วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ชี้แจงความแตกต่างและความจำเป็นของงบกลางและงบแผนบูรณาการในปีงบประมาณ 2568 โดยเน้นย้ำความโปร่งใส ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านท่องเที่ยว ยาเสพติด การพัฒนาทักษะประชาชน และการรองรับสังคมผู้สูงวัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันจะมาขอเล่าให้ทุกท่านเห็นความจำเป็นในการจัดสรร งบประมาณปี ๒๕๖๘ ในส่วนของงบกลางและงบบูรณาการดังนี้ อยากจะให้ทุกท่านเห็นว่า มันจำเป็นกับประเทศเราอย่างไร และมันจะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันขอเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดของหลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ ฝ่าย หรือบางคนเองเกี่ยวกับงบประมาณ ๒ ก้อนนี้ก่อนค่ะ ดิฉันมองว่าความเข้าใจผิดหลัก ๆ ในหัวเรื่องนี้มี ๒ เรื่องที่สำคัญค่ะ
เรื่องแรก ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับงบกลางที่หลาย ๆ ท่านมักจะถูกเข้าใจผิดว่า เป็นกระเป๋าสตางค์ของท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะหยิบใช้อะไร จะหยิบใช้เมื่อไรจะเบิกจ่าย เมื่อไรก็ได้ ซึ่งนี่เป็นความเข้าใจผิดและมันส่งผลในการจัดสรรงบประมาณที่มีความจำเป็น ในการขับเคลื่อนประเทศและถูกมองว่ามันขาดความชอบธรรม
๒. ความเข้าใจผิด ที่ท่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับงบแผนบูรณาการนั้น มันถูกวาดภาพ ว่างบนี้มันมีแผนการที่ซ้ำซ้อนและไร้ทิศทาง วันนี้ดิฉันอยากจะขอให้ทุกท่านมาปรับ ความเข้าใจใหม่ อยากจะให้ทุกท่านดูว่าจริง ๆ แล้วงบกลาง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันมีงบ แล้วก็มี Fixed cost ที่เป็นรายจ่ายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีเองไม่มีอำนาจสั่งจ่าย ใด ๆ ดังนั้นบางท่านที่บอกว่างบกลาง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นกระเป๋าสตางค์ของท่าน นายกรัฐมนตรี เป็นเหมือนการตีเช็คเปล่า มันเป็นการกล่าวหาที่เกินจริง อยากจะให้ทุกท่าน เข้าใจใหม่ งบกลางมาดูไปพร้อม ๆ กัน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งออกเป็น ๑๒ รายการ แล้วแต่ละ รายการเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ ๖ รายการ ตั้งไว้ที่จำนวน ๕.๔๙ แสนล้านบาท เรามาดูกัน ก็จะมีเงินเบี้ยหวัด เงินบำเหน็จบำนาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ขอสไลด์ต่อไปด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เงินเลื่อนเงินเดือน และเงิน ปรับวุฒิข้าราชการ เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ เงินสมทบ ลูกจ้างประจำ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการของบุคลากรตามกฎหมายที่เขากำหนดไว้ อีกส่วนหนึ่ง มันเป็นส่วนก้อนใหม่ที่เป็นรายการค่าใช้จ่ายสำหรับภารกิจพื้นฐานและยุทธศาสตร์ อันนี้เป็น โครงการใหม่ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ที่จำเป็นจะต้องดำเนินมาตรการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรักษาระดับการบริโภคและ การลงทุนในประเทศ พี่น้องประชาชนจะสามารถมีสภาพคล่องในการดำรงชีพและประกอบ อาชีพ และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย งบประมาณตรงนี้เป็นจำนวน ทั้งสิ้น ๑.๕ แสนล้านบาท คืองบประมาณอย่างที่ทุกคนพูดถึงกัน ในส่วนของโครงการ Digital Wallet ซึ่งถ้าทุกท่านได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสพูดคุยกับพี่น้องประชาชนแล้ว พี่น้องประชาชน ตั้งตารอ และเขาให้ความเชื่อมั่นว่างบประมาณตรงนี้ละค่ะ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ประเทศไทยเราสามารถมีเศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง ดูรวม ๆ เร็ว ๆ แล้ว งบที่กล่าวมาแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ราว ๆ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณ ในส่วนของบุคลากรภาครัฐทางเศรษฐกิจ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจค่ะ อย่างไรก็ดี ดิฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า มันไม่มีงบกลางตรงไหนเลยที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถเบิกจ่ายได้ ด้วยตัวเอง มีค่ะ มันมีงบกลางที่เรียกว่ารายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เอาไว้ใช้ จ่ายในช่วงที่มีวิกฤติหรือภัยพิบัติต่าง ๆ งบก้อนนี้มีราว ๆ อยู่ที่ ๙.๕ หมื่นล้านบาท และดิฉัน อยากจะบอกว่างบส่วนนี้เป็นงบที่มีการตั้งเอาไว้ในทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา แล้วทั่วโลก ทุกประเทศก็มีการกันงบตัวนี้ไว้เช่นกันค่ะ อยากจะให้ดูที่กราฟค่ะ รายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉิน เป็นจำนวนเงินที่ลดจากปีก่อนแล้ว ถ้าเทียบกับสัดส่วนของงบประมาณ รวมทั้งหมดงบประมาณก้อนนี้จะอยู่ที่ ๒.๕๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุด ในการจัดสรรงบประมาณ อย่างน้อยก็น้อยที่สุดในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาแน่นอนค่ะ ดังนั้น ถ้าจะมองเป็นมิติตัวเลขจะดูว่างบกลางปี ๒๕๖๘ สูง แต่ถ้ามองในมิติอื่น ๆ มิติในมุมมองของ พี่น้องประชาชน เราจะรู้ว่างบตัวนี้มันจำเป็นและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาปากท้อง มองในมิติสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ก็จะเห็นว่ามันสำคัญกับการตั้งงบประมาณตรงนี้ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน หรือมองในมิติการจัดทำงบประมาณประเทศ เราจะเห็นความพยายามครั้งนี้ว่า เราจะพยายามทำงบประมาณที่สอดคล้องกับภารกิจและ นโยบาย และความพยายามที่เราตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด วันนี้เราได้ลดการใช้งบประมาณอย่างที่ไม่จำเป็นให้มันน้อยที่สุดแล้ว ข้อมูลเหล่านี้เราสามารถพูด เต็มปากได้เลย จะมีงบสักกี่ก้อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะพอสั่งจ่ายตามอำนาจหน้าที่ที่จะต้อง ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนและเฉพาะหน้า นั่นก็คืองบฉุกเฉินและจำเป็นนี่เอง และตัวเลขนี้ ก็สามารถบอกเราได้ว่ารัฐบาลตั้งใจอย่างชัดเจน เพื่อจะให้งบตัวนี้ลดน้อยลงแล้ว และเหลือไว้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้การเบิกจ่ายงบกลางมันต้องดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง จะต้องชี้แจงเหตุผล ดูว่าจะเอาไปใช้แก้ไขสถานการณ์ที่กระทบต่อความสงบ ให้เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของรัฐ หรือจะช่วยบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติค่ะ ทุกอย่างมันต้องชี้แจง ด้วยเหตุผล ดังนั้นในส่วนของขั้นตอนการอนุมัติงบกลางจะขึ้นอยู่กับจำนวนวงเงินที่ใช้ค่ะ ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท จะเป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เกินกว่า ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเกินกว่า ๑๐๐ ล้านล้านล้านบาท จะต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีค่ะ ต้องบอกว่าในฐานะที่ดิฉันเองเป็น สส. เขต ได้ลงพื้นที่ ได้คุยกับพี่น้องประชาชนค่ะ ดิฉันเห็นว่า งบกลางมีความสำคัญมากโดยการแก้ปัญหา เฉพาะหน้า อย่างเช่น จังหวัดเชียงรายของดิฉันเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟป่าหรือว่าหมอกควันต่าง ๆ ที่กระทบการหายใจของพี่น้องประชาชน งบกลางที่เพียงพอ และใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ อย่างทันท่วงทีค่ะ เรามาดูกันในส่วนของงบบูรณาการนะคะ ปัญหาใหญ่ของประเทศเราคือ การบริหารแบบแยกส่วนค่ะ ขาดการประสานงานกัน วันนี้เราสูญเสียความสามารถในการ แข่งขันขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สอดประสานกัน และมุ่งที่จะสร้างการเติบโต แบบตรงจุด แล้วก็ตรงเป้าหมายค่ะ ประเทศเราจึงจำเป็นต้องมีนโยบายขับเคลื่อนพันธกิจ หรือที่เรียกว่า Mission Oriented Policy การแก้ไขจะต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการ หลายหน่วยงานค่ะ เพราะภารกิจใหญ่ ๆ ภารกิจหนึ่งมันไม่สามารถจะวางงบอยู่ที่กระทรวงใด กระทรวงหนึ่งได้ มันต้องเป็นการทำงานร่วมกันค่ะ ดังนั้นนี่เองคือความจำเป็นของงบบูรณา การที่หลายคนปรามาสว่ามันทับซ้อน มันไม่จำเป็นค่ะ วันนี้เราชัดเจนในการจัดการปัญหา หนึ่ง หรือถ้าจะทำพันธกิจหนึ่งให้สำเร็จได้ มันต้องใช้ความชำนาญจากหลาย ๆ ด้านค่ะ ทุกคนต้องมาช่วยกัน อาศัยความคิด มองโลกแบบเป็นองค์รวมค่ะ แล้ววันนี้เลยปฏิเสธไม่ได้ ว่าถ้าเราจะต้องการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปนั้น งบบูรณาการเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและ ปฏิเสธไม่ได้ ยกตัวอย่างภาคอุตสาหกรรมค่ะ การมีงบบูรณาการที่ดีและเป็นระบบจะทำให้ ประเทศเรานั้นมีนโยบายอุตสาหกรรมหรือ Industrial Policy ที่มุ่งเป้าชัดเจนและเท่าทัน โลก เพื่อทำให้เราสามารถจะเกาะเกี่ยวอยู่กับห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างแข็งแรง ไม่เพียง เท่านั้นค่ะ มาดูนโยบายอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในโลกของเรา มันมีแบบอย่าง ตัวอย่างมากมาย เราจะพบว่ามันมีงบการจัดสรรบูรณาการทั้งสิ้นเพื่อที่จะขับเคลื่อนประเทศในแบบ Mission Oriented ที่ประเทศเรากำลังทำค่ะ อย่างปี ๒๕๖๕ ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกแบบ CHIP’s and Science Act ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตวิจัย Chip คอมพิวเตอร์ เป็นเงินประมาณ ๒๘๐ พันล้านเหรียญสหรัฐ มากทีเดียว ถ้าคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ ๑๐ ล้านล้านบาท จีนเช่นกันค่ะ เขามองเห็นอนาคตที่จะลงทุนในอุตสาหกรรม EV มากมาย มหาศาล หรือสหภาพยุโรปเองเขาก็อัดฉีดเงินจำนวนมากเพื่ออุตสาหกรรมอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมค่ะ ตัวอย่างเหล่านี้จะทำให้เราเห็นว่างบบูรณาการมันไม่ใช่เรื่องปกติ แต่มันเป็น เรื่องจำเป็นในการผลักดันนโยบายให้ประเทศไทยเราเติบโตเท่าทันโลก และยังคงขีด ความสามารถในการแข่งขันไว้ด้วย เป็นที่ชัดเจนค่ะว่านโยบายที่จะเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ แห่งอนาคต Future Mobility Hub ของรัฐบาลท่านเศรษฐา ทวีสิน เรากำลังจะมุ่งนำพา ประเทศของเรากลับไปสู่พื้นที่ที่เท่าทันคนอื่นค่ะ เรากำลังจะทำให้ประเทศเราเป็นที่ต้องการ ของตลาดโลก ฟื้นความสามารถในการแข่งขันของประเทศขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง การจัดสรร งบบูรณาการสะท้อนความต้องการนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าเราเห็นจากงบแผนงานค่ะ บูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ขยับเพิ่มจาก ๓.๗ พันล้านบาท มาเป็น ๘.๗ พันล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ จะสะท้อนความจริงว่ารัฐบาลชุดนี้ จะนำพาประเทศของเราออกจากพันธนาการของความสามารถในการแข่งขันที่ลดถอยลงไป เรื่อย ๆ ทางรัฐบาลท่านนายกเศรษฐาเองก็ยังมีนโยบายอุตสาหกรรมมุ่งเป้าที่ชัดเจน อย่างอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า Future Ev Industry นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร หรือ Food And Agriculture Hub และการพัฒนา Semiconductor ซึ่งประกอบไปด้วย อุปกรณ์อุตสาหกรรม Chip คอมพิวเตอร์ภายใต้ร่มของ Digital Economy Hub ที่ประกาศไว้ ในงาน Thailand Vision Ignite Thailand ซึ่งงบบูรณาการลักษณะนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้รัฐบาลได้เดินหน้าประเทศไทยไปตามกรอบแนวนโยบายทางเศรษฐกิจที่กำหนดขึ้น
นอกจากนี้งบบูรณาการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยตรง ในส่วนของแผนบูรณาการ การท่องเที่ยว ซึ่งตั้งงบไว้ที่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท โดยงบประมาณนี้จะมีการจัดสรรลงในจังหวัด ต่าง ๆ เมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเชียงรายของดิฉันเองก็มั่นใจว่าเรามีศักยภาพสูง ทางด้านธรรมชาติ วัฒนธรรมล้านนาและชาติพันธุ์ค่ะ ถ้าทุกท่านได้มีโอกาสสัมผัสในพื้นที่ ทำงานในพื้นที่แล้ว ในฐานะ สส. เขตค่ะ การพัฒนาลักษณะนี้มันไม่สามารถโยนความ รับผิดชอบหรือทำงานได้ในกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ซึ่งจังหวัดเชียงรายเองทั้งกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงมหาดไทยเราต้องรวมกันค่ะ ทำงานร่วมกันเพื่อพาแหล่งท่องเที่ยวแหล่งหนึ่ง ไปสู่จุดที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนได้
อีกประเด็นสำคัญค่ะ อันนี้เลย งบบูรณาการป้องกันปราบปรามและแก้ไข ปัญหายาเสพติด ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ๔,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๕,๐๐๐ ล้านบาท ใน ปี ๒๕๖๘ มันเป็นปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ค่ะ เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน วันนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณเราเพิ่มขึ้นมา เพื่อที่จะให้เราแน่ใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะได้รับการใส่ใจ แล้วจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนรู้สึกปลอดภัยและดีขึ้น
ด้านที่ดิฉันให้ความสำคัญ ก็คือการสร้างให้มีกลไกในการยกระดับ ความสามารถของประชาชนทุกวัยให้ทันตามความต้องการของตลาดโลก ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ รัฐบาลมีงบบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันเป็นการวางแผนระยะยาว วันนี้ประเทศไทยไม่ได้กำลังเข้าสู่สังคม ผู้สูงวัยอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นประเทศที่เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงวัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น แผนบูรณาการผู้สูงวัยจึงจำเป็นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย Soft Power หรือ THACCA ที่มุ่งเน้น พัฒนาทักษะ สร้างทักษะใหม่ ๆ ให้กับประชาชน ดิฉันขอบอกตรงนี้ค่ะ มันไม่ใช่ ทางเลือกอีกต่อไปค่ะ แต่มันเป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยและเป็นความจำเป็นของ อนาคตประเทศไทยค่ะ การพัฒนาทักษะจะต้องใช้เวลาความใส่ใจและเม็ดเงิน เราต้องลงทุน ตั้งแต่วันนี้เพื่อความอยู่รอดในทศวรรษข้างหน้า ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณบูรณาการ อย่างมุ่งเป้า งบบูรณาการจึงเป็นงบประมาณที่แก้ไขปัญหา ดูจากประเทศเพื่อนบ้านเรา ตอนนี้มีขีดความสามารถสูงขึ้น ดึงดูดการลงทุนของนักท่องเที่ยว มีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ อย่างชัดเจนทำให้โลกต้องพึ่งเขา แต่ถ้ามองในประเทศของเราค่ะ วันนี้เรากำลังหมด ความสำคัญกับโลกไปเรื่อย ๆ ค่ะและดิฉันต้องบอกตรงนี้ค่ะว่า งบบูรณาการของรัฐบาล ชุดปัจจุบันเป็นงบที่ตอบโจทย์ค่ะ
สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขอสรุปกับที่พูดมาทั้งหมด ๑. ความเข้าใจผิดของบางกลุ่มและบางท่านที่คิดว่าในเรื่องของงบกลางคลาดเคลื่อนว่า ข้อเท็จจริงงบกลางต้องบอกว่าเป็นงบประมาณที่มีความจำเป็น ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นงบของ บุคลากรภาครัฐไปแล้ว เป็นงบที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ สร้างให้เกิดความคล่องตัว ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้แก่พี่น้องประชาชน ๒. งบบูรณาการมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ๆ มันไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกระทรวงใด กระทรวงหนึ่ง เราต้องร่วมกันแก้ไขจากหลาย ๆ กระทรวง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมแห่ง อนาคต การรับมือสังคมสูงวัยหรือการแก้ปัญหายาเสพติด ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิก ทุกท่านคะ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ต้องตอบโจทย์ชีวิตคนไทยค่ะ จะไม่ใช่แค่ตัวเลข ในเอกสาร แต่เราจะต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น หรือระยะยาว ดิฉันหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะเห็นความสำคัญและความจำเป็นของงบบูรณาการนี้ และช่วยสนับสนุนผ่านร่างงบประมาณปี ๒๕๖๘ ครั้งนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ