ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ วิจารณ์การจัดสรรงบกีฬาจาก กกท. ลดลงรุนแรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๗

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๘ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยชี้ว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬายังได้รับงบประมาณน้อยเมื่อเทียบกับโครงการ Event และเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกีฬาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณจาก กกท. ที่ลดลงอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ และเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้แจงเหตุผล พร้อมยืนยันความจำเป็นในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนากีฬาในทุกระดับจังหวัด

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเชื่อว่า ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาในวาระแรก แน่นอน ผมจึงเรียนท่านประธานสภาว่า จะขอเทียบเคียงงบประมาณรายจ่ายของปี ๒๕๖๗ กับปี ๒๕๖๘ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้น งบประมาณรายจ่ายเมื่อปี ๒๕๖๗ รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๓.๔ ล้านล้านบาท ตามที่ทุกท่านได้ทราบแล้วนะครับ และร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ รัฐบาลได้ตั้งไว้ ๓.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น จำนวน ๒๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ด้านงบกลาง ปี ๒๕๖๗ รัฐบาลได้ตั้งงบกลางไว้ที่ ๖.๑๔ แสนล้านบาท มาปีนี้ ปี ๒๕๖๘ ร่างงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งไว้ที่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นะครับท่านประธาน ซึ่งเพิ่มขึ้น ๑.๙ แสนล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวม กับงบที่ซ่อนไว้อีก ๑.๕ แสนล้านบาท กราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปราย งบประมาณในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬาของคนในชาติไทย ขอส่องงบประมาณ ไปที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ เมื่อปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้ว กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๕,๔๑๗.๗ ล้านบาท ในปีนี้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งไว้ที่ ๖,๔๔๗.๕ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน ๑,๐๒๙.๘ ล้านบาท ย่อลงมาอีกครับท่านประธาน ส่องงบประมาณในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้ว มาส่องงบประมาณของการกีฬาแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๖๗ ตั้งไว้ที่ ๒,๑๖๓ ล้านบาท ปีนี้งบประมาณรายจ่ายของการกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งไว้ที่ ๒,๙๔๕ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น จำนวน ๗๘๒ ล้านบาท ดูจากงบประมาณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬา แห่งประเทศไทย มีสัดส่วนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ผมแอบดีใจครับท่านประธาน ว่าการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬาทำท่าว่าจะดูดีและมีงบประมาณเพิ่มขึ้น ขอย้อนหลังไป เมื่อปี ๒๕๖๗ ขอเอ่ยนามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาทำท่าว่าจะเข้าใจ ในการบริหารงานด้านกีฬา ซึ่งรัฐมนตรีทำงานมาได้ ๑๐ เดือน ก็ต้องปรับเปลี่ยนออกไป แสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือไม่ให้ความสนใจในการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาระดับเยาวชน หรือกีฬาพื้นฐานแต่ละ จังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด ผมขอย้อนหลังไปอีกนิดหนึ่งครับ เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วที่ผ่านมาก่อน ปรับคณะรัฐมนตรี มีผู้แทนผู้บริหารกีฬาเข้าพบรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ รัฐมนตรีสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในขณะนั้น เพื่อไปบอกถึงความเดือดร้อน ความต้องการของนักกีฬาทั่วประเทศ สุดท้ายครับ ท่านรัฐมนตรีสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ผมคาดหวังไว้ยังไม่ทันได้สร้างผลงาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีออกไป ซึ่งปัจจุบันท่านรัฐมนตรีไปอยู่กระทรวง วัฒนธรรม และขณะนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่จะถูกปรับ หรือเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ ผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีคนใหม่ ให้ความสนใจ ให้ความสำคัญในการพัฒนากีฬาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ก็คือตั้งแต่ระดับเยาวชน ระดับจังหวัด ผมขออภิปรายต่อไปว่า เพราะอะไรกีฬาชาติไทยจึงไม่พัฒนาเท่าเทียม กับประเทศอื่น ๆ ที่มีความเจริญด้านกีฬาแล้ว ผมขอยก ๔ ประเด็นดังนี้ครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๑ การจัดสรรงบประมาณในการจัดการแข่งขันกีฬา หรือมหกรรม กีฬาแห่งชาติ ๔ รายการ ซึ่งก็คือการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ๒ ชนิดกีฬานี้แข่งพร้อมกัน กีฬาแห่งชาติและกีฬาคนพิการแห่งชาติ ๒ ชนิดกีฬานี้ ก็แข่งพร้อมกันครับ ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษา ของกรมพลศึกษา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญน้อยและนิดจริง ๆ ครับ ที่ผมยกตัวอย่างประเด็นนี้ เพราะว่าการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ระดับเยาวชนแข่งขันมาแล้ว ๓๙ ปี ๓๙ ครั้ง ส่วนการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ แข่งขันมาแล้ว ๔๙ ปี ๔๙ ครั้ง ไม่น้อยกว่า ๔๙ ปี ที่แข่งขัน กีฬาแห่งชาติมา มาสู่ยุคปัจจุบัน ยุค 5G นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็ยังมีสภาพ ความเป็นอยู่เหมือนเดิมทุกจังหวัด กล่าวคือเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ไม่ว่าการแข่งขันกีฬา แห่งชาติ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ใช้ยานพาหนะในการเดินทางหลายจังหวัดครับ ใช้รถบรรทุก ใช้รถสองแถว ใช้รถรับจ้าง และที่ร้ายไปกว่านั้น เจ้าภาพที่เป็นจังหวัดในการจัดการแข่งขัน กีฬาให้นักกีฬาเข้าพัก ให้ผู้ฝึกสอนเข้าพัก ให้ไปพักที่วัด พักที่โรงเรียน บางชนิดกีฬาใช้ที่พัก แบบเต็นท์นอนชั่วคราว ใช้ห้องน้ำชั่วคราว และในด้านสวัสดิการนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เมื่อแข่งขันเสร็จก็ไม่มีเงินโบนัส หรือเงินอัดฉีดให้นักกีฬา ไม่มีสวัสดิการเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ตามความจำเป็นในขณะที่เข้าร่วมการแข่งขัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ยุคนี้ ยุค 5G เป็นยุคที่เศรษฐาเวทนายิ่งนักครับ ดังนั้นการพัฒนาด้านกีฬาจะทำให้เท่าเทียม กับประเทศที่พัฒนากีฬาแล้ว นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ก็คือการจัดสรรงบประมาณให้กับกีฬาพื้นฐาน หรือกีฬาจังหวัด สิ่งที่ต้องทำโดยด่วนเวลานี้ก็คือการแก้ไขระเบียบพระราชบัญญัติการกีฬา แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งผมและคณะจะเสนอเรื่องนี้ให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณา ในโอกาสต่อไป

ประเด็นที่ ๒ งบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปี ๒๕๖๘ ที่อยู่ในร่างงบประมาณชุดนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว และกีฬา มากกว่าส่งเสริมเศรษฐกิจนะครับ ถือว่าการท่องเที่ยวเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ เรื่องนี้ผมทราบดีครับว่ามีความสำคัญ แต่การพัฒนาด้านกีฬาก็มีความสำคัญยิ่งกว่า เพราะเป็นการพัฒนาคน ซึ่งงบประมาณส่วนมากก็ทราบดีว่าไปทำโครงการ Event เสียส่วนใหญ่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬาได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยลง ซึ่งสวนทางกับ งบประมาณโดยรวมที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาที่ได้รับสูงขึ้นตามที่ผมได้ กล่าวข้างต้น

ประเด็นที่ ๓ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ทำงานด้วยความสับสนระหว่าง ๒ หน่วยงาน กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้รับ การจัดสรรงบประมาณ หรือจัดเก็บภาษีจากกรมสรรพสามิต จำนวน ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้รับ งบประมาณปีละประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ประธานบอร์ดกองทุนก็มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองประธานบอร์ดกองทุนก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน มีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้บริหารงบประมาณในกองทุน ซึ่งได้จัดสรร งบประมาณไปยังหน่วยงานกีฬาต่าง ๆ เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา แห่งประเทศไทย จังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งงบประมาณที่นำไปใช้ ส่วนใหญ่ก็อนุมัติไปตามอำเภอใจของรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบโจทย์ต่อการพัฒนาคน ด้านกีฬาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งประเด็นนี้พระราชบัญญัติการกีฬาประเทศแห่งไทย ๒๕๕๘ อย่างที่เรียนท่านประธานไว้ครับ ผมจะขอเสนอแก้ไขในโอกาสต่อไป ผมจึงอยากให้ นายกรัฐมนตรีเห็นชอบการแก้ไขพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อประโยชน์และตอบโจทย์ในการพัฒนากีฬาพื้นฐาน ต่อยอดไปสู่นักกีฬาทีมชาติ กีฬาอาชีพ สามารถแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในวันนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทยได้จัดสรรเงินอุดหนุนงบประมาณประจำปี จัดสรรให้กับจังหวัด ทุกจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด เสดสายิ่งนักครับ ท่านประธานครับ ย้อนหลังในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ แต่ละจังหวัดได้รับงบประมาณเฉลี่ยกันไปด้วยงบประมาณ ๗๐ ล้านบาท ปีเดียวครับ ปีถัดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๕ ทุกจังหวัดได้รับงบประมาณเฉลี่ยกันไป ๖๐ ล้านบาท การกีฬาแห่งประเทศไทยได้จัดสรรงบประมาณให้กับทุกจังหวัด เพื่อใช้ในการบริหาร จัดการกีฬาของจังหวัดนั้น ๆ ทุกกิจกรรม เช่น ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ สนับสนุนชมรมกีฬา จัดกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทยในช่วงนั้น ปีละ ๖๐ ล้านบาท โดยจัดสรรให้ตามตัวชี้วัด หรือผลการประเมินของการกีฬาแห่งประเทศไทย ทุกจังหวัด จะได้รับงบประมาณช่วง ๔๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถัดจากนั้นครับ ปี ๒๕๖๖ การกีฬา แห่งประเทศไทยไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ทุกจังหวัดเลย ปีนั้นงบประมาณเป็นศูนย์บาท สุดท้ายผู้บริหารกีฬาหลายจังหวัดเรียกร้องให้การกีฬาแห่งประเทศไทยไปของบประมาณ เป็นงบกลางจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติงบประมาณให้กับ ๗๗ จังหวัด จำนวน ๔๐ ล้านบาท ยังไม่จบแค่นั้นครับท่านประธาน ถัดมางบประมาณ ในปี ๒๕๖๗ ขณะนี้ทราบว่างบประมาณได้ตัดลดลงเหลือเพียง ๓๐ ล้านบาท ลดลงจาก ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ๓๐ ล้านบาท ลดมาครึ่งต่อครึ่งครับท่านประธาน เมื่อนำมาหาร งบประมาณ ๓๐ ล้านบาท ให้กับ ๗๗ จังหวัด จัดสรรให้ตามตัวชี้วัด หรือผลประเมินของ กกท. เห็นแล้วน่าใจหายครับท่านประธาน ได้รับงบประมาณน้อยนิดครับ ผมขอยกตัวอย่าง จังหวัดนครพนม ได้รับงบประมาณในการบริหารจัดการกีฬาทั้งจังหวัด ๑๖๒,๕๘๑ บาท จังหวัดอำนาจเจริญได้รับงบประมาณในการจัดสรร ปี ๒๕๖๗ ครับ ๑๘๕,๕๙๔ บาท ยังมีจังหวัดใหญ่ ๆ อีกหลายจังหวัดครับท่านประธาน จังหวัดกาญจนบุรีได้รับงบประมาณ จัดสรร ๑๒๐,๐๐๐ บาท จังหวัดสุรินทร์ได้รับงบประมาณจัดสรร ๘๔,๐๐๐ บาท จังหวัด อุดรธานีได้รับงบประมาณจัดสรร ๑๔๐,๐๐๐ บาท จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดใหญ่ได้รับ งบประมาณจัดสรร ๑๔๐,๐๐๐ บาท จังหวัดเลยได้รับงบประมาณจัดสรร ๑๖๐,๐๐๐ บาท จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับงบประมาณจัดสรร ๑๔๐,๐๐๐ บาท ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธาน ได้เห็นบางจังหวัดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณ เท่านี้ แล้วให้ทุกจังหวัดพัฒนากีฬา ไม่รู้จะพัฒนาไปได้อย่างไรครับ รัฐบาลไม่ได้เติมเต็ม งบประมาณให้กับจังหวัด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ลดงบประมาณของทุกจังหวัดลงไปอีก จะให้ผม ไม่คิดได้อย่างไรครับว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่จริงใจ หรือไม่สนใจต่อการพัฒนากีฬาชาติอย่างแท้จริง ถูกต้องหรือไม่ครับท่านประธาน ดังนั้น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ หรือร่างงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ อย่าให้เป็นหนังม้วนเก่า ครับท่านประธาน ฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยตอบคำถามด้วยว่า งบประมาณในการจัดสรรให้กับจังหวัดในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ทำไมต้องถูกตัดออกจาก ๖๐ ล้านบาท เหลือแค่ ๓๐ ล้านบาท และในด้านงบประมาณ รายจ่ายปีนี้ ปี ๒๕๖๘ ยังไม่มีงบประมาณที่ชัดเจนว่าเมื่องบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรกแล้ว สุดท้ายจะอนุมัติหรือจัดสรรให้แต่ละจังหวัดจำนวนเท่าไร ฝากถึงท่าน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้มาตอบคำถามด้วยครับว่า อย่าให้เหมือนกับปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ