญนั้นจะรับเงื่อนไข ได้ไหมนะครับ มีมาตรา ๕๐/๖ ที่เขียนไว้ คณะกรรมการบริหารกองทุน ที่บอกว่ามีบุคคล ต่าง ๆ มาเป็นคณะกรรมการนะครับ ผมเห็นว่าผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทำไมไม่ได้ เป็นกรรมการ แต่ (๔) ผู้แทนของสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่อยู่ใน อว. ได้เป็นกรรมการ รวมทั้ง ผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้เป็นกรรมการด้วย แต่ว่าผู้แทนจากมหาวิทยาลัย ของรัฐที่สังกัด อว. ไม่ได้เป็น เป็นเพราะเหตุอะไร จึงเป็นข้อสงสัยนะครับ เพราะฉะนั้นจึง ขอกราบเรียนนะครับว่า ร่างนี้เป็นความหวังนะครับ กองทุนทั้งหลายนี้เป็นความหวัง แต่ว่า มีประเด็นปัญหาในเรื่องของเงื่อนไข กองทุนนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพ ของมหาวิทยาลัยที่ผมกราบเรียนนี้ว่ายังมีความอ่อนแอ จะมาทำงานเพื่อท้าทาย เพื่อความ เป็นเลิศ และที่สำคัญคือช่วยส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยทางสังคมศาสตร์ เปิดรับทางสังคมศาสตร์มาก โอกาสน้อยมาก ที่จะได้รับกองทุนนี้ ซึ่งเขาโอบรับผู้เรียนที่เป็นลูกชาวบ้าน เป็นผู้เสียภาษีอากรมากที่สุด แล้วก็มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด แต่เขาก็ยังอยากได้มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าเพราะเขาสอบไม่เก่ง เขาเก่งนะครับ แต่ว่าเขาสอบไม่เก่ง จากต้นทุนการศึกษาที่เขา ขาดแคลนขัดสนตั้งแต่ประถมศึกษามาแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนฝากไปถึงท่าน กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นพิจารณาว่า จะเขียนในข้อบัญญัติอย่างไร เพื่อให้โอบรับ ไม่ใช่ เพียงต่อยอดเพื่อความเป็นเลิศเท่านั้น แต่จะทำอย่างไรเพื่อฟื้นฟู ยกระดับศักยภาพของ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นขึ้นมาเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศครับ ขอบคุณครับ