นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องงบประมาณปี 2568 พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนงบประมาณปี 2568 ทั้ง 3 วาระ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและพัฒนาความสามารถของประชากร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีความตั้งใจที่จะมาอภิปรายกฎหมายงบประมาณปี ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๑ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าเกิดภัยแล้งเต็มทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค รัฐบาลจะต้องนำงบประมาณไปช่วยเหลือด่วน ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างนะคะ อย่างจังหวัดชัยนาทบ้านของดิฉัน ปลูกมันสำปะหลัง ๓ รอบ วันนี้ยังไม่ได้ขุดหัวมันเลย มันยืนต้นตายเพราะภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลทราบดีว่า โดยเฉพาะพี่น้องรากหญ้าวันนี้ลำบากมาก พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ดี ลำบากจริง ๆ แต่วันนี้ด้วยเวลาอันจำกัด ดิฉันจะยกปัญหาประเด็นด้านการศึกษาที่เป็น ความสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะท่านจะเห็นว่า สส. พรรคภูมิใจไทยที่ลุกขึ้นมาอภิปราย ทุก ๆ คนเห็นความสำคัญของการศึกษาในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญในการ บริหารประเทศก็คือการศึกษา เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความสามารถของประชากร ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้แต่ประเทศรัสเซีย และประเทศในแถบทวีปยุโรปเขาจะจัดสรรงบประมาณให้ความสำคัญกับทางด้านการศึกษา อย่างเพียงพอ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะได้เป็นการสร้างคนแล้วก็สร้างชาติกันต่อไป รัฐบาลตั้งเป้า โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีก็ได้กราบเรียนในที่ประชุมว่า มีวิสัยทัศน์ ๘ ข้อ ที่จะให้กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ไปรับผิดชอบ โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ เป็นศูนย์กลางด้านอาหารโลก เป็นศูนย์กลาง การบินและการซ่อมบำรุง เป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคนี้ คือ ASEAN เป็นศูนย์กลาง ผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดยเฉพาะรถ EV ที่จะเป็นอนาคตต่อไป เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ Digital และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการเงิน ดิฉันขอชื่นชมนะคะว่า วิสัยทัศน์ทั้ง ๘ ข้อนี่ เป็นวิสัยทัศน์ที่ดีมากในภาวะปัจจุบัน แต่ดิฉันเกรงว่าเราจะมีประชาชน ที่มีความสามารถไม่เพียงพอ เพื่อจะมารองรับและขับเคลื่อนในวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ดังกล่าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอหรือไม่ เพราะประเทศไทยเรามีจุดอ่อนในบุคลากร ทำให้ปัญหาโครงสร้าง โดยเฉพาะประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ ปัญหาระบบการศึกษาที่ยังคงให้ความสำคัญกับปริญญามากกว่าความรู้ในการประกอบ อาชีพ ทำให้จะไม่สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาประเทศ ดิฉันได้อ่านงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ รัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ และห่วงใย และพร้อมที่จะแก้ไข ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นได้จากนโยบาย รัฐบาลได้นำเอาปัญหาร้อย ๆ พัน ๆ ปัญหา สารพัดปัญหามาเป็นตัวตั้ง มาเป็นประเด็นที่จะมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้นำเอาเทคโนโลยีคลื่นความถี่และสิทธิในวงโคจรดาวเทียมมาใช้ อย่างเต็มรูปแบบ การบริหารจัดการแปลงเกษตรด้านนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ การดึงดูด FDI การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรม การวิจัย พัฒนาพันธุ์พืช ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและมูลค่าสินค้าเกษตร การส่งเสริมและวิจัยชั้นแนวหน้า การทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน แม้ว่ากระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะมีวิสัยทัศน์ในการสร้าง กำลังคน เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อนำเสนอแผนผลิตพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ด้านแรงงานที่มีทักษะสูง ให้สามารถรองรับ อุตสาหกรรม High-tech จากรายละเอียดคำอภิปรายที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ดิฉันเชื่อว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะพัฒนาศึกษาโครงสร้าง สร้างประสิทธิภาพให้สอดคล้อง กับความเจริญของโลก ในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ที่สุด แต่วันนี้ดิฉันก็ขอฝากว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยเรา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้อง เกษตรกร เป็นพี่น้องคนใช้แรงงานจะตามโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ฉะนั้นรัฐบาล ต้องเตรียมการพัฒนาความชำนาญเฉพาะทางในวิชาชีพต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึง นอกจากนี้ ต้องหาแหล่งเงินทุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย เพื่อไม่ให้ ต้องใช้เงินนอกระบบที่มีปัญหาต้องแก้ไขอย่างมากในปัจจุบัน
สุดท้ายนี้ จากที่ดิฉันอภิปรายต้องขอฝากรัฐบาลให้บริหารงบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ และดิฉันยินดีที่สนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๖๘ ทั้ง ๓ วาระเลยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน