สฤษดิ์ ชี้งบฯการศึกษาไม่เป็นธรรม ห่วงเหลื่อมล้ำ-ดันปฏิรูปโครงสร้าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๗

สฤษดิ์ บุตรเนียร อภิปรายร่างงบประมาณปี 2568 โดยเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาในฐานะรากฐานการพัฒนาประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัลและปัญหาสังคมผู้สูงอายุ วิพากษ์การจัดสรรงบประมาณที่เน้นค่าใช้จ่ายคงที่สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จนเหลือสัดส่วนเพียง 18 เปอร์เซ็นต์สำหรับพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งไม่เพียงพอและส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะต่อโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมเสนอให้ปฏิวัติระบบงบประมาณใหม่ ลงทุนในเทคโนโลยีและใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างความเสมอภาคและยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของชาติ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ วาระที่ ๑ ด้วยงบประมาณ มหาศาลทีเดียว ๓.๗๕ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง ๒๗๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ความสำคัญของงบประมาณนั้น เพราะจะเป็นเครื่องมือในการจะแก้ไขปัญหา แก้ปัจจัย ในการบริหารประเทศอย่างแท้จริง ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เด็กเกิดน้อย ปัญหาประชากรลดลง แน่นอนครับ แรงงานก็ต้องลดลง อย่างตามลำดับ ส่อให้เกิดโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมากมาย แล้วคาดตรงกันว่าก็ต้องยุบลงไป ถ้าไม่มีเด็กนักเรียน วิกฤติเศรษฐกิจ สงคราม ที่เกิดขึ้นอยู่หลาย ๆ ประเทศ ดังนั้น โอกาสนี้ ก็เกิดยุค Digital มีการเปลี่ยนแปลง การประชุมในระดับโลกก็เตือนให้รู้ว่า หากประเทศใด ไม่เร่งพัฒนา Digital และสิ่งแวดล้อม ก็ไม่สามารถจะก้าวทันกับโลกได้ ประเทศของเราครับ ประเทศไทยควรหาโอกาสในวิกฤตที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกนี้ เร่งพัฒนาด้าน AI ด้าน Digital ทางการเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็ง โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำทาง ดังนั้น การศึกษา เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการจะให้ความรู้ พัฒนาคนให้ก้าวทันโลกได้ จากงบประมาณของทั้ง ๒๐ กระทรวง และหน่วยงานที่รับงบประมาณที่จะใช้จ่ายทั้งหมดถึง ๓.๗๕ ล้านบาท ด้วยเวลาที่จำกัด ผมจึงอยากจะอภิปรายในส่วนของงบประมาณในกระทรวงศึกษาธิการ เพราะอย่างน้อยที่สุดผมเป็นนักวิชาการ นักการศึกษา โดยเฉพาะงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการนั้น เป็นอันดับ ๓ รองจากงบกลางและงบของกระทรวงการคลัง ที่เพิ่มขึ้นถึง ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศ ให้ก้าวหน้า ก้าวไกล เป็นเครื่องมือในการที่จะพัฒนาคุณภาพบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รัฐบาลที่ผ่านมาโดยตลอด ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยจัดสรร งบประมาณทางด้านการศึกษามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องขอขอบคุณรัฐบาลในชุดนี้ ที่กรุณาให้เงินหมุนเวียนที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู ซึ่งคุณครูนี่ละครับ เป็นบุคคลสำคัญ ที่สุดที่จะพัฒนาการศึกษาอย่างก้าวไกล และขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้เงินหมุนเวียนด้าน กยศ. ถึง ๘๐๐ ล้านบาทมาในการที่จะแก้ปัญหาให้เด็กลดภาระ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ในสมัยที่แล้วนำโดย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะผลักดัน ที่จะให้ลดปลดผู้ค้ำประกัน ลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับลงมาโดยต่อเนื่อง งบประมาณด้านการศึกษา แม้จะถกเถียงกันว่า จำนวนมากไหม มากเกินไปหรือไม่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าการจัดสรรงบประมาณน้อยมาก ไม่สำคัญหรอกครับ มันอยู่ที่การจัดงบประมาณอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขอเชิญ สไลด์เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากรูปแบบของการจัดสรรงบประมาณ ในภาพของที่ PBO ได้จัดทำไว้ ท่านจะเห็นว่างบประมาณทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบประมาณของครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของงบประมาณให้เรียนฟรี ๑๕ ปี โครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล อุดหนุน ค่าอาหารกลางวัน อุดหนุนโครงการอาหารเสริม หรือกองทุนเสมอภาคเพื่อการศึกษาไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาว่า เราจะทำอย่างไรกับเงิน ใน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนี้ เพราะเหตุว่าจากงบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบที่ Fixed อยู่แล้ว ไม่สามารถจะแตะต้องได้เลย มันเป็นงบประมาณ เป็นสิทธิของครู บุคลากร และตัวเด็ก แต่สรุปได้ว่าการศึกษาที่เป็นรากฐาน ดังนั้นไม่ได้ หมายความว่าเงินจำนวนเท่าไร สาเหตุหลักมันอยู่ตรงที่ว่าการที่ทำให้คุณภาพไม่สามารถ พัฒนาได้ แท้ที่จริงแล้วมันอยู่ที่รูปแบบการจัดงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง เช่น เงินงบประมาณ ในรายหัวที่จะให้กับเด็กนั้น ไม่มีความสนองตอบต่อโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งสร้างปัญหาใน ความเสมอภาค ดังนั้นผมจะสรุปประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่รัฐบาล หรือที่เกิดขึ้นอยู่ครับ อย่างเช่น งบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นอยู่ เราไปใช้จ่ายกับเงินเดือนครู บุคลากร แม้ว่าคุณครู บุคลากรจะเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งในการศึกษา แต่ก็ไม่สะท้อนตอบต่อความจำเป็นเรื่อง ของการพัฒนาคุณภาพ เด็กที่ได้รับงบประมาณในเรื่องของการเรียนฟรี ๑๕ ปี รวมถึง โครงการอาหารกลางวัน หรือนมก็ตามนะครับ

ขอขึ้นสไลด์ต่อไปเลยครับ เรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทย มองว่าเราต้องปฏิวัติ ไม่ใช่เพียงแต่ปฏิรูปค่อยเป็นค่อยไปแล้วครับ วันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลง ไป วินาที เป็นไปพร้อมกับแสงแล้วครับ ไม่ใช่เปลี่ยนไปอย่างสมัยก่อนที่ไปกับล้อเกวียน หรือรถสิบล้อ แต่วันนี้ประเทศชาติคงตระหนักถึงความสำคัญที่จะมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากร ในจำนวน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ งบประมาณที่ใช้ที่แล้วมา มันไม่สามารถจะบ่งบอกได้เลย ครับว่า มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคน หรืออย่างไรก็ตาม ๕ ปีที่ผ่านมางบประมาณ การศึกษาก็ยังใช้จ่ายแบบเดิม ๆ อยู่ เราควรจะปฏิวัติครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ส่วนที่เสนอไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เสมอภาค เรื่องของความเหลื่อมล้ำ เรื่องของสิ่งต่าง ๆ เรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน ครอบครัว ผู้ปกครอง ต้องใช้จ่ายกับเรื่องของเด็กเรียนพิเศษ เด็กที่ต้องใช้ค่ารถ ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์ การเรียนเพิ่มขึ้นทุกขั้นตอนครับ

ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ งบประมาณที่ใช้จ่ายในเรื่องของเทคโนโลยี ข้อเสนอแนะที่ทางพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ ก็ควรที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ งบประมาณ

ขอสไลด์ต่อไปเลย แต่อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยหลาย ๆ คนก็ได้ย้ำตลอด ครับว่า งบประมาณที่รัฐบาลจัดให้ในเรื่องของ Platform เราถูกตัดไปถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกินกว่าครึ่งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าทางสำนักงบประมาณยังไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้ เทคโนโลยีเท่าที่ควร เพราะเหตุว่าปัญหาของเราโรงเรียนขนาดเล็กเราก็เลยล้อกันมาตลอดว่า ขาดแคลนบุคลากร ครูไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน สร้างปัญหาให้โรงเรียนขนาดเล็กมาก แล้วคำตอบในการแก้ปัญหาก็คือ การสร้าง Platform ให้เกิดขึ้น เพราะทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิด ทั่วถึง เท่าเทียมและเด็กสามารถจะเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาสครับ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสำนักงบประมาณควรจะตระหนักถึงความจำเป็น เป็นการแก้ปัญหา การศึกษาอย่างแท้จริงครับ ไม่ใช่เพียงแต่คอยมองดูว่าจะตัด ตัด ตัด แล้วคำสำคัญจะพัฒนา ประเทศชาติได้อย่างไร ผมจึงเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการเรา โดย ฯพณฯ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ท่านก็พยายามที่จะให้เรียนดีมีความสุข ไม่ว่าจะไปลดภาระของคุณครู การจ้างภารโรง เพื่อให้คุณครูได้ทำงานในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ เพื่อก่อให้เกิด คุณภาพ ลดภาระของผู้ปกครอง ของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้าให้ใช้หรือผ่อนผัน ให้แต่งตัวตามอัตภาพ ให้มองว่าตรงหมวดเหล่านี้ยังไม่ใช่ความจำเป็นที่จะให้เกิดขึ้นในการที่ จะมีอาหารกลางวันเพิ่มไปถึงโรงเรียนขยายโอกาส แต่อย่างไรก็ตามครับ รัฐบาลควรจะให้ ความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นเด็กทางภาครัฐบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือโรงเรียน เอกชน ซึ่งล้วนแล้วแต่ขาดความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ผมถือว่าการลงมือปฏิบัติมันสำคัญที่สุดครับ รัฐมัวแต่พูดคำว่า เสมอภาค เท่าเทียม ดีที่สุด แล้ว อันนั้นไม่ใช่ครับ ความเสมอภาคมันต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติ ให้ผู้ปกครองทุกคน เห็นว่ารัฐจริงใจต่อทรัพยากรบุคคล วันนี้เด็กเราลดลงไปทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน การเกิดก็น้อย แล้วรัฐครับ เราอย่ามาพัฒนาเชิงปริมาณ เราควรจะมองด้านคุณภาพของตัวคน เพื่อให้เกิด การแข่งขัน ดีที่สุดก็ต้องใช้เทคโนโลยีละครับ เอา AI เข้ามาช่วย ผมในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ก็ขอสนับสนุนพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๑ และขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นในการพิจารณา งบประมาณ ได้ช่วยกันพิจารณางบประมาณด้วยความรอบคอบ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ของประชาชนโดยทั่วไป และขอให้คำนึงถึงการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นการสร้างคน แล้วคนนี่ละครับ เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการที่จะ สร้างชาติต่อไปในอนาคตครับ ขอบพระคุณมากครับ