จุลพันธ์ ชี้แจง Digital Wallet ยันไม่ตัดงบ 1.6 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงถึงความจำเป็นของโครงการ Digital Wallet ว่าเป็นนโยบายที่ออกแบบอย่างรอบด้านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการตัดงบประมาณ 167,000 ล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการทางการคลังล่วงหน้าเพื่อป้องกันวิกฤติ รวมถึงเสนอระบบแอปพลิเคชันกลางของรัฐเพื่อยืนยันตัวตนและป้องกันการหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมรับข้อเสนอจากสมาชิกไปพิจารณาปรับปรุงนโยบายอย่างเหมาะสม.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้รับฟังท่านสมาชิกมาทั้งวัน แล้วก็กราบขอประทานอภัยด้วย เพราะว่าติดการประชุม ในภาระงานหน้าที่บางช่วงนะครับ อาจจะไม่ได้นั่งอยู่ตลอด แต่ว่าติดตามประเด็น แล้วก็ รวบรวม ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่ได้นำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จำนวนมาก บางส่วนอาจจะหนักวาทกรรมนิดหนึ่ง แต่ก็รับได้ครับ แล้วก็นำไปแก้ไขปรับปรุง ในจุดที่สามารถปรับแก้ได้ และสุดท้ายเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาแห่งนี้เอง ในการที่ จะตั้งกรรมาธิการแล้วไปพิจารณาในการปรับลด ปรับเพิ่มในส่วนที่มีความเหมาะสม และจำเป็นก็เป็นสิทธิอันชอบของสภาแห่งนี้

ในประเด็นแรกเลยนะครับ ผมต้องกราบเรียนว่า ผมเองได้รับภารกิจในการ ดูแลในเรื่องโครงการเกี่ยวกับ Digital Wallet ซึ่งมีการอภิปรายอยู่หลายท่าน หลายครั้ง บางวาทกรรมอาจจะดูหนักไปนิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคิดไป ทำไป เป็นเรื่องของ เจ๊งไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ อะไรต่าง ๆ นี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านอาจจะได้พาดหัวข่าวนะครับ แต่ว่าเนื้อหาความเป็นจริงในส่วนของเรื่องการเดินหน้าโครงการมันไม่ได้สะท้อนในสิ่งที่ท่าน ได้คิด ได้กำหนดวาทกรรมเช่นนั้นขึ้นมา มันไม่ได้เป็นความจริงนะครับ เรื่องเสียหน้าไม่มี อยู่แล้วครับ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นรัฐบาลของประชาชน ร่วมมือกันทำงาน มีความสมัครสมาน กลมเกลียว และที่สำคัญในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ก็เป็นที่เข้าใจและตกลงร่วมกันในการ เดินหน้านโยบายของรัฐ เช่น เรื่องของโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของมุมมองที่แตกต่างระหว่างผมกับท่านเท่านั้น พวกผมมองว่า กระบวนการในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มันมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะ แบ่งสรรปันส่วนระหว่างประชาชน จากการเจริญเติบโตสามารถทำได้และควรต้องทำก่อน วันนี้เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในระดับที่ต่ำ ไม่เป็นไปตามศักยภาพ อันนี้เป็นมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน รัฐบาลนี้เน้นในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องการที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเพื่อเติมน้ำในบ่อ ให้ประชาชนคนไทย สามารถที่จะหายใจหายคอได้ สามารถที่จะมีกำลังไปบริโภค ไปต่อยอดการลงทุนสำหรับ อาชีพของเขา สร้างสภาพคล่องให้กับประชาชนให้มีกำลังในการเดินหน้าต่อไปใน คำว่า คิดไปทำไป ก็เช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่ครับ แต่ต้องยอมรับความจริงครับ เรารับมรดกมาจาก รัฐบาลก่อนหน้า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ซึ่งเดี๋ยวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพิชัย ท่านก็จะขึ้นมาอธิบายกับเพื่อนสมาชิกว่า สถานการณ์ที่เราอยู่ในขณะนี้ สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร เรารับมรดกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระดับหนี้ สาธารณะ ในระดับหนี้ครัวเรือนที่ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้มันมาถึงจุดที่ถึงมือเรา แล้วเรามีหน้าที่ในการบริหารจัดการเดินหน้าต่อไป แน่นอนครับว่า เรื่องคำว่าคิดไปทำไป จะว่าไปแล้วมันก็แย้งกันกับเรื่องเมื่อสักครู่ที่ท่านบอกว่าเสียหน้าไม่ได้ ผมเรียนกับท่าน นะครับ ผมเป็นคนดำเนินโครงการเรื่องของ Digital Wallet มาตั้งแต่ต้น การปรับเปลี่ยน แต่ละครั้งนี่ผมโดนเขาว่านะครับ ท่านก็คงรู้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนในเรื่องเกณฑ์ เช่น ลดจำนวนคนลงมาเหลือ ๕๐ ล้านคน เป็นต้น ตัดคนที่มีกำลังเงินสูง รายได้สูง แล้วก็มี เงินออมสูงออก เป็นข้อเสนอจากหน่วยงาน ซึ่งเราต้องรับฟัง บางอย่างเราต้องถอยเพื่อที่จะ เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง จริง ๆ ยกตัวอย่างตั้งแต่ตอนที่ผมและเพื่อนสมาชิกบางท่าน มีการเจรจากันในการจัดตั้งรัฐบาล ก็รู้กันอยู่ว่าบางนโยบาย อย่างเช่น เรื่องของสวัสดิการ ของผู้สูงอายุ สุดท้ายท่านก็ยอมรับว่ายังไม่พร้อมด้วยสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ ยังไม่สามารถทำได้โดยทันที ก็เช่นเดียวกัน แต่เราเข้าใจในเรื่องของข้อจำกัด เราเข้าใจ ในเรื่องของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเราจะต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสม ที่สุด เพื่อที่จะเดินหน้าโครงการแต่ละโครงการ โดยใช้เม็ดเงินอย่างประหยัดและคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด นี่จึงไม่ใช่การไม่รอบคอบครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ไม่รอบคอบเท่านั้น แต่นโยบาย Digital Wallet ต้องใช้คำว่า คิดนอกกรอบ โครงการนี้นอกจากวางรากฐานทาง เศรษฐกิจ Digital ยังจะมีการสร้างระบบ Settlement กลาง ระบบเรื่องของการเงิน การ Clearing House การโอนถ่ายเงินกลางของรัฐให้กับประชาชน มี Application กลาง ในการให้บริการประชาชน โครงการนี้คิดง่าย ๆ นะครับ เป็นโครงการที่สามารถจะกระตุ้น ให้คน ๕๐ ล้านคนมาลงทะเบียนกับรัฐผ่านมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้บัตรประจำตัว Digital สามารถใช้ Log in ในทุกบริการของรัฐ ในอนาคตจะมี Sign in เหมือนกับเวลาที่เราใช้ เฟซบุ๊กนี่ละครับ ที่มันจะสามารถยืนยันตัวตนของเราได้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วเราสามารถไป ใช้บริการของรัฐได้ทุกประเภท นี่คือประโยชน์ของประชาชนและประโยชน์ของรัฐอย่าง มหาศาล การทำธุรกรรมกับรัฐก็ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถให้บริการหลากหลาย กับประชาชนผ่านช่องทาง Online ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยัง หน่วยงานของรัฐเพื่อรับบริการสำหรับหลาย ๆ ธุรกรรม ยังจะเพิ่มความรวดเร็วในการ ให้บริการของประชาชนผ่านทางการนำระบบคอมพิวเตอร์หรือ AI มาใช้ในการตัดสินใจ ลด Human Judgement ลดการตัดสินโดยบุคลากร ซึ่งหลายครั้งกลายเป็นช่องโหว่ในการ ทุจริตคอร์รัปชันในการที่จะเกิดการรั่วไหลของงบประมาณ และระบบนี้ยังจะสามารถ ให้บริการกับประชาชนได้ ๒๔ ชั่วโมง ไม่ว่าพี่น้องประชาชนมีความต้องการเข้าถึงบริการ ของรัฐเวลาใดก็ได้ กลไกที่ว่ามานี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการของภาครัฐได้ โดยเฉพาะในเรื่องของบุคลากร เราก็คุยกันมาตลอดว่าเราจะลดจำนวนบุคลากรของภาครัฐ ได้อย่างไร เราจะสามารถทำอย่างไรที่จะลดสัดส่วนของงบประจำที่มันเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนราชการ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะเราใช้กำลังคนในภาครัฐจำนวนมาก แต่ด้วยกลไกของแอปพลิเคชัน ใหม่ จะสามารถ ทำให้เราให้บริการผ่านทางรูปแบบของ Online และแอปพลิเคชัน ในที่สุดในระยะยาว เราก็จะสามารถวางแผนในการจัดสรรโครงสร้างของภาครัฐได้อย่างมีความเหมาะสมมากขึ้น การยืนยันตัวตนผ่านระบบนี้ ยังสามารถทำได้รวดเร็วแล้วก็ทั่วถึง เช่น การเปิดบัญชีผ่านทาง กลไกของรัฐก็จะสามารถทำได้ เราจะสามารถสร้างธุรกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ผ่านใน อุตสาหกรรมทางการเงิน โดยใช้กลไกการยืนยันตัวตนของภาครัฐนี้ได้เช่นเดียวกัน

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่พบเจอมาโดยตลอด อย่างเช่น เรื่องของแก๊ง Call Center เช่นเดียวกัน เรามีประชาชนจำนวนมาก ในปัจจุบันที่ถูกติดต่อไปแล้วก็อ้างว่า เป็นหน่วยงานของรัฐบ้าง เป็นอะไรบ้าง สุดท้ายเป็นเหยื่อของแก๊ง Call Center แล้วก็ สูญเสียเงิน กลไกในเรื่องของแอปพลิเคชันใหม่จะเป็นแอปพลิเคชันกลางที่จะยืนยันได้ว่า อะไรก็ตามที่แจ้งเตือน แจ้งผ่านระบบใหม่ของเรานี้ นี่คือระบบของรัฐที่จะส่งผ่านข้อความ ส่งผ่านข้อมูล ส่งผ่านคำถามไปยังพี่น้องประชาชน มันจะเป็นกลไกที่จะทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความมั่นใจ และลดการถูกหลอกลวงผ่านทางระบบ อย่างเช่น เรื่องแก๊ง Call Center ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังไม่ได้พูดถึงประโยชน์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ระบบการป้องกัน เตือนภัยสาธารณะ ซึ่งสามารถบรรจุเข้ามาได้ในระบบนี้ กลไกในการที่จะเข้าถึงระบบของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนบริษัท การลงทะเบียนในเรื่องของการทำธุรกรรมต่าง ๆ เกี่ยวเนื่องกับรัฐ สามารถดำเนินการผ่านระบบใหม่ที่เรากำลังพัฒนากันอยู่

โครงการนี้เรื่องของ Digital Wallet ต้องชี้แจงผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่ามัน ไม่ใช่เป็นเพียง ๑ โครงการของรัฐ แน่นอนเป็นเรือธง อันนี้ยอมรับครับ เพราะว่าเป็นโครงการ ใหญ่ และเป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศรอคอยกับการที่เม็ดเงินในการกระตุ้น เศรษฐกิจจะลงไปถึงมือ แต่อย่างไรก็ตาม โครงการอื่น ๆ โดยเฉพาะในโครงการที่เป็น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจก็ยังมีควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาทักษะแรงงาน โครงการเกี่ยวกับเรื่องการผลิตของ อุตสาหกรรม S-Curve อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เหล่านี้มีอยู่โดยตลอด เพื่อนสมาชิก บางท่านก็ยังอภิปรายถึงเรื่องการอุดหนุนไปยังภาคยานยนต์ EV ซึ่งอันนั้นถูกครึ่งหนึ่งครับ เพราะในข้อเท็จจริงเราผูกในเรื่องของการอุดหนุนเรื่องของรถ EV ด้วยโครงการที่เป็นกลไกที่ ผูกเข้าไป คือบังคับว่าในกรณีที่นำเข้ามาในวันนี้ ๑ คัน ในอนาคตจะต้องมาผลิตในประเทศไทย ๑.๕-๒ คัน ซึ่งตรงนี้เป็นกลไก ซึ่งจะยืนยันได้ว่าเราจะได้การลงทุนจำนวนมหาศาลเข้ามาอยู่ ในประเทศไทย และได้การผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ได้มีการ Transfer เรื่องของความรู้ ในเรื่องของการผลิตอุตสาหกรรมรถ EV เข้ามาอยู่ในประเทศไทยให้กับคนไทยได้มีงานทำ กลไกเหล่านี้เป็นกลไกที่มีความจำเป็น

มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ทางการคลัง Fiscal Space พื้นที่ทางการคลัง มีการพูดถึงว่าวันนี้เรากู้เต็มเพดาน ต้องยอมรับครับว่าเรากู้เพิ่มมากขึ้นจริง ๆ ในปีนี้ แต่มันเป็นเพียงการกู้ที่เพิ่มมากขึ้นชั่วคราว เพื่อมาดำเนินโครงการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างเช่น Digital Wallet มีข้อห่วงใยว่า หากเรากู้แล้วเราขาดดุลเต็มเพดาน ในกรณีที่เกิด วิกฤติแล้วเราจะไม่สามารถปรับตัวรองรับได้ อันนี้เป็นความเข้าใจในเรื่องของกลไก งบประมาณ และกลไกวินัยทางการเงินการคลังของประเทศไทยที่ยังคลาดเคลื่อน ในข้อเท็จจริงนั้นมีกลไกตาม พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการภาครัฐที่จะสามารถ รองรับ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติการณ์ในลักษณะใดก็ได้ เรายังสามารถเดินหน้าได้ แต่ที่สำคัญครับ ในแนวคิดนี้ผมถามกลับไปว่า วันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีนัก พี่น้องประชาชนก็ยังเดือดร้อนในเรื่องของรายรับ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายครองชีพประจำวัน วันนี้เรามีพื้นที่ทางการคลังที่ท่านถาม เราจะใช้พื้นที่ทางการคลังนี้ในการลงไปเพื่อไม่ให้เกิด วิกฤติ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในระดับที่เหมาะสม หรือท่านจะรอให้เศรษฐกิจมันหนักไป กว่านี้ จนกระทั่งถึงจุดที่ท่านยอมรับแล้วก็บอกว่าวันนี้วิกฤติแล้ว แล้วเราค่อยเอาพื้นที่ ทางการคลังของท่านไปซ่อม ซึ่งเราผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาหลายครั้ง กลไกที่เศรษฐกิจไป ถึงจุดที่ตกต่ำ แล้วเราต้องใช้งบประมาณลงไปในการเยียวยาแก้ไข ต้องใช้มูลค่า ต้องใช้ ปริมาณเงินที่ลงไปในการเยียวยาสูงกว่าอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นแนวทางของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่เราบอกว่า วันนี้เรามีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ทางการคลังนี้ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาจับจ่ายใช้สอย ให้เศรษฐกิจ กลับมาหมุนเวียนอีกครั้ง

ประเด็นสุดท้าย ที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก คือ ในส่วนของงบประมาณที่มีการกล่าวอ้างว่าถูกตัด ผมเองก็ไปทำการบ้านกับทางสำนัก งบประมาณ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บอกว่ามีการกล่าวอ้างว่ามีงบประมาณที่ถูกตัดไปถึง ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท หากันไม่เจอนะครับ ด้วยความเคารพ พวกผมก็หาไม่เจอว่ามันไปโดนตัด ไปโดนอะไร เพราะท่านบอกว่าตัด ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปทำโครงการอื่น ๆ เช่น Digital Wallet ในข้อเท็จจริงไม่มีนะครับ เอาข้อเท็จจริงไหมครับ จริง ๆ แล้วมีคำขอ งบประมาณราว ๖.๕ ล้านล้านบาท ทุกปีก็อย่างนี้ละครับ มีงบประมาณคำขอเข้ามาจาก หน่วยงานต่าง ๆ ที่วิ่งเข้ามาที่สำนักงบประมาณ การบริหารจัดการภาครัฐ สุดท้ายสำนัก งบประมาณก็มีหน้าที่ในการไปเรียงลำดับความสำคัญ ปีนี้ก็ได้ออกมา ๓.๗ ล้านล้านบาท นี่คือการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนปกติ ไม่มีนะครับ งบประมาณหน่วยงานใด ๆ ที่บอกว่า โดนเบียดโดนบังออกไปจากโครงการที่เราจะใส่เข้าไป เช่น เรื่องของการทำ ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet และที่สำคัญครับ การทำ ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet ผมต้อง เรียนอย่างนี้ครับว่า เป็นโครงการที่เรายอมขาดดุลเพิ่มเติม คือ Top Up คือเติมการขาดดุล เข้าไป เพราะเราต้องการสร้างเม็ดเงินใหม่ใส่ลงไปในระบบ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทาง เศรษฐกิจ ให้ได้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากที่สุด นี่คือกลไกที่เราเลือกและเป็นกลไกที่จะ สามารถยืนยันได้ว่าเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเกิดประสิทธิภาพ และสามารถลงไป หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนหลาย ๆ รอบ เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณครับท่านประธาน