ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ แสดงความกังวลต่องบประมาณกลางที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใส ความเหมาะสม และภาระหนี้สาธารณะที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการเศรษฐกิจดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้งบประมาณ 5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการระยะยาวที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ สร้างโรงพยาบาล และสนับสนุนการศึกษาฟรี 6 ปี รวมถึงปรับปรุงแนวทางการใช้จ่ายเงินดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน พรรคไทยก้าวหน้าครับ โอ้โฮ ผมนี่รอวาระนี้มานานมาก เลยท่านประธาน รอตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนมาถึงตอนเย็นได้ถึงเวลาผมเสียที ท่านประธาน ก็คือรัฐบาลเขาจัดงบแบบนี้มันเข้ากับเนื้อเพลงนี้เหลือเกินครับ ที่มันพูดว่า รู้ว่าเสี่ยงแต่คง ต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยแต่อยากได้ของที่อยู่สูง อย่างไรต้องขอลองดูสักทีนะจ๊ะ นี่คือมันต้อง เสี่ยงกันหน่อยละครับท่านประธาน ก็เดินเรือมาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านประธานจะถามว่าปูอัด มันเสี่ยงอย่างไร เดี๋ยวผมเปิดไปให้ดูงบกลางตัวนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ สไลด์แรกหันขวามาอาจจะมองไม่เห็น แต่ด้านขวานี่คืองบกลางที่รัฐบาลชุดนี้จัดเต็ม Max เต็มเหนี่ยว ก็คือ ๒๑.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่กรอบเหลือง ๆ ๒๕๖๔ รัฐบาลคุณประยุทธ์ปีที่แล้ว ต้องยอมแพ้นะ นี่เยอะแล้วนะ เจอรอบนี้ต้องบอกยอมแพ้ เอาเลยรัฐบาลชุดนี้ งบกลางนี่สุด ตัว แต่คำถามก็คือแล้วไส้ในมันคืออะไร ทำไมมันสูงขนาดนี้ เดี๋ยวผมจะพาไปดู ท่านประธาน อันนี้อาจจะมองไม่เห็น แต่ผมใช้แว่น Zoom ขยายมาแล้ว ข้อ ๑๒ มันเขียนว่า ประชาชน มองไปกับผมนะครับ รายการใหม่ ค่าเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของ ระบบเศรษฐกิจ ภาษาไทยช้า ๆ ชัด ๆ ก็คือ Digital ๑๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ก็ใส่เงินมาก่อนเลย ๑๕๒,๗๐๐ ล้านบาท ถามว่าพอไหม ไม่พอ แล้วจะเอาที่ไหนล่ะปูอัด มันไม่พอ ๑๕๒,๐๐๐ นี่เอามาก่อน ยังมีอีก ๒ ก้อนท่านประธาน ก้อนซ้ายนี้เตรียมตัวแล้ว มันเขียนว่าการบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๗ ทุกคนต้องร้องฮะนะ เอามาจาก ๒๕๖๗ เลยหรือ ยังไม่พอท่านประธาน สีแดง ๆ ข้างล่าง ผ่านหน่วยงานรัฐ เดี๋ยวผมไปขยายต่อว่ามันคืออะไร ไปดูสีส้มกันก่อน สีส้มเขาจะเอา งบประมาณรายจ่ายจากปี ๒๕๖๗ ๑๗๕,๐๐๐ ล้านบาท คือรัฐบาลอาจจะจัดทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณ ในสภานี่เตรียมตัวนะครับ หรืออาจจะมีการนำงบกลางเงินสำรองมาจ่าย กรณีฉุกเฉินมาสนับสนุนโครงการ นี่ก้อน ๒๕๖๗ ก็เอามาครับ ยังไม่พอไปดูอีกก้อนหนึ่ง เอามาจากไหน ก้อนเงินเกษตรกรแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท เตรียมไปแล้วทำไมมาอยู่เกษตรกร ก็เพราะว่าอะไรท่านประธาน ไปหากรุงไทย กรุงไทยก็บอกว่า ไม่ได้นะฉันกลัว ไปหาออมสิน ออมสินบอกว่าปิดประตูไม่รับแล้ว จะไปไหน หันซ้ายหันขวาไม่เจอ มัดมือ ธ.ก.ส. เสียเลย นี่ครับ เตรียมเงิน ๑๗๒,๓๐๐ ล้านบาท และนี่เป็นทุนจาก ธ.ก.ส. คำถามก็คือ แล้วเอาเงิน ธ.ก.ส. มานี่ท่านประธาน มันเพื่อการเกษตรกี่โมง ถามว่ากฤษฎีกากี่โมงด้วยอันนี้ ใช้หนี้กี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไร นี่มันเยอะมาก นี่ยังไม่พอนะครับ ท่านประธานรู้ไหม เรายังมีหนี้ค้างกับ ธ.ก.ส. อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ลงลึกนะ เดี๋ยวพี่ ๆ จะมา Drama ผมในสภา เดี๋ยวให้ พี่น้องในอินเทอร์เน็ตเขาไปสืบเสาะว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมีอะไรที่ผูกพันไปบ้าง คำถามคือ แล้วถ้าเกิดเราทำ ๑๐,๐๐๐ บาท ใช้ได้สำเร็จปุ๊บ เราจะเจอผลกระทบอะไรบ้าง ใช้เงินปุ๊บ ทำกรอบใช้หนี้ปั๊บ นี่เตรียมเลยครับ กรอบใช้หนี้สาธารณะโครงการเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท Digital เพิ่มขึ้นต่อปี ๑๕,๘๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่หนี้ที่ต้องเตรียมใช้ในกรอบนี้ ท่านรัฐมนตรี ใจเย็น ๆ นะครับ ขอผมอภิปรายนิดหนึ่ง
ต่อมาครับ มีอะไรอีก กรอบหลักการ ปัดโธ่ กรอบหลักการนี่พี่น้องประชาชน ต้องฟังนะ โดยเฉพาะร้านค้าเล็ก ๆ แต่ร้านค้าเล็ก ๆ ของท่านกับผมอาจจะแตกต่างกัน นิดหนึ่ง คือร้านค้าจะถอนเงินสดได้ต้องรอบ ๒ แต่รอบ ๒ ของท่านกับผมคงไม่เท่ากัน ร้านค้าต้องอยู่ในระบบ VAT บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล คำถามผมเป็นแบบนี้ท่านประธาน ร้านค้ารายเล็ก ผมถามหน่อยแบบอาม่าขายข้าวแกง นิ ม๊ะผมที่อยู่ในสุเหร่าขายข้าวแกง ถามว่าจะรอหมุนรอบ ๒ รอบ ๒ คือนานเท่าไร เพราะพรุ่งนี้ต้องไปซื้อเนื้อแล้ว พรุ่งนี้ต้องไป ซื้อไก่แล้ว อาม่าก็บ่นแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อล่ะปูอัด ถ้ารอบ ๒ มันกี่เดือน กี่วัน เพราะฉะนั้นร้านค้าเล็ก ๆ ของท่านกับผมคงไม่เหมือนกัน เพราะร้านค้าของท่านเล็ก ๆ คือมีทุกหมู่บ้านใช่ หรือไม่ใช่ ใช่ ปรบมือ ๑ ครั้งท่านประธาน ใช่แน่นอน อันนี้ร้านของท่าน นั่นละ แต่มันเล็กกับผมไม่เท่ากันแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นหากร้านค้าขนาดเล็กต้องใช้เงินสด ทันทีเหมือนที่ผมบอก แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เขาอาจจะรู้สึกไม่คุ้มค่า จนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ ยังไม่พอครับท่านประธาน มีหลาย ๆ คนรู้อยู่แล้วว่าได้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จะใช้ที่ไหน ต้องใช้ตามทะเบียนบ้าน ผมพาไปดูอันนี้ อันนี้เจ็บใจมาก โดยเฉพาะสีส้ม ๖๘ เปอร์เซ็นต์ และมองด้านขวามันเขียนว่า ที่ทำงานกับที่อยู่อาศัยไม่ตรง กับทะเบียนบ้าน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ของกรุงเทพมหานคร ผมยกตัวอย่างแบบนี้ท่านประธาน คือแม่บ้านทำความสะอาดที่อยู่ในสภาคนหนึ่ง ผมรู้จัก เขาเช่าบ้านอยู่จอมทอง แต่เป็นคน อ่างทองแท้ ๆ เหมือนคุณณัฐวุฒิละครับ คือทีนี้จะถามว่าจะใช้เงินต้องทำอย่างไร ก็ต้อง ขอเงินพี่ณัฐวุฒินั่นละ เอาเงินตรงนี้เดินทางไปที่อ่างทอง แล้วก็ไปใช้จ่ายเงินหมื่นอย่างมี ความสุขตรงนั้น คำถามคือความสุขมันจะมาจากตอนไหน ต้องไปบ้านอ่างทอง ขอเงินพี่ณัฐวุฒิ ไปอ่างทอง กลับไปใช้เงินตรงนั้นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผมถามหน่อยว่ามันจะเป็นอย่างไร ขออนุญาตพาดพิงครับท่าน ยังไม่จบ ทีนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีก แนวทางของผมอย่างนี้ครับ ท่านประธาน คือรัฐควรจะพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ลงทุนในโครงการที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ ในระยะยาว ถ้ามีเงินงบประมาณ ผมเสนอแบบนี้ครับท่านประธาน
อย่างแรกเลย โครงการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราใช้วงเงิน ๓.๘ ล้านบาทต่อตำแหน่ง จะสามารถผลิตบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง ๑๓๐,๐๐๐ ตำแหน่งท่านประธาน คุณพระ คุณเจ้า สปสช. ต้องปรบมือให้ ๑๐ ครั้งกับผม ตอนนี้ล่ะ แล้วมีอะไรอีก เราสามารถใช้งบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ได้ ๒๕ แห่ง จริง ๆ ตีว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมให้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเลย จะสามารถดูแล ผู้ป่วยนอก ย้ำนะครับผู้ป่วยนอก ราว ๓๗,๕๐๐,๐๐๐ คนต่อปี แล้วมีอะไรอีกท่านประธาน คือถ้าเราเอา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้ตรงนี้ เราใช้งบแค่ ๘๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี จะสามารถสนับสนุนเรียนฟรีจริง ๆ เรียนฟรีจริง ๆ เลย ได้ ๖ ปี ทั้งหมด ถ้าผู้ปกครองฟังตอนนี้รับรองว่าอุ่นใจไม่ต้องขายเงินขายทองอะไรตอนนี้แล้ว ๖ ปีเน้น ๆ ชัด ๆ แต่พูดแล้วก็เจ็บใจ เพราะว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท Digital นี้ ผมบอกพี่น้อง ประชาชนเลยว่าใช้มาจ่ายค่าเทอมไม่ได้นะครับ ฟังช้า ๆ ชัด ๆ อ่านปากปูอัด ไม่ได้นะ เพราะว่าอยู่ในหน่วยบริการ คำถามคือ ประเทศเราเป็นประเทศบริการถูกต้องไหมครับ แต่อยากจะใช้เงินหมื่นใจจะขาด เอาไปจ่ายค่าเทอมก็ไม่ได้ คุณพระช่วย ท่านประธานครับ พูดแล้วผมก็เหนื่อยใจ ในเมื่อตอนนี้ผมรู้อยู่แล้วอย่างไรรัฐบาลเสียงเยอะกว่า อย่างไร ก็ผลักดันเงินหมื่น Digital ให้สุดโต่ง สุดขั้ว อย่างไรก็จะทำให้ได้ ถึงจะเสี่ยงแต่ก็คงต้อง ขอลอง เหมือนที่ผมพูดในตอนแรก ผมเสนอแบบนี้ ถ้าจะเอาจริง ๆ เลย ๑. ร้านค้าขนาดเล็ก ต้องเบิกเงินสดได้ทันทีครับ อันนี้ผมเสนอท่านรัฐมนตรีเลย ท่านมาฟังอยู่ ๒. ต้องใช้ในภาค ธุรกิจบริการได้ คืออย่างนี้ครับ ช่างตัดผม ร้านค้าโน่น นี่ นั่น ประเทศเราเป็นประเทศบริการ ถ้าเขาใช้ได้ด้วย เขาเริ่มอุ่นใจแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท เขาจะมีโอกาสทำมันได้ และ ๓. ขออภัย พี่ณัฐวุฒินะครับ ต้องสามารถใช้จ่ายได้ทุกพื้นที่ ไม่จำกัด คือถ้าผมอยู่จอมทอง ผมต้องไปซื้อ อาม่าจอมทอง นิ ม๊ะที่หน้าสุเหร่าผมได้แล้ว อย่างนี้ละมันถึงจะ ๑๐,๐๐๐ บาทจริง ๆ ใช้แล้ว ก็ดูอุ่นใจไม่ต้องไปอายคนละครึ่งปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดท่านประธาน สิ่งที่ผมจะ ฝากฝังก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนที่ผมจะปิดจบนะครับ ผมขอฝากคำหนึ่งไว้ ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขกฎหมาย ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วเขาไม่มีการยุบพรรคหรอกครับ นอกจากคนพูดจะจิตใจคับแคบ ขอบคุณมากครับ