นิกร โสมกลาง อภิปรายสนับสนุนร่างงบประมาณปี 2568 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเรียกร้องให้เร่งปฏิรูประบบขนส่งทางรางและถนนที่ล้าสมัย รวมถึงผลักดันโครงการสำคัญอย่างรถไฟรางคู่ ทางหลวงพิเศษ และโครงข่ายเชื่อมต่อเศรษฐกิจไทย-จีน เพื่อส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว ลดเวลาเดินทาง และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทยครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องจากภาคอีสานมาร่วม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ด้วยโครงข่าย คมนาคมที่เชื่อมต่อและมีประสิทธิภาพทั้งประเทศ ท่านประธานครับ จากที่ท่าน สส. ชนินทร์ ได้กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงคมนาคมนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นใส่ใจ ในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมอย่างครอบคลุม ทั้งระบบราง ระบบถนน ทางอากาศ และทางเรือ ผมจะขอเป็นตัวแทนอธิบายเพิ่มเติมว่า งบดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร โดยเริ่มจาก การวิเคราะห์ปัญหาของระบบคมนาคมที่พี่น้องประชาชนไทยต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ครับ ผมขอสรุปง่าย ๆ เป็น ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ระบบขนส่งทางรางของประเทศที่ล้าสมัยและไม่เชื่อมต่อ เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่า การขนส่งสินค้าทางรางเป็นประเภทการขนส่งสินค้าที่ต้นทุนต่ำ และมีประสิทธิภาพมากกว่าการขนส่งทางบกมาก แต่ประเทศไทยของเรายังมีระบบราง ที่ไม่พัฒนาทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามที่พัฒนาระบบรางรถไฟความเร็วสูง ร่วมกับประเทศจีน ซึ่งนับว่าเป็นไพ่ใบสำคัญที่ใช้ในการเชื่อมต่อเปิดประตูการค้า กับตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน ถ้าหากเรายังไม่ดำเนินการเรื่องระบบรางที่ทันสมัยอย่าง จริงจังและแข็งขัน สุดท้ายแล้วประเทศของเราจะถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง และจะไม่มีที่ยืนใน เวทีการค้าที่สำคัญอย่างเส้นทางเศรษฐกิจกับประเทศจีน หรือนานาประเทศ นอกจากนั้น ยังจะส่งผลต่อการเสียโอกาสที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ท่องเที่ยวหลายเมือง ใน ๑ Trip หรือที่เราเรียกกันว่า Multi Destination Trip อย่างประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศ ในทวีปยุโรป แล้วก็ยังจะส่งผลให้พี่น้องในจังหวัดอื่น ๆ เสียโอกาส เสียรายได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในปี ๒๕๖๖ รายได้ของผู้มาเยือนของกรุงเทพมหานครคิดเป็น ๓๒.๓๔ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความกระจุกตัวของรายได้จากการ ท่องเที่ยวที่อยู่เฉพาะเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลครับ
ประเด็นที่ ๒ อุบัติเหตุทางถนนจากถนนที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมไม่ได้ มาตรฐาน ข้อมูลจาก WHO รายงานว่า การสำรวจล่าสุดประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๖๑ มีอัตรา การเสียชีวิตบนท้องถนนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่ ๓๒.๗ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน และเป็นอันดับที่ ๙ ของโลก หรือในอีกความหมายหนึ่ง ก็คือระหว่าง ที่เรากำลังอภิปรายอยู่นี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉลี่ยชั่วโมงละ ๒.๖๔ คน
ประเด็นที่ ๓ ความเจริญกระจุกตัวอยู่ที่เฉพาะกรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ครับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ยังคงไม่ได้รับการดูแลและอำนวย ความสะดวกเท่าที่ควร ซึ่งความไม่มีประสิทธิภาพของระบบคมนาคมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผล ต่อเรื่องนี้ การขยายความเจริญสู่พื้นที่ต่าง ๆ จำเป็นต้องมีระบบการขนส่งที่เชื่อมต่อพื้นที่ นั้น ๆ กับเมืองที่สำคัญ มีเครือข่ายถนนในพื้นที่นั้น ๆ เชื่อมต่อกับแหล่งที่อยู่อาศัย แล้วก็แหล่งงานเข้ากับระบบโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่นั้น ๆ เช่นสถานศึกษา หรือสถานพยาบาล ท่านประธานครับ ถามว่าคำตอบที่จะแก้ปัญหาหลัก เหล่านี้คืออะไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรกทำให้เป็น Tourism Hub ให้ได้ การที่เราจะเป็น Hub ของการ ท่องเที่ยวต้องมีการคมนาคมที่ทันสมัย เชื่อมเมืองหลักและเมืองรองเข้าด้วยกัน ผมเห็นว่า รัฐบาลจัดสรรงบบูรณาการการท่องเที่ยวร่วมกับการคมนาคม เพื่อสนับสนุนสร้างทางหลวง ๒๔ สาย ใน ๒๑ จังหวัด ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทางน้ำ ๓๔ แห่ง ใน ๑๒ จังหวัด ในเส้นทางที่ตอบโจทย์กับแผนการท่องเที่ยว ใช้งบประมาณกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของแผนบูรณาการการท่องเที่ยว ก็หวังว่าจะสามารถ ผลักดันการท่องเที่ยวท้องถิ่น เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนร้อยละ ๑๐ ของ GDP ของจังหวัด
๒. การยกระดับโครงข่ายถนนในต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า รัฐบาลมุ่งเน้นเน้นความร่วมมือกับท้องถิ่น ในการจัดการระบบคมนาคมตามความต้องการ ของประชาชนในแต่ละจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดอย่างแท้จริง โดยมีการจัดสรร งบประมาณให้กับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท อยู่ที่ ๗.๕ หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณถนน เพื่อซ่อมบำรุงและขยายถนนในตัวเมือง หลักและเมืองรอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน เพื่อกระจายความเจริญ สู่ภูมิภาค ลดความหนาแน่นในกรุงเทพฯ แล้วก็มีการคาดการณ์ครับว่า จะสามารถลด การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ ให้เหลือ ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๗๐ ครับ
๓. ปฏิรูประบบขนส่งทางรางด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ ช่วยสร้างรายได้ ขยายโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างเท่าเทียม จากที่ผมได้กล่าว มาข้างต้นแล้วครับว่า ระบบรางเป็นระบบขนส่งทางบกที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จึงมุ่งเน้นเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับรถไฟโดยสารทั่วประเทศ โดยงบประมาณในครั้งนี้ มีการอนุมัติ ชำระหนี้โครงการรางที่สำคัญ ๆ เพื่อผลักดันแนวคิด Road to Rail อันเป็นความหวังของ ประเทศต่อไป อย่างเช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ คือการเน้นการสานต่องานที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนให้สำเร็จ ผมย้ำนะครับ เป็นการเน้นการสานต่องานที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนให้สำเร็จ จะเห็นได้ว่าประเทศของเรามีการริเริ่มโครงการที่เป็นประโยชน์ มากมาย แต่ที่ผ่านมาขาดความสามารถ หรือขาดความตั้งใจในการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วง จนกระทั่งผมได้มาเห็นรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย รัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน นี่ละครับ มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง มุ่งเน้นดำเนินการสาน ต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ปราศจากความคิดแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ดำเนินการอนุมัติโครงการให้ใช้หนี้โครงการที่มีส่วนเสริมสร้างโครงข่ายคมนาคมของประเทศ ให้เสร็จสิ้น มีตัวอย่างโครงการที่สำคัญ ๆ ต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ผมอยากจะ ยกตัวอย่าง ๒-๓ โครงการครับ
โครงการที่ ๑ ครับ รถไฟรางคู่กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย เชื่อมต่อกับ ประเทศจีน โครงการนี้จะสัมพันธ์กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคายครับ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องในภาคอีสานดีขึ้น โครงการนี้ จะเชื่อมต่อการค้าชายแดนกับประเทศลาว คาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่ปกติแล้วอยู่ที่ ๒.๖ แสนล้านบาทต่อปี เป็น ๓.๖ แสนล้านบาทต่อปี โครงการนี้ไม่ได้ขยาย ความเจริญแค่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดหนองคายเพียงอย่างเดียว แต่ยังจะเพิ่ม คุณภาพชีวิตและรายได้ให้กับประชาชนทางภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานีรถไฟ อย่างเช่น ขอนแก่นและอุดรธานี
โครงการที่ ๒ ถนนสาย ง๓ ครับ ตามผังเมืองรวมของหนองคาย โครงการนี้ คาดว่าจะจัดทำเสร็จภายในปี ๒๕๗๐ จะสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย จะช่วยให้เกิดการขนส่งหลายรูปแบบ จะเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยในการผลักดันความเจริญ สู่ภูมิภาคครับ
โครงการที่ ๓ อันนี้เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงเลยครับ โครงการทางหลวงพิเศษ ระหว่างสายบางปะอิน-นครราชสีมา หรือ Motorway M6 ครับ เป็นการเปิดประตู สู่ภาคอีสาน ช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-โคราช ท่านประธานครับ ปกติแล้ว กรุงเทพฯ-โคราช ใช้เวลา ๓ ชั่วโมงกว่า หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ไปเปิดใช้นำร่องบางส่วนปลายปีแล้ว วันนี้ลดระยะเวลาได้อีก ๓๐ นาที เราใช้เวลาเดินทาง แค่ ๒ ชั่วโมงครึ่ง กรุงเทพฯ-โคราชวันนี้ครับ ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัยในการเดินทาง ลดอุบัติเหตุบนถนน ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยการเชื่อมโยง ภูมิภาค กระตุ้นการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว ลดความหนาแน่นของการจราจรบนถนนหลัก ทำให้การเดินทางในประเทศมีความสะดวกมากขึ้น
ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพ สุดท้ายแล้วผมคิดว่ารัฐบาลได้ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาคมนาคมอย่างเร่งด่วน เรามีแผนที่จะเชื่อมโยง โครงข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วประเทศ เรามีแผนที่จะยกระดับรถไฟโดยสารให้ทันสมัย เรามีแผนที่จะสร้างระเบียงเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมโยงไทย-จีน นอกจากนี้เรายังจะมุ่งเน้น ซ่อมแซมและพัฒนาถนนทั่วประเทศเพื่อให้การเดินทางระหว่างเมืองมีความสะดวก ปลอดภัยมากขึ้น แผนการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็น การลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ยังเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เป็นการลงทุนเพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับ ประเทศชาติ ท่านประธานครับ การดำเนินการเหล่านี้ จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ อย่างดี ไม่เพียงแต่ในเมืองหลวง แต่ยังรวมถึงภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกทุกท่าน เราต้องร่วมมือกันเพื่อให้โครงการเหล่านี้เป็นจริงเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ของประเทศไทย ขอบคุณครับ