จิราพร สินธุไพร ชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำถึงความต่อเนื่องของนโยบายตั้งแต่อดีตและยุทธศาสตร์ปัจจุบันที่รวมถึงเศรษฐกิจเทศกาลและการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการผลักดันร่าง พ.ร.บ. THACCA และการจัดงาน THACCA SPLASH เพื่อเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของชาติ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้ร่วมตรวจสอบ แล้วก็ให้คำแนะนำการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ รวมถึง ให้ความสนใจกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล
ประการแรก ดิฉันเรียนว่าคำนิยาม หรือความหมายของคำว่า Soft Power ที่ได้พยายามหยิบยกขึ้นมาอธิบายความ เป็นสิ่งที่เราสามารถที่จะหาได้ตามหนังสือตำรา หรือแม้แต่สามารถหาได้ตามอินเทอร์เน็ตทั่วไป ดิฉันเรียนว่าการเปลี่ยนคำนิยามเหล่านั้น มาเป็นนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งดิฉันเชื่อว่าไม่มี คำตอบ หรือวิธีการที่ตายตัวในการที่จะผลักดัน Soft Power เพราะว่าแต่ละประเทศ มีต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน มีบริบท มีสภาวะที่ต้องเผชิญที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดี จากการที่เราได้ศึกษาการทำนโยบาย Soft Power ของหลาย ๆ ประเทศ พบว่ามีหัวใจ แกนหลักอยู่ ๒ ประการ ก็คือ ๑. การพัฒนาคน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แล้วก็ ๒. คือการ พัฒนาอุตสาหกรรม การทำให้ Ecosystem หรือระบบนิเวศ เอื้ออำนวยให้อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับ Soft Power สามารถที่จะเติบโตได้ และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ใน ขณะนี้ค่ะ
ประการต่อมา คำกล่าวที่ว่ารัฐบาลทำนโยบาย Soft Power ต่อจากรัฐบาล ชุดที่แล้วนั้น เป็นคำกล่าวที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออาจจะมีข้อมูลไม่เพียงพอ ดิฉันเรียนว่าได้มีการเริ่มวางรากฐานการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Soft Power ของประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สมัยนั้นเรามีทั้งการสร้างศูนย์ TCDC การทำโครงการ OTOP การทำโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก การทำโครงการกรุงเทพฯ เมือง แฟชั่น ซึ่งโครงการเหล่านี้ก็ได้สร้างคุณูปการให้กับประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้ และดิฉันต้อง ขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้พูดถึงอุตสาหกรรมอาหารของไทย แล้วก็ได้กล่าวชื่นชมว่าปัจจุบัน อาหารไทยเป็นที่รู้จักอย่างดีอยู่แล้วในต่างประเทศ ดิฉันเรียนว่านั่นเป็นผลจากการทำ โครงการครัวไทยสู่ครัวโลกที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่มีการทั้ง Promote อาหาร แล้วก็มีการอบรม Chef อาหารไทย นำไปสู่การขยายเพิ่มจำนวนร้านอาหารไทย ในต่างประเทศ ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งวันนี้เข้าใจว่ามีอยู่จำนวนนับหมื่นร้านทั่วโลก ดังนั้นเราประสบความสำเร็จอย่างมาก จนเป็นต้นแบบให้ประเทศเกาหลีใต้นำไปทำตาม ที่ท่านสมาชิกแนะนำให้เราไปดูเกาหลีใต้เป็นตัวอย่าง จริง ๆ แล้วเกาหลีใต้เคยดูเราเป็น ต้นแบบ เพียงแต่ว่าการทำรัฐประหารหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้การพัฒนาของไทยสะดุด ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นโครงการ ๑ หมู่บ้าน ๑ Chef อาหาร คือโครงการที่เราใช้พัฒนาคน เราทำควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรม ตั้งเป้าที่จะให้ Chef แต่ละหมู่บ้านเป็น Brand Ambassador เป็น Salesman ของหมู่บ้านในการขายผลิตภัณฑ์ แนะนำสินค้าเกษตรดี ๆ ของชุมชนให้กับชาวโลกได้รู้จัก แล้วก็จะใช้ Social Media เข้ามาช่วย Promote การที่ท่าน แนะนำให้เน้นเฉพาะการ Promote อาหารไทย เพื่อสร้างความต้องการ สร้าง Demand ของตลาดก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพียงแต่อาจจะเป็นการมองเพียงแค่มิติเดียว การ Promote การโฆษณา เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาคน และที่สำคัญ บางอย่างเรา Promote เพื่อสร้าง Demand ในต่างประเทศได้โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ ของภาครัฐ หลักฐานรายละเอียดก็อยู่ในคำอภิปรายของท่านสมาชิกที่ท่านได้พูดถึงท่านรอง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ดึงเอา Series Y มาช่วย Promote สินค้า และบริการของไทย เราจะเอาอาหารไทย เอาผลิตภัณฑ์ของไทย เอา OTOP ไทย เอาสถานที่ ท่องเที่ยวของไทยไปใส่ในฉากของ Series Y Series Yuri ซึ่งกำลังได้รับความนิยม เป็นอย่างมากในตลาดต่างประเทศ ดังนั้นรัฐบาลไม่ได้ทำมิติเดียวเท่านั้น แต่เราทำทั้งมิติของ การพัฒนาคนและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Soft Power ควบคู่กัน
ประการต่อมา เรื่องการจัด Event หรือ Festival ต่าง ๆ ของรัฐบาลนะคะ ก็อยากจะได้พาไปรู้จักกับคำว่า Festival Economy หรือเศรษฐกิจเทศกาล ซึ่งเป็นเครื่องมือ สำคัญในการที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ แล้วก็ระดับ นานาชาติ ผ่านการจัดเทศกาลหลากหลายรูปแบบที่มีศักยภาพที่จะสามารถดึงนักท่องเที่ยว เข้ามา ดังที่รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พยายามที่จะดึงเอา เทศกาลระดับนานาชาติมาจัดที่ไทย แล้วก็ในขณะเดียวกัน ก็พยายามจะสนับสนุน การยกระดับเทศกาลท้องถิ่นของไทยให้ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ อย่างเช่น เทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลลอยกระทงที่ท่านก็ได้กล่าวถึง ซึ่งเหล่านี้จะช่วยกระจาย เม็ดเงิน สร้างรายได้ให้กับคนไทย ซึ่งก็ได้พิสูจน์ผลงานในการจัดเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพคะ นี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เรามีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับ การขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศอย่างจริงจังที่สุดเท่าที่เคยมีมา แล้วเป็น ครั้งแรกที่รัฐบาลให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง นโยบาย มีส่วนร่วมในการจัดทำงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศ ในช่วงของ การเปลี่ยนผ่าน เราจำเป็นต้องให้ภาคประชาชนทำงานร่วมกันกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งหน่วยงาน รัฐที่เป็นหน่วยรับงบประมาณ ข้าราชการก็พร้อมที่จะทำงานตามนโยบายของรัฐบาล อย่างเต็มที่นะคะ เพียงแต่ที่ผ่านมาเราพบว่าหลายหน่วยงานมีการทำเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับ Soft Power อยู่แล้ว แต่ว่าเป็นลักษณะของต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างของบประมาณ ไม่ได้บูรณาการกัน ก็เป็นเหตุผลที่เราต้องตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power แห่งชาติขึ้นมา เพื่อมาทำให้การผลักดันยุทธศาสตร์ Soft Power เกิดการบูรณาการทำงานกัน แล้วก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตอบโจทย์การพัฒนาแต่ละอุตสาหกรรม ท่านประธาน ที่เคารพคะ งบประมาณเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการบริหาร แต่สำหรับนโยบาย Soft Power เป็นนโยบายใหญ่ ที่จะอาศัยเพียงงบประมาณจากรัฐบาลอัดฉีดอย่างเดียว ก็คงจะไม่เพียงพอ เพราะว่างบประมาณภาครัฐมีจำกัด งบประมาณประเทศมีจำกัด สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้ทิศทางชัดเจน ชี้นำให้เอกชนเข้ามาลงทุน ดังนั้นที่ผ่านมารัฐบาล ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การทำงบประมาณเพื่อจะพัฒนา Soft Power แต่เรารวมไปถึงการที่จะ แก้กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค ผลักดันเรื่องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อพัฒนา Ecosystem หรือระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Soft Power ให้เอื้อให้ อุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถที่จะเติบโตไปได้
สำหรับ พ.ร.บ. THACCA ดิฉันเรียนว่าร่าง พ.ร.บ. THACCA แล้วเสร็จตั้งแต่ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา แล้วก็ได้เปิดรับฟังความเห็น เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอน การเตรียมที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งก็เป็นขั้นตอนที่เราต้องทำด้วยความรอบคอบ ดิฉันเรียนว่าท่านสามารถติดตามเพื่อรับทราบความคืบหน้าของนโยบาย Soft Power ของ รัฐบาลได้ทาง Page THACCA มีทั้ง Platform Facebook Instagram X และ TikTok แล้วก็ขอใช้โอกาสนี้ เชิญชวนให้ท่านสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล พี่น้องประชาชนทุก ท่านไปร่วมงาน THACCA SPLASH-Soft Power Forum ๒๐๒๔ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นงานที่เราจะรวบรวม องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมสร้างสรรค์ทั้งในประเทศ แล้วก็ทั่วโลก จัดในโซนพื้นที่ ใหญ่กว่า ๑๑,๒๓๐ ตารางเมตร ในงานท่านจะได้พบกับการเปิดรับสมัครโครงการ OFOS นะคะ One Family One Soft Power หรือว่าโครงการ ๑ ครอบครัว ๑ Soft Power อย่างเป็น ทางการ แล้วก็จะได้เห็นความคืบหน้าการทำงานของอนุกรรมการ Soft Power ทั้ง ๑๑ คณะ ๑๑ อุตสาหกรรม แล้วก็จะได้ใช้โอกาสนี้ได้รู้ว่า Soft Power ของไทยไปทางไหน รัฐบาลทำอะไรอยู่ ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากนโยบายนี้
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ร่วมแสดงความเห็น แล้วก็ให้ ข้อเสนอแนะต่อนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ก็ยินดีที่จะรับไปพิจารณาเพื่อต่อยอด ให้ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณค่ะ