ซาการียา สะอิ อภิปรายร่างแก้ไข พ.ร.บ. อุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ 4 ฉบับ โดยเสนอให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริมการผลิตบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวจากการได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ และตั้งคำถามถึงความไม่เสมอภาคในระบบเงินเดือนของอาจารย์มหาวิทยาลัยเมื่อเทียบกับข้าราชการครู เรียกร้องให้กระทรวง อว. ปรับโครงสร้างค่าตอบแทนและระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพอย่างเป็นธรรมเพื่อผลักดันการพัฒนาคนและประเทศอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายเรื่อง การแก้ไขพระราชบัญญัติอุดมศึกษารวมทั้ง ๔ ฉบับ ก็คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๔. ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
การแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนี้เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนา การอุดมศึกษา หัวใจหลัก ๆ ก็คือ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งถ้าถามว่า อว. หรือกระทรวง อว. มีการส่งเสริมเรื่องนี้แล้วหรือยัง ผมตอบได้จากประสบการณ์ตัวเอง เลยครับท่านประธาน ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผลผลิตมาจากทุน อว. หรือกระทรวงวิทยาศาสตร์เดิม ที่ส่งผมไปเรียนปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ University of Southampton วันนี้ ผมถือว่าเป็นเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง มาจากตำบลกาลิซา มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้มี โอกาสได้มีประสบการณ์จากต่างประเทศจากทุน อว. วันนี้ถือโอกาสขอบคุณกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ที่มอบโอกาสเด็กบ้าน ๆ อย่างผมได้มีโอกาสได้ เรียนรู้ และมีประสบการณ์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ถามว่า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว เรื่องของการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ บ้านเรา ถ้าเทียบกับที่อื่นนี่มันเป็นอย่างไรบ้าง จากประสบการณ์โดยตรง ผมไม่ต้องไปเปรียบเทียบ กับประเทศที่มันไกล ๆ ครับ ประเทศใกล้ ๆ เรา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือว่าระบบการศึกษาดี ประเทศหนึ่ง เขามีการส่งเสริมการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็น ข้าราชการ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือรัฐบาลเท่านั้น แต่เขายังส่งเสริมให้ มีศักยภาพของประชาชนของเขาสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ ทุกด้าน เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้ถ้าเราปรับกองทุนตรงนี้ให้เป็น กองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษาแล้วเราได้อะไรบ้าง มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ อันนี้เป็นคำถาม ที่ตัวเราเองก็ต้องมีคำตอบให้กับประชาชน ให้กับคนที่ต้องการที่จะเข้าสู่ความเป็นเลิศนั้น ๆ ท่านประธานครับ มีมหาวิทยาลัยในไทยหลายมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูง ที่มีความเป็นเลิศ ในแต่ละสาขาวิชา แต่ยังขาดทุนทรัพย์ ขาดเงินทุนในการอุดหนุน เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ว่าวันนี้มันมีการ Disrupt มาจากหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น AI ไม่ว่าจะเป็นทาง IT หรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราเองจะอยู่นิ่งไม่ได้ครับ เราเองต้องพัฒนา ตัวเองให้มีศักยภาพเทียบเท่าไปกับคนอื่นด้วยครับ ถ้าเรายังอยู่นิ่ง เราก็ไม่พัฒนา เราก็ ไม่สามารถที่จะยกระดับตัวเองไปสู่ระดับสากลได้ ถามว่าสำคัญไหม สำคัญมากครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถือว่าการทำกองทุนนี้เป็นคุณูปการต่อคน ต่อบุคลากร ทางการศึกษา ต่อบุคลากรในทุกภาคส่วน ทุกมิติในประเทศไทยนะครับ ตอนนี้ก็จะมีคำถาม นิดหนึ่งครับท่านประธานว่า เมื่อมหาวิทยาลัยของไทยมีศักยภาพอยู่ไม่กี่มหาวิทยาลัย เราทราบกันดี เราปฏิเสธไม่ได้นะครับว่ามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยดีกันหมดเลย โรงเรียน ทุกโรงเรียนมีคุณภาพเทียบเท่ากันหมดเลย เป็นไปไม่ได้ครับ ประเทศอื่นเขาก็ไม่เป็นแบบนี้ เหมือนกัน แต่ถามว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานต่ำกว่า ที่ไม่มีเงินทุน ที่เป็นมหาวิทยาลัยภูธร เขาจะทำอย่างไรครับ เขาจะได้ประโยชน์อย่างไรจากกองทุนดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ แม้ว่าการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ ปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ถ้า ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นเลิศ ท่านคิดว่าใครจะพัฒนาตัวเองครับ ถ้าพัฒนาแล้วเงินเดือนก็ไม่ได้มากขึ้น ถ้าพัฒนาแล้วความเป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้น ถ้าพัฒนาแล้ว อะไร ๆ ไม่ได้ดีขึ้น ถามว่าใครเขาจะพัฒนาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจะยกตัวอย่าง เปรียบเทียบเลยนะครับ พอดีผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน อยู่ในมหาวิทยาลัยมา ๑๕ ปี ทราบดีกับปัญหาทางมหาวิทยาลัย หรือ อว. ผมขอเปรียบเทียบนิดหนึ่งโดยที่อาจจะ ไม่ขึ้นสไลด์นะครับ เปรียบเทียบเงินเดือนครู คศ. ครูผู้ช่วย ครู คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ กับเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ อันนี้คือแรงจูงใจครับ ถ้าเงินเดือน คศ. ๒ หรือเทียบ กับอาจารย์มหาวิทยาลัย คศ. ๒ มีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบครู คศ. ๓ กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ครูจะมีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์ มหาวิทยาลัย ๕,๖๐๐ บาท ถ้าครู คศ. ๔ จะมีอัตราเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือรองศาสตราจารย์ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ผมถามว่าเราเองได้รับทุน ๔ ปีครับ ไปเรียนต่างประเทศ เงินเดือนถูก Freeze ครับ เงินเดือนไม่ขึ้น ถามว่าเราพยายามพัฒนา ศักยภาพตัวเองไหม พยายามไม่อย่างนั้นจะจบมาได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมถามว่า เงินเดือนถูก Freeze แทนที่ประเทศอื่น ๆ มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาตัวเอง จากการ เรียนถึงปริญญาเอก ผมถามว่าแล้วใครจะพัฒนาศักยภาพตัวเองครับท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่ง ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งก็คือเกี่ยวกับ ตำแหน่งวิชาการครับ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๓,๕๐๐ หรือ ๕,๖๐๐ ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ ซึ่งเทียบเท่ากับ คศ. น่าจะเป็น คศ. ๔ ตำแหน่งศาสตราจารย์ ท่านลอง ไปดูครับ ผมฝากทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูครับ มีบางมหาวิทยาลัยเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เงินเดือนขาเดียวครับ เป็นผู้ช่วย ศาสตราจารย์ได้เงินเดือน ๕,๖๐๐ ไม่ได้คูณ ๒ ถ้าเป็นครู คศ. ๓ ได้เงินเดือนเท่าไรครับ ๕,๖๐๐ คูณ ๒ ถามว่าอันนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนว่าใครที่อยากไปทำงานใน มหาวิทยาลัย คนที่มีศักยภาพเขาก็มีความรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนล้ากับการที่ไม่ Balance กัน อย่างนี้นะครับท่านประธาน
ท้ายที่สุดผมก็ฝากทางกระทรวง อว. นะครับ ฝากกองทุนนี้เพื่อให้พัฒนา ศักยภาพคนสู่ความเป็นเลิศ เพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศในทุกมิตินะครับ ซึ่งเราทราบดี อยู่แล้วว่าการพัฒนาคนมันสามารถพัฒนาประเทศในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคน มีความรู้ความสามารถ ถ้าคนมีความเป็นเลิศ ทุกอย่างมันจะดีครับท่านประธาน ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน