อิทธิพล ชลธราศิริ หารือปัญหาน้ำประปาไม่สะอาดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะขอนแก่นและอุดรธานี ซึ่งเกิดจากระบบผลิตน้ำที่ล้าสมัย ขาดการดูแล งบประมาณ บุคลากร และองค์ความรู้ จนส่งผลให้น้ำไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค พร้อมท้วงติงการจัดสรรงบประมาณที่เน้นการสร้างโครงการใหม่มากกว่าการซ่อมแซมและพัฒนาระบบเดิม รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เพียงพอของระบบตรวจสอบและฐานข้อมูลที่ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงเรียกร้องให้มีการจัดตั้งระบบกำกับดูแลและตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัยตามคำมั่นของรัฐบาล
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคก้าวไกล
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ขอใช้โอกาสนี้ร่วมอภิปรายร่าง งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ซึ่งผมได้ศึกษาเอกสารที่ส่งมาแล้ว ผมเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลไม่สามารถ แก้ไขปัญหาน้ำประปาที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นและอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้ครับ สำหรับเรื่องน้ำประปาผมคิดว่าเพื่อน สส. ทั้งสภาแห่งนี้รู้ดีครับว่า น้ำประปาประเทศ เรามีปัญหาขนาดไหน แต่ละสัปดาห์จะเห็นเพื่อน สส. นำปัญหาในพื้นที่มาหารือในสภาแห่งนี้ แทบทุกเขต ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ถ้าเราจัดสรรงบประมาณแบบนี้ น้ำประปาดื่มได้นี่ฝันไปเลย ครับ ขอแค่ให้ใช้อาบ ซักผ้า ล้างจานใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็สุดยอดแล้ว ท่านประธานครับ มาดูน้ำประปาที่ขอนแก่นบ้านผมครับ บ้านฮ่องเดื่อ ตำบลบึงเนียม อำเภอเมือง ปัจจุบันสูบน้ำ จากลำน้ำพองสูบขึ้นถังสูงใช้เลยครับเพราะว่าระบบกรองเดิมมีปัญหา ไม่ได้รับจัดสรร งบประมาณในการซ่อมบำรุง ไม่ได้รับงบประมาณในการสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ ดูอีกสักที่ ครับท่านประธาน หมู่บ้านดอนดู่ ตำบลเดียวกัน ผู้ดูแลระบบน้ำประปาขาดความเข้าใจ ไม่ได้ทำความสะอาดระบบผลิตน้ำประปา ดูครับท่านประธาน น้ำที่ออกไปให้ประชาชนใช้ จะสะอาดปลอดภัยได้อย่างไร ยังมีอีกครับท่านประธาน ที่บ้านหนองเต่า บ้านบึงเรือใหญ่ ตำบลโคกสี ๒ หมู่บ้านนี้ใช้น้ำประปาจากสถานีผลิตน้ำประปาจุดเดียวกันครับ ใส่สารส้มนะครับ แต่ว่าฝุ่นมาตกตะกอนที่ท่อส่งน้ำ แทนที่จะตกที่สถานีผลิต อันนี้ก็เนื่องจากผู้ดูแลระบบ น้ำประปาขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการและขั้นตอนการผลิตน้ำประปา น้ำประปา ที่ออกมาให้พี่น้องประชาชนใช้จึงเป็นฝุ่นสีดำผสมเข้ามาในน้ำแบบนี้ครับท่านประธาน ไปดูที่ จังหวัดอื่นบ้างครับ ผมมีโอกาสไปดูที่บ้านโนนเดื่อพัฒนา ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ได้ยินกันบ่อย ๆ ครับท่านประธาน ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา แต่ปลาจะมาอยู่ในสถานีผลิตน้ำประปาสำหรับคนใช้อยู่ ใช้กินไม่ได้ครับท่านประธาน ทั้งปลา ทั้งหอย ในคลองวน ในระบบผลิตน้ำประปามาอย่างไรก่อนครับท่านประธาน ไปดูต่อครับ นี่ไม่ใช่น้ำชานะครับท่านประธาน นี่คือน้ำประปาในเครื่องซักผ้าของพี่น้องประชาชน บ้านโตนด ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ขอสไลด์ถัดไปนะครับ ถ้าแบบนี้ครับ ซักผ้าขาว ซักชุดนักเรียนได้ไหมครับ ท่านประธาน รูปกลาง นี่ไม่ใช่น้ำคลอโรฟิลดิ์ ไม่ใช่ชาเขียวครับ เป็นน้ำประปาบ้านโคกสูง ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และรูปขวามือ น้ำประปาที่ประชาชนกำลังใช้ ล้างขวดนมของลูกที่บ้านหนองแขมใหม่ ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก อย่าว่าแต่ แม่ท้อเลยครับ ผมเองเห็นน้ำแบบนี้ก็ท้อครับท่านประธาน นี่ไม่ใช่แค่สีที่เป็นปัญหา ผมนำน้ำประปาจากบ้านโคกแปะ ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ไปตรวจที่ห้อง Lab พบว่ามีค่าเคมีต่าง ๆ ที่สูงเกินมาตรฐาน
สไลด์ถัดไปนะครับ ที่น่ากลัวครับ คือพบค่า Nitrate ในน้ำสูงเกินมาตรฐาน น่าจะมาจากการปนเปื้อนของปุ๋ยและยาฆ่าแมลง น้ำนี้ถ้าเอาไปซักผ้าใส่กับผงซักฟอก ไม่เป็นฟองนะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนดื่มเข้าไปก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแน่นอน แต่ดีหน่อยครับ บ้านเราน้ำประปายังดื่มไม่ได้เลยยังไม่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำประปาไม่สะอาดที่ผมนำมาแสดงในสภาแห่งนี้ ส่วนใหญ่ เป็นประปาหมู่บ้าน แต่ไม่ใช่ว่าประปาภูมิภาคจะดีไปหมดนะครับ ถ้าเทียบกันก็ดีกว่าครับ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่น้ำประปาภูมิภาคยังไม่ได้มาตรฐาน มีทั้งความขุ่น ทั้งสี ทั้งกลิ่น บางที่ ไหลอ่อน บางที่ไม่ไหลเลยครับ แต่ต้องยอมรับว่าที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ คือระบบประปาหมู่บ้าน หรือประปา อปท. ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้ คือการขาดแคลนทั้งงบประมาณ ทั้งบุคลากร และองค์ความรู้ในการทำ ให้น้ำประปาสะอาดและดื่มได้ เช่น บางที่ระบบกรองน้ำเสีย ก็ไม่มีงบประมาณที่จะนำมา ซ่อมแซม หรือบางที่บุคลากรที่ดูแลระบบน้ำประปาก็ขาดความเข้าใจในการดูแลระบบ น้ำประปา ไม่มีการเติมสารเคมีที่จำเป็น ไม่เติมสารส้ม ไม่เติมปูนขาว ไม่เติมคลอรีน ซึ่งจากงบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่รัฐบาลนี้จัดสรรมา ผมยังไม่เห็นเลยครับว่าจะแก้ไขปัญหา น้ำประปาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมขอสรุปปัญหาการจัดสรร งบประมาณเกี่ยวกับระบบน้ำประปาของรัฐบาลนี้ออกเป็น ๓ ประเด็น เรียกว่า ๓ ขาด ที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขการจัดสรรงบประมาณโดยด่วนครับ
ขาดแรกครับท่านประธาน คือการขาดกำกับดูแลครับ ถ้าพูดกันตามตรง ตอนนี้น้ำประปาเข้าถึงแทบทุกครัวเรือนทั่วประเทศ อย่างกรุงเทพฯ ผมคิดว่า ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ใช้น้ำการประปานครหลวง แต่คำถามคือ จะมีสักกี่ครัวเรือนที่ดื่มน้ำประปา จากก๊อก แม้แต่ตอนต้มมาม่าก็ยังเอาน้ำขวดมาต้ม ไม่ได้เอาน้ำจากก๊อกมาต้ม ปัจจุบัน แทบจะทุกบ้านยังต้องซื้อน้ำขวดดื่มกิน หรือไม่อย่างนั้นก็ติดเครื่องกรองน้ำที่บ้าน ผมคิดว่า สาเหตุที่คนไม่กล้าดื่มน้ำจากก๊อก เป็นเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็น กปน. กปภ. ต่างก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อใจได้ว่าน้ำประปาสะอาดจริง เพราะประเทศนี้ไม่เคยจริงจังกับการตรวจสอบน้ำประปาเลย เรื่องความไม่ใส่ใจ ไม่จริงจัง มันสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขงบประมาณครับท่านประธาน อย่างกรมอนามัย ซึ่งมีการ ประกาศมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ก็ไม่ได้มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำประปาอย่างจริงจัง เป็นกิจจะลักษณะ หรือทั่วถึงและครบถ้วน สำหรับงบประมาณในการตรวจคุณภาพ น้ำประปา ทั้งค่า Lab ค่าดำเนินการของกรมอนามัยในปีที่ผ่าน ๆ มาจนถึงปีที่แล้ว ได้รับจัดสรรงบประมาณเพียงปีละ ๔ ล้านบาท ตรวจน้ำประปาได้ ๖๐๐-๘๐๐ ตัวอย่างต่อปี ยังดีที่ปี ๒๕๖๘ ได้รับงบประมาณส่วนนี้เพิ่มมาเป็น ๓๒ ล้านบาท กรมอนามัยก็เลย ตั้งเป้าหมายว่าจะตรวจน้ำประปาให้ได้ ๕,๐๐๐ ตัวอย่างทั่วประเทศ แต่ท่านประธานครับ เราอย่าเพิ่งดีใจนะครับ การตรวจได้ ๕,๐๐๐ ตัวอย่าง ไม่ได้แปลว่าตรวจได้ ๕,๐๐๐ หมู่บ้าน หรือ ๕,๐๐๐ แห่ง การตรวจน้ำประปาสะอาด หรือประปาดื่มได้ ๑ สถานี จะต้องตรวจ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๒ ตัวอย่าง นั่นหมายความว่า ๑ สถานี เราจะต้องตรวจทั้งหมด ๔ ตัวอย่าง ๒๑ พารามิเตอร์ เท่ากับว่าปีนี้เราจะตรวจคุณภาพน้ำประปาได้ประมาณ ๑,๒๕๐ แห่ง จากทั้งหมด ๗๑,๐๐๙ แห่งทั่วประเทศ แล้วพอมาดูข้อมูลการรับรองคุณภาพน้ำประปา จากกรมอนามัย จากระบบน้ำประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ ๗๑,๐๐๙ แห่ง เป็นน้ำประปา สะอาดที่ได้รับการรับรองจากกรมอนามัย ๓๙๐ แห่ง คิดเป็น ๐.๕๕ เปอร์เซ็นต์ และเป็น น้ำประปาดื่มได้ กรณีที่เป็นประปาหมู่บ้าน หรือประปา อปท. จาก ๗๑,๐๐๙ แห่ง มีเพียง ๒๐ แห่งเท่านั้นจากทั้งประเทศ เมื่อไรบ้านเราจะมีน้ำประปาที่สะอาดและดื่มได้ทั่วทั้ง ประเทศครับแบบนี้ อีกกรมหนึ่งที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาก็คือ กรมทรัพยากรน้ำ ที่ปีนี้เหมือนจะได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ไปช่วยตรวจคุณภาพ น้ำประปาด้วย แต่พอผมมาดูในเอกสารงบประมาณก็ไม่พบโครงการที่เกี่ยวข้องกับ การตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา พอถามผ่านกรรมาธิการ ตัวแทนของกรมก็ชี้แจงว่า เรื่องนี้ เป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาล กรมจัดงบให้ไม่ทัน ก็เลยไปเกลี่ยเอางบเหลือจ่ายมาทำแทน และบอกว่าจะตรวจได้ประมาณ ๖๐ แห่ง ในปี ๒๕๖๘ ย้ำนะครับว่า ๖๐ แห่งครับ ท่านประธาน ทั้งประเทศมีสถานีผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน หรือ อปท. ๗๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ใจคอ ท่านจะตรวจแค่ปีละ ๖๐ แห่งหรือครับ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมพูดไปตั้งแต่ตอนต้นว่า แม้น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ของผมจะมีคุณภาพดีกว่าประปา อปท. หรือประปาหมู่บ้านครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดี ในระดับที่พี่น้องประชาชนจะกล้าเอามาดื่มกิน ยังมีปัญหาเรื่องสีขุ่น แรงดันน้ำอ่อน หรือน้ำ ไม่ไหลอยู่หลายพื้นที่ และที่สำคัญครับท่านประธาน ซ่อมท่อบ่อยมากครับ ท่อแตกบ่อยมาก ซ่อมทีนานมาก กว่าน้ำจะกลับมาเต็มระบบ กว่าน้ำจะไหลไปถึงบ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่ อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นของผม โดยเฉพาะตำบลแดงใหญ่ ตำบลบ้านเป็ด ตำบลศิลา ได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นประจำครับท่านประธาน แต่พอไปดูการประเมินผล การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจจัดทำขึ้น จะเห็นได้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้คะแนนเต็ม ๑๐๐ ในด้านคุณภาพน้ำประปา ซึ่งก็ชวน ให้สงสัยว่าไปตรวจวัดกันอย่างไร พอไปดูตัวชี้วัดตัวอื่น ๆ ก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกครับ โดยเฉพาะเรื่องแรงดันน้ำที่การประปาภูมิภาคตั้งไว้ว่าแรงดันต้องไม่ต่ำกว่า ๘.๕ เมตร ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลที่ขั้นต่ำมีแรงดันน้ำมากกว่า ๑๐ เมตร หรือ ๒๐ เมตรในสหรัฐอเมริกา บ้านเราบอกว่าแรงดัน ๘.๕ เมตรนี่ดีแล้ว ประเมินคะแนน ผ่านฉลุยเลยครับท่านประธาน แต่ที่ต่างประเทศถ้าแรงดันน้ำต่ำกว่า ๑๐ เมตร เมื่อไร เขาประกาศว่าน้ำนั้นไม่สะอาดแล้วนะครับ พูดมาถึงตรงนี้ท่านประธานอาจจะสงสัยครับว่า เรื่องแรงดันน้ำมันสำคัญอย่างไรใช่ไหมครับ ความสำคัญของมัน เราไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อม รอบ ๆ ท่อส่งน้ำมีการปนเปื้อนเชื้อโรค หรือสารอันตรายอะไรอยู่บ้าง ถ้าแรงดันน้ำในท่อ น้อยเกินไป ต่อให้มีการผลิตน้ำประปาที่ต้นทางสะอาดแค่ไหน ก็เป็นไปได้ว่าน้ำประปา จะปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารเคมีระหว่างทาง เรื่องนี้การประปารู้ดีครับ แต่ไม่ทำ เพราะกลัว ว่าปล่อยน้ำแรงเกินไป ท่อน้ำที่มีรอยรั่วอยู่แล้วมันจะทำให้เกิดปริมาณน้ำสูญเสียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้ ก็มาจากการวางท่อส่งน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคนี่ละครับ ที่ไม่ได้ มาตรฐานในบางจุด ทั้งในเรื่องของวัสดุที่ใช้ รวมไปถึงเรื่องของคุณภาพของงานโยธาด้วย
ขาดที่ ๒ ครับท่านประธาน คือการขาดฐานข้อมูล นี่ก็เป็นผลมาจากปัญหา ข้อที่แล้วครับ พอเราขาดการกำกับดูแล เราก็ไม่สามารถรู้เลยว่ามาตรฐานที่หน่วยงาน กำหนดขึ้นมาบนแผ่นกระดาษนี้ พอไปอยู่หน้างานจริงแล้วผลลัพธ์ของมันออกมาหน้าตา จะเป็นอย่างไร สิ่งที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน คือการส่งแบบฟอร์มไปตาม อปท. ต่าง ๆ แล้วก็ให้ อปท. ต่าง ๆ กรอกข้อมูลกลับเข้ามาในระบบ ซึ่งปัญหาที่ผมรู้มา และข้าราชการทั้งหลาย ก็ทราบดีว่า อปท. มักกรอกแบบฟอร์มกลับมาไม่ครบครับ หลาย ๆ ช่องที่ต้องกรอก ก็เว้นว่างไว้ เพราะไม่มีข้อมูล ทำให้ระบบนี้สุดท้ายใช้งานไม่ได้จริง ปัญหาทั้ง ๒ ขาด ที่ผมกล่าวมานี้เป็นเหมือนห่วงโซ่ของปัญหาที่คล้องกันอยู่ ถ้าไม่มีการกำกับดูแลที่เป็นระบบ ไม่มีการตรวจวัด ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาแล้ว ก็ไม่มีทางเลยครับที่เราจะมี ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการประปาที่ครบถ้วน และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ขาดที่ ๓ ครับท่านประธาน คือการขาดงบซ่อม อย่างที่ผมอภิปรายในช่วงต้น ว่า ระบบผลิตน้ำประปาของเราพอเสียแล้วมักไม่ค่อยได้รับงบประมาณในการซ่อมแซม ท้องถิ่นเองก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการซ่อมแซม ถ้าดูจากงบประมาณในเอกสาร ฉบับของปีนี้ จะเห็นว่ามีงบอุดหนุนในการก่อสร้างและปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ประปาหมู่บ้าน และ อปท. ๕๘๗ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นงบก่อสร้าง งบปรับปรุงไม่ค่อย มี ถ้าเทียบกับจำนวนระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน หรือ อปท. ที่มี ๗๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ที่เรา ก็รู้ว่ามันมีปัญหา ยังจัดสรรงบประมาณแบบนี้ เมื่อไรจะซ่อมแซมให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำ ที่สะอาดและทั่วถึงละครับ งบประมาณส่วนใหญ่เกี่ยวกับระบบน้ำประปาที่ท้องถิ่นได้รับ การจัดสรร คือการสร้างใหม่ครับท่านประธาน และโครงการสร้างใหม่ส่วนใหญ่มักเป็น โครงการที่เรารู้จักกันในชื่อ POG Tanks ตามรูปนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ POG Tanks ขนาดในรูป จาก Spec บอกว่าผลิตน้ำประปาได้ ๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ราคาจัดซื้อแห่งหนึ่งอยู่ที่ ๕,๔๐๐,๐๐๐ บาท โครงการพวกนี้ ของ่าย ผ่านง่ายครับท่านประธาน เพราะ POG Tanks อยู่ในบัญชีนวัตกรรม สามารถจัดซื้อ จัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ที่สำคัญครับท่านประธาน POG Tanks นี้ มีปัญหาครับ ท่านประธาน ผมไม่ได้คิดเอาเองนะครับว่ามีปัญหาอย่างไร มีรายงานจาก สตง. สรุปปัญหา ของ POG Tanks ไว้ว่า น้ำประปาที่ผลิตออกมาก็ไม่สะอาด ไม่สามารถให้บริการน้ำประปา ได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมตามจำนวนครัวเรือน ตามเป้าหมายของโครงการได้ ก็คือผลิต น้ำได้ไม่ตรงตาม Spec ที่ระบุไว้ สุดท้ายไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคได้จริง แล้วโครงการ POG Tanks ขยันสร้างกันมากครับ นอกจากขยันสร้างแล้ว ยังมีการกระจายโครงการที่ค่อนข้างประหลาด ผมมีโอกาสไปลงพื้นที่หลายตำบลในจังหวัด กาฬสินธุ์ ไปเจอตำบลหนึ่ง ตำบลนี้มี ๘ หมู่บ้าน ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อ POG Tanks ใหม่ ๖ สถานี ในปีเดียวครับ ทั้ง ๆ ที่ตำบลนั้นก็มีระบบประปาเดิมอยู่แล้ว ก็คือเอามาตั้งคู่กันกับระบบผลิตประปาเดิม อันนี้เพิ่งสร้างมาเพียง ๕ ปี สียังใหม่ ๆ อยู่เลย อันเดิมก็ขนาดผลิตน้ำเท่ากัน ๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเหมือนกัน แต่พอได้ของใหม่มา ก็เลิกใช้อันเดิม ทั้ง ๆ ที่หากเราจัดสรรงบประมาณในการซ่อมบำรุงแต่ละสถานี ก็จะใช้ งบประมาณไม่กี่แสนบาท ไม่รู้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แทนที่จะจัดสรรงบประมาณซ่อม ของเดิมที่ถูกมากกว่า กลับสร้างใหม่เสียอย่างนั้น รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้นะครับ ว่าทำแบบนี้ไปทำไม แบบนี้เสียโอกาสพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังขาดแคลนปัญหาน้ำประปาครับ นอกจากโครงการ POG Tanks ของรัฐบาล ยังมีโครงการเกี่ยวกับการก่อสร้างระบบประปา เป็นจำนวนมาก ย้อนไปดูเมื่อตอนปี ๒๕๖๗ เห็นว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบผลิตน้ำประปาผิวดิน ระบบผลิตน้ำประปาบาดาล ปี ๒๕๖๗ งบก่อสร้างระบบประปาบาดาลระยะไกล ๒๖ โครงการ ๔๓๓ ล้านบาท ผ่านกรมทรัพยากร น้ำบาดาล ส่วนงบก่อสร้างโครงการ POG Tanks ปีที่แล้ว ๘๐ โครงการ ก็กว่า ๔๐๐ ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ ก็มีการสร้างใหม่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ POG Tanks ปีนี้ ๑๐๙ โครงการ เป็นงบประมาณกว่า ๕๗๙ ล้านบาทเศษ แล้วก็ยังมี โครงการสำหรับผลิตน้ำเพื่อบริโภค คือโครงการสร้างระบบผลิตน้ำแบบ RO หรือมีอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่า POG Drink อยู่ในบัญชีนวัตกรรมเหมือนกัน จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเหมือนกัน แล้วก็มาจากบริษัทเดียวกันนี่ละครับ ตระกูล POG ทั้งหลายแล้วจริง ๆ มีทั้งหมด ๓ POG มี POG Tanks POG Drinks แล้วก็ยังมี POG Solve อีกครับท่านประธาน ส่วน POG Drinks ราคาจุดละ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ปีนี้จัดสรรงบประมาณมา ๖๑ โครงการ เป็นงบประมาณ กว่า ๖๗ ล้านบาท รัฐบาลจะเอาแบบนี้จริง ๆ หรือครับ พัฒนาระบบประปาเดิมที่มีอยู่จนทำ ให้ดื่มได้ ไม่ได้ ก็สร้างใหม่แบบที่มันดื่มได้ไปเลย ยังมีอีกครับ งบก่อสร้างที่เกี่ยวกับน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ผ่านกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อความ มั่นคงระดับชุมชน ๙๙ แห่ง โครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกล เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่แล้ง ซ้ำซาก ๓๒ โครงการ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล ส่งเสริมการดำเนินงาน อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ๒๐๑ โครงการ รวม ๓๓๒ โครงการ รวมเป็นเงินกว่า ๑,๐๑๙ ล้านบาท งบประมาณรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับระบบน้ำประปา อย่างการประปานครหลวง ๖๑ ล้านบาท และการประปาส่วนภูมิภาค ๔,๕๑๐ ล้านบาท ถ้าสรุปรวมเป็นเงินงบประมาณในเรื่องของ น้ำประปาทั่วประเทศปี ๒๕๖๘ ก็ราว ๆ ประมาณ ๗,๑๑๗ ล้านบาท จะเห็นว่างบประมาณ ส่วนใหญ่เป็นการสร้างใหม่ ไม่ใช่การซ่อมบำรุง กลับกันครับ งบสร้างใหม่กลับเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้ง ๆ ที่ระบบผลิตน้ำประปาเดิมยังพอใช้การได้อยู่ เพียงขาด การบำรุงรักษา ขาดการดูแลที่ เข้าใจเท่านั้น นี่ต่างหากครับก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดครับท่านประธาน ส่วนโครงการ ที่เกี่ยวกับการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ อปท. หรือผู้ดูแลระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ก็มีน้อยมากครับท่านประธาน ปีที่แล้วได้รับจัดสรรมา ๑ ล้านบาท สำหรับโครงการอบรม สัมมนาช่างประจำ อปท. และปี ๒๕๖๘ ได้รับเพิ่มมาอีก ๑ ล้านบาท สำหรับการอบรม เฉพาะผู้ดูแลระบบน้ำประปา เงินแค่ ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาทครับท่านประธาน ดูอย่างไร ก็ไม่น่าจะพอสำหรับอบรมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบผลิตน้ำประปาทั้งประเทศครับ ท่านประธาน พอพูดมาตรงนี้ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน อาจสงสัยใช่ไหมครับ ว่าทำไมรัฐบาลชอบทำโครงการสร้างมากกว่าโครงการซ่อม ถ้าไม่มองในแง่ร้ายจนเกินไป ผมก็คิดว่าปัญหาของการเน้นสร้างไม่เน้นซ่อมแบบนี้ น่าจะมาจากไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีฐานข้อมูล ก็เลยไม่รู้ว่าระบบประปาที่ไหนมันมีคุณภาพ ไม่ได้คุณภาพบ้าง จึงไม่สามารถ ตั้งงบซ่อมลงไปได้อย่างเต็มที่และตรงจุด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ครับท่านประธาน ว่าเงินอุดหนุน เฉพาะกิจของ อปท. ทำไมโครงการด้านน้ำประปา มันมีแต่โครงการสร้างระบบผลิต น้ำประปาตระกูล POG ทั้งหมดเลยครับท่านประธาน อยากให้ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐบาลเลิกวงจรอุบาทว์แบบนี้ สร้างพัง สร้างใหม่ ถ้าเราทำกันแบบนี้ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลา อีกกี่ปี กี่ชาติ พี่น้องประชาชนถึงจะมีน้ำสะอาดได้ดื่มทุกครัวเรือน ผมต้องย้ำนะครับว่า เราต้องเลิกแนวคิดแบบนี้ รัฐบาลต้องมุ่งเน้นการซ่อมมากกว่าการสร้าง ถ้าจะมีการสร้าง ต้องมั่นใจว่าไม่เป็นการสร้างที่ทับพื้นที่ที่มีระบบประปาเดิมอยู่แล้ว และต้องไม่ทับกับพื้นที่ ที่การประปาส่วนภูมิภาคจะขยายเขตเข้าไป ไม่อย่างนั้นก็เป็นการตั้งงบประมาณที่ซ้ำซ้อน ไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และทำให้เกิดค่าเสียโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่อื่น ๆ ที่ขาดแคลนระบบน้ำประปาด้วย เรื่องที่ผมพูดมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ท่านประธาน เป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่กับพี่น้องประชาชนมาหลายสิบปี แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้รับการแก้ไข แทนที่รัฐบาลนี้ ซึ่งอ้างว่ามาเพื่อแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแบบนี้ท่านยังทำไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลทำกลับเป็นการจัด Event แบบลูบหน้าปะจมูก เช่น การจัดประกวดน้ำประปาสะอาดดื่มได้ของกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เพื่อชิงเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท การจัดประกวดก็เป็นวิธีจูงใจให้ อปท. หันมาสนใจคุณภาพการผลิตน้ำประปาวิธีหนึ่ง แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นวิธีที่แก้ไขปัญหา น้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนได้ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้สรุปปัญหาการจัดสรร งบประมาณเกี่ยวกับการประปาของรัฐบาลนี้สั้น ๆ ว่า ท่านยังคงจัดสรรงบประมาณที่เน้นแต่ การสร้าง สร้างแล้วพัง พังแล้วสร้างใหม่ ไม่เน้นการซ่อมและการปรับปรุงพัฒนา การตรวจสอบคุณภาพของน้ำประปาที่ทำอย่างจำกัด ไม่ทั่วถึง ไม่เป็นระบบ ข้อเสนอของผม และพรรคก้าวไกล คือรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพ น้ำประปาให้อย่างทั่วถึง รวมไปถึงการตั้งงบสำหรับการสำรวจคุณภาพระบบผลิตน้ำประปา เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลรายวันไปเลย ทันสมัยให้มันใช้งานได้จริง นอกจากนี้ เราต้องมี การกำกับดูแลน้ำประปาอย่างเป็นระบบและจริงจัง ไม่ใช่แค่ประปาหมู่บ้าน หรือประปา อปท. รวมถึงประปาภูมิภาค ประปานครหลวงด้วย โดยให้ สทนช. มีบทบาทในการกำหนด นโยบายเกี่ยวกับน้ำประปา การจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับการสร้าง การซ่อม การขยาย โครงการประปาต่าง ๆ และมีคณะกรรมการกำกับกิจการประปาที่จะรับนโยบายต่อ เพื่อดูแล เรื่องการอนุมัติ อนุญาตประกอบกิจการประปา มีการควบคุมมาตรฐานคุณภาพน้ำประปา มีการตรวจสอบและลงโทษผู้ประกอบกิจการน้ำประปาที่ไม่สามารถ และจำหน่ายน้ำประปา ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดครับ และในช่วงนี้ก่อนที่จะมีการกำกับดูแลกิจการประปา อย่างเป็นระบบ รัฐบาลต้องจัดงบประมาณบำรุงรักษาระบบประปาให้เพียงพอต่อสภาพ ปัญหา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยกระดับคุณภาพน้ำประปาให้สามารถดื่มได้จริง ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแถลงนโยบายให้คำมั่นสัญญาต่อพี่น้องประชาชนไว้ ผ่านมาปีเดียวอย่าเพิ่งลืมนะครับ
ท่านประธานครับ กลไกงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นกลไกที่สำคัญ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ ถ้ารัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณรูปแบบนี้ ไม่ว่าเวลาผ่านไปอีกกี่สิบปี ๑๐๐ ปี ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำประปาขุ่น น้ำดำ น้ำไม่ไหล น้ำไม่สะอาด ให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอบคุณครับ