จิรัชยา เสนอเน้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนงบ 68 ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๗

จิรัชยา สัพโส อภิปรายร่างงบประมาณปี 2568 โดยเน้นบทบาทการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกibel พร้อมเสนอแนวทางยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่งเสริมเมืองรอง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระจายรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวจิรัชยา สัพโส สกลนคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๑ เป็นที่ทราบกันดีว่าภาคการท่องเที่ยวเป็น อุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก โครงสร้างเศรษฐกิจไทย พึ่งพาการท่องเที่ยวสูงถึง ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังวิกฤติโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคที่ฟื้นตัวเร็วที่สุด และกลายมาเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากข้อมูล GDP ไตรมาสล่าสุด จะเห็นว่าไทยรอดพ้นจากการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค หรือ Technical Recession ได้ เพราะมีภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวพยุง ซึ่งวันนี้ดิฉันในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาที่ทำนโยบาย Visa Free ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเกินเป้าหมาย ดั่งที่ท่านเคยพูดไว้ว่า การท่องเที่ยวนั้นจะ ไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ฐานราก เพราะการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะส่งตรงไปถึง กระเป๋าของพี่น้อง และยังมองไปถึงการเพิ่มศักยภาพของภาคการท่องเที่ยวที่จะทำให้ไทย เป็น Tourism Hub แล้วให้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้อีก เมื่อพูดถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจแล้ว ต่อไปลงลึกมาถึงโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของไทยกันบ้างค่ะ จากข้อมูลจะพบว่าไทยเคยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึงเกือบ ๔๐ ล้านคนก่อนช่วงโควิด-๑๙ และปีนี้ก็มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมา ราว ๆ ๓๖-๓๗ ล้านคน โดยประเทศไทยจะเป็น Tourist Destination ของโลก ทั้งในเชิง ของสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ตลอดจนการท่องเที่ยว แบบ Wellness and Medical Tourist ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีการบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในประเทศไทย ก็จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในเรื่องนี้ให้มามากขึ้น จากข้อมูล แสดงให้เห็นว่าตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกเติบโตขึ้นมาก และประเทศไทยของเรา ก็มีบริการด้านสุขภาพที่มีชื่อเสียง เช่น การนวดไทย สปา และบริการด้านสาธารณสุข ที่สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติดังนั้น การลงทุนสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้ ก็จะช่วยยกระดับตลาดและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทย ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเอเชีย โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็จะมีข้อระมัดระวังในเรื่องของการใช้จ่ายต่าง ๆ และนักท่องเที่ยวส่วน ใหญ่ยังนิยมไปเที่ยวเฉพาะเมืองหลัก เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ทั้งที่ประเทศไทยเรายัง มีเมืองน่าเที่ยวอีก ๕๕ จังหวัดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ต่างชาติเท่าที่ควร ดังนั้น การร่วมบูรณาการในหลายมติ ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนา โครงสร้างโดยรวม และสามารถกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และเป็นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยว ไทยได้อย่างยั่งยืน ดิฉันเข้าใจนะคะว่าทางฝ่ายบริหารก็คงทราบถึงปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวไป ข้างต้น เพราะหลังจากที่พิจารณาในร่างงบประมาณปี ๒๕๖๘ ประกอบกับวิสัยทัศน์ของฝ่าย บริหารในปีนี้ ดิฉันก็คลายความกังวลไปได้ เพราะได้เห็นโครงการต่าง ๆ ในร่างงบประมาณ ที่คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ดิฉันได้ติดตามนโยบายในงาน Thailand Vision Ignite ที่รัฐบาลจะผลักดันให้ไทยเป็น Tourism Hub ผลักดันให้ไทยมีรายได้จากการ ท่องเที่ยว ๓.๕ ล้านล้านบาท ใน ๔ ปี ด้วยยุทธศาสตร์ ๔ ด้าน ดิฉันต้องขอชื่นชมนะคะว่า ตรงนี้เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยพัฒนาภาคการท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็น ๑. เป็นการ ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวทุกมิติ โครงการ 5 Must do in Thailand ไม่ว่าจะเป็น Must Beat Must Eat Must Seek Must Buy Must See โดยทั้ง ๕ Keyword นี้ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการเสริม ความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทย กลยุทธ์ที่ ๒ กับการกระจายตัวการท่องเที่ยว จากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว ซึ่งเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่เมืองน่าเที่ยวทั้ง ๕๕ จังหวัด กลยุทธ์ที่ ๓ กระตุ้นการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ส่งเสริม การท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพิ่มคุณค่าด้วยการสร้างมูลค่าให้กับ การท่องเที่ยวแบบวิถีชีวิตของไทย กลยุทธ์ที่ ๔ วางรากฐานพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยบูรณาการ แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ อย่างเช่น โครงการที่ดิฉันสนใจมาก คือการปรับปรุง และพัฒนาเพื่อยกระดับสนามบินเพชรหัวหิน ซึ่งเป็นอีก ๑ เครื่องมือที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทั้งใส่เงินและใส่ใจ ทุกท่านทราบหรือไม่คะ หากสนามบินเพชรหัวหิน สำเร็จ จะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาลให้เกิดขึ้นในภูมิภาค เพราะหัวหินมีศักยภาพที่จะ ดึงดูดกลุ่มเศรษฐีจากต่างประเทศ เพราะเมื่อสนามบินนี้เป็นสนามบินนานาชาติ เครื่องบิน ส่วนตัว หรือ Private Jet ก็สามารถลงมาจอดได้ เหมือนเมืองนีซแห่งประเทศฝรั่งเศส และเมื่อสนามบินนี้สำเร็จ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็จะมีโอกาสในการจัดงาน ระดับโลก เพราะเมื่อมีสนามบินที่ทันสมัยและสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงาน จากทั่วโลก ก็จะสามารถเดินทางมาได้ง่ายยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาการที่นักท่องเที่ยวเข้ามา ในเมืองใหญ่ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้เงินเข้ามากระจุกอยู่ที่เมืองหลักเพียงอย่าง เดียว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐามีวิสัยทัศน์ที่จะนำเงินกระจายไปยังเมืองอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้ทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์ เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวก็มีเงิน เมื่อมีเงินก็มีงาน และเมื่อ มีงานก็มีอนาคต นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ทุก ๆ ท่านก็น่าจะเห็นพ้องต้องกัน และต้องการ ให้เกิดขึ้นในทุก ๆ เมืองของประเทศไทย เพราะการท่องเที่ยวจะไม่เพียงแค่ช่วยเศรษฐกิจ ของเมืองใหญ่เท่านั้น แต่จะช่วยให้เมืองเล็ก ๆ ทั่วประเทศเติบโตและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน และจากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ดิฉันได้พบโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง สร้างสรรค์และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการท่องเที่ยวในเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว โดยโครงการนี้ก็เป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยการชูอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ประจำถิ่น ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ด้านศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี และอาหาร ด้วยงบประมาณ ๑,๐๓๕ ล้านบาท ยกตัวอย่าง อย่างการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรมล้านนา ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง เส้นทางมรดกโลก ในจังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครราชสีมา หรือเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวสายมู ตามรอยศรัทธาพญานาค ในจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดบึงกาฬ ภาคใต้ ท่องเที่ยวอันดามัน ในเมืองตรัง เมืองสตูล หรือเยือนเสน่ห์แห่งพหุวัฒนธรรมในใต้สุดของ ประเทศไทย ในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยกระจายรายได้ให้กับเมืองต่าง ๆ แต่ยังส่งเสริมและอนุรักษ์ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วย และในร่าง พ.ร.บ. ดิฉันยังพบ การบูรณาการร่วมกับ ๘ กระทรวง ๑๙ หน่วยงาน และ ๓ รัฐวิสาหกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และขยายรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโต โดยเน้นที่ เมืองน่าเที่ยว ด้วยงบประมาณ ๘,๑๕๒ ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในโครงการเชื่อมโยงทางภูมิภาค ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย แล้วก็ประเทศ ในกลุ่มอาเซียน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว นำร่องให้บริการรถไฟระหว่าง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อุดรธานี หนองคาย ไปจนถึงเวียงจันทน์ โดยส่วนตัวดิฉัน เห็นด้วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการต่าง ๆ ในร่าง พ.ร.บ. ปีนี้ แต่ขอเสนอไปกับทาง ฝ่ายบริหาร ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวจะเป็นรายได้หลักของประเทศ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเมื่อเรา เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างในกรณีของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา แม้ว่าการท่องเที่ยวจะสำคัญ แต่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจ ในด้านอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน การท่องเที่ยวเป็นเหมือนประตูที่นำพาโลกให้มารู้จักเรา แต่ประตูนั้นจะไม่มีประโยชน์ หากตัวเราไม่ใช่ของจริงที่อยากจะทำให้เขากลับเข้ามาสู่ บ้านหลังนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนที่หลาย ๆ ท่าน เราอยากไปญี่ปุ่น อยากฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ซ้ำ ๆ เพราะฉะนั้นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องเริ่มจาก การทำเมืองให้น่าอยู่สำหรับคนท้องถิ่น อย่างการพัฒนาระบบขนส่งและคมนาคม เพราะคน ที่ได้รับประโยชน์ในทุก ๆ วันคือพี่น้องในพื้นที่ โดยสรุป จากข้อมูลที่ดิฉันได้กล่าวมา จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งระบบผ่านการแก้ไข และพัฒนาด้วยกลยุทธ์หลัก ๔ ประการ ดังนี้

๑. ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในทุกมิติ

๒. กระจายการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว

๓. ทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มการท่องเที่ยว มูลค่าสูง

๔. เพิ่มศักยภาพระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทาง ได้สะดวกยิ่งขึ้น และเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก สิ่งสำคัญที่สุด ในวันนี้ คือการที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณลงไปยังพี่น้องประชาชน ไม่กระจุกตัว เน้นงบ ลงทุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการจับมือทุกภาคส่วน จึงอยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านรับ หลักการในวาระที่ ๑ นี้ เพื่อไปพิจารณากันต่อในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกทุกท่านจะเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผล ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ที่ทางฝ่ายบริหารได้เสนอเข้ามา เพื่อที่จะให้ประเทศของเรา ได้เดินหน้าต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ