กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษา 4 ฉบับ โดยเน้นการทบทวนการจัดสรรงบประมาณและการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและประชาชน พร้อมเสนอแนวทางสนับสนุนการศึกษาใน 4 มิติ ได้แก่ การแก้ปัญหานักเรียนขาดโอกาส การพัฒนาทักษะแรงงาน ความเดือดร้อนของอาจารย์ผู้สอน และการวิจัยที่ไม่ตอบโจทย์สังคม รวมถึงเรียกร้องให้ปรับกลไกกองทุนให้มีเป้าหมายชัดเจน วัดผลได้ และเน้นการบริการประชาชนแทนการเก็บหนี้หรือแสวงหาผลกำไร พร้อมผลักดันความเสมอภาคทางการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำโดยกำจัดผลประโยชน์ทับซ้อนตามรัฐธรรมนูญ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ. เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคก้าวไกล ในวันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ทั้ง ๔ ฉบับเลยนะครับ คือประเด็นหลัก ๆ ของทั้ง ๔ ฉบับ มีอยู่ ๒ ด้านด้วยกันนะครับ ด้านแรกก็คือ ด้านการของบประมาณจากหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของอุดมศึกษา กับอีก เรื่องหนึ่งจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างกองทุนนะครับ เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาการ อุดมศึกษา นี่คือ ๒ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ ซึ่งทั้ง ๒ ประเด็นครับท่านประธาน มันคือการ ให้ทุน อ. เอท ก็เลยใช้ Model วันนี้ในการที่จะอภิปรายคำว่า FUND ๔ ตัวอักษรครับ เป็นการให้ทุนในวันนี้นะครับ
F แรก คือคำว่า Fact แปลว่าความจริงนะครับ อ. เอทก็เป็นคุณครูกว่า ๒๐ ปี อยู่ในหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งเราได้ดูการทำวิจัยของอาจารย์ต่าง ๆ จะพบว่าประเทศ ของเรามีความท้าทายอยู่ ๔ ด้านด้วยกัน
ด้านแรกก็คือ ด้านของนักเรียนที่ยังขาดทุนการศึกษา ขาดเรื่องของ ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีเด็กไปเรียนนะครับ โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับการ ให้บริการต่าง ๆ แพทย์ พยาบาล เรื่องของการขาด Skill เมื่อสักครู่นี้หลายท่านพูดแล้วครับ Upskill Reskill นี่ก็ยังขาดกันเยอะ และที่สำคัญนักเรียนที่เรียนดีควรจะมีทุนการศึกษาให้ ซึ่งตรงนี้เขาก็เรียกว่า Excellent ถูกไหมครับ Excellent Student ต่าง ๆ นี่เราเองก็ยังขาด ตรงนี้น้อยไป หรืออาจจะมีวิธีการเพิ่มเติมอย่างไร เดี๋ยวเราไปคุยกันในชั้นของกรรมาธิการ นะครับ นี่คือประเด็นปัจจัยแรก
ปัจจัยที่ ๒ คืออาจารย์ เมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ ได้พูดแล้วครับ อาจารย์นี่ทำ หลายด้านมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอน การทำวิจัย การบริการวิชาการ หรือแม้กระทั่ง การทำนุบำรุงเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เขาทำอยู่ ๔ ด้านครับ เวลาเขามีน้อยมาก แถมเรื่อง ของสวัสดิการแทบจะน้อยจริง ๆ เมื่อเทียบกับราชการ ซึ่งตอนนี้เราทราบดีครับว่าอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยตอนนี้เป็นพนักงานกันหมดแล้ว ไม่มีราชการเลย เพราะฉะนั้นเขาเจ็บปวด มากครับ เราควรจะมีการทำอย่างไร เพราะฉะนั้นกองทุนนี้หวังว่าจะช่วยได้นะครับ
ต่อมาเป็นเรื่องงานวิจัยครับ เราเห็นชัดเจนงานวิจัยกว่า ๕๔๐,๐๐๐ ฉบับ ขึ้นหิ้ง ก็คือมาจากการที่เรามีนโยบายต่าง ๆ ที่มาจากส่วนใดส่วนหนึ่งทำให้งานวิจัยนั้นไม่ได้ ตอบสนองกับคนทั้งประเทศ อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะฝากประเด็นนี้ไว้นะครับว่า กองทุนนี้จะช่วยได้ไหมนะครับ
อีกส่วนหนึ่งครับ คือทุนของเด็กเมื่อสักครู่นี้ อ.เอทก็เป็นศิษย์เก่าของ กยศ. ก็คือขอกู้มาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราทราบดีครับว่าคนกู้มีอยู่ ๕ ล้านคน แล้วก็งบประมาณ ที่ใช้กว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งก็มีใน ๕ ล้านคน หรือ ๕ ล้านฉบับ หรือ ๕ ล้าน ที่เป็น Contract มีกว่าแสนครับที่ขึ้นโรงขึ้นศาล นี่มันสร้างความเหลื่อมล้ำไหมตรงนี้นะครับ อยากจะให้แบบเรามาคิดกันให้ครบด้านนะครับ นี่คือปัจจัยของความท้าทายในการที่จะ พัฒนาการอุดมศึกษานะครับ
ตัว U ที่ ๒ ครับ U ก็คือคำว่า Uncertainty ครับ Uncertainty แปลว่า ความไม่แน่ใจ ความไม่แน่ใจของ อ. เอท คือตอนนี้เรามี ๒ อย่างถูกไหมครับ คือเรื่องการขอ งบประมาณ การของบประมาณก็ต้องผ่าน สกสว. ถูกไหมครับ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ถ้าเป็นหน่วยงาน ที่เป็นเกี่ยวกับอุดมศึกษาก็ขอโดยตรงได้เลย ตอนนี้ครับ เราเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้ว เราเปลี่ยนมาตรการใหม่เป็นต้องทำตามหรือปฏิบัติตามระเบียบวาระต่าง ๆ ซึ่ง อ. เอท ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าการที่เราทำตามความต้องการของใครบางคนมันจะเป็นการตอบสนอง หรือเป็นการทำให้มันมีความจำเป็นของคนทั้งประเทศได้ไหม นี่คือสิ่งที่ อ. เอทเป็นห่วง และกลัวมากนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การทำ Research บางครั้งพอเอาตามประเด็น ต่าง ๆ ของนโยบายรัฐมาหรือของใครมาบางคน มันทำให้ไม่ทั่วถึง เราจะช่วยกันพัฒนา ตรงนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ
ต่อมาเป็นเรื่องของกองทุนครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะมากครับ กองทุนเพื่อการพัฒนาถามจริง ๆ ครับว่าเราสามารถที่จะมีวาง Scope หรือโฟกัสให้มัน แคบลงได้ไหม เพราะตอนนี้โฟกัสเรากว้างมากครับ ก็คือเป็นการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้มีการทำวิจัยให้ดีขึ้น คือมันดูออกเป็นแนวเชิงแบบว่าจับต้องยากนิดหนึ่ง อยากจะให้ เรามีคำว่า Concrete จับต้องได้นะครับ นี่คือตัว U ที่ ๒ คือ Uncertainty ครับ
ต่อมาเป็นตัว N ครับ N คืออะไรครับ N คือ New Normal New Normal คือวิถีชีวิตใหม่ ๆ ที่ อ. เอทอยากจะยกคำว่า KPI วันนี้เข้ามา คือเป็นตัวชี้วัดนะครับ นั่นเป็น Key Performance Indicator ซึ่งเอาเลยครับ ตรงนี้เรามาวัดกันใหม่เลยครับ เด็ก ๆ นักเรียนได้รับทุนมากขึ้นไหม เด็กเรียนดีได้รับทุนที่เป็นอย่างไร เรียนฟรีไปเลยหรือเปล่า หรือสาขาไหนที่ยังขาดนักเรียนเพิ่มเข้าไปกี่คน กี่อัตรา คือสิ่งเหล่านี้มันควรที่จะเป็น KPI ชัดเจน ไม่ใช่เรามาดู KPI ว่ามีใครใช้หนี้บ้างหรือยัง ใช้หนี้ไม่ครบ ต้องเก็บเงินเท่าไร คือรัฐบาลต้องเป็นการให้บริการประชาชนนะครับ ไม่ได้เอามาคิดถึงเรื่องของการค้าการขาย หรือผลกำไรนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้กองทุนนี้มีประโยชน์ด้านนี้มากขึ้น เพราะ อ. เอท ก็เป็นคุณครูเช่นกัน
ต่อมาครับ ถ้าเป็นเรื่องของอาจารย์ก็เช่นกัน การที่จะวัดผลอาจารย์เขาทำอยู่ ๔ ด้าน เมื่อสักครู่นี้ อ. เอทได้บอกไปใช่ไหมครับ ถ้าเกิดว่าเขาเก่งด้านสอน แต่ต้องไปวัด สมรรถภาพเขาด้านการทำวิจัย แล้วเขาไม่เคยทำวิจัยเลยครับ มันก็ยาก เพราะฉะนั้นการให้ Weight ในแต่ละ Weight ควรจะมีความเขาเรียกว่าเที่ยงธรรมหรือ Fair สำหรับอาจารย์ เพราะเขาจะได้มีขวัญกำลังใจ และที่สำคัญตอนนี้เป็นพนักงานอาจารย์นะครับ เขาต่อเป็น รายปี สูงสุดก็เป็นราย ๒ ปี ซึ่งเขาขาดกำลังใจ เขาเรียกว่าการที่เราจะผลักดันให้คนให้ อาจารย์เขามีความสุข เรื่องสิ่งเหล่านี้ความมั่นคงในชีวิตต้องมาก่อนนะครับ และการทำ Research ก็เช่นเดียวกันครับ การทำ Research ที่มันขึ้นหิ้งเพราะอะไรครับ เพราะเรายัง ขาดการ เขาเรียกว่า การตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง เราเห็นบอกว่ามีการตั้ง RU นะครับ RU คือ Research Utility ซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท อ. เอท ก็อยากจะเห็นว่าตรงนี้มันสร้างความแตกต่างให้กับการทำ Research ได้จริง ๆ หรือเปล่า และนี่คือสิ่งที่เราต้องการเห็นว่าเอา Research ออกมาตอบสนองกับความต้องการของพี่น้อง ประชาชน ไม่ใช่ตอบสนองกับนายทุนใครบางคน นี่คือสิ่งที่อยากเห็นมาก ๆ ครับ และการ ก่อสร้างก็เช่นกันครับ บางที อ. เอทเห็นในบางมหาวิทยาลัยครับ สร้างโน่นสร้างนี่ คือสร้าง หลายตึก แต่ก็ไม่มีคนใช้เลยนะครับ อ. เอทอยากจะให้เรามาสร้าง เราสร้างตึกที่มันเกี่ยวกับ Lifelong Leaning การเรียนที่ตลอดชีวิต หรือจะเป็นการสร้าง Research Center ให้คนที่เป็นนักวิจัยได้เข้ามาใช้พื้นที่ เข้ามาหา ข้อมูลสร้างเป็น Database เอา Research ของแต่ละที่ทั่วโลกมารวมกันเพื่อให้คนที่เขา อยากทำวิจัยจริง ๆ เอาสิ่งที่สร้างตรงนี้ขึ้นมาทำประโยชน์ได้ จะเป็น KPI ที่ดีมหาศาล นี่อยากที่จะช่วยกันคิดในขั้นตอนต่อไปนะครับ เพราะประเทศของเราการพัฒนาเรื่อง การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ
ต่อมาครับคือตัว D D คืออะไรครับ D ในที่นี้คือ Disparity Disparity แปลว่าเหลื่อมล้ำ แต่เราอยากจะพูดว่าประเทศเราต้องลดความเหลื่อมล้ำครับ ลดอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องทำหน้าที่ในการบริการประชาชน และที่สำคัญเรื่องของเราต้องทำตาม รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็มีบอกนะครับว่าต้องเสริมสร้างความเสมอภาค เสมอภาคที่ดี ต้องทำอย่างไรครับ จะต้องมีการให้บริการด้านการศึกษาครับ ฉะนั้นการศึกษาก็ลงมาถึง กองทุน ฉะนั้นกองทุนต้องไปถึงพี่น้องประชาชน ต้องไปถึงอาจารย์ ต้องไปถึงแหล่งที่เป็น อุดมศึกษาครับ และนี่ละครับคือบทสรุป
สุดท้ายครับ อ. เอทอยากเห็นคำว่า ฟัน คือ ฟันธง การลดความเหลื่อมล้ำ และฟันทิ้งในการหาประโยชน์ของกลุ่มใครบางคน ขอบพระคุณครับท่านประธาน Respect