ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างงบประมาณปี 2568 โดยตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบในการจัดทำ การขาดดุลและปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการละเลยภาคเกษตรกรรมที่ยังเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการตัดงบประมาณในโครงการสำคัญ เช่น ยุวชนอาสาและสถาบันอุดมศึกษา ขณะเดียวกันเสนอแนวทางพัฒนาทักษะแรงงานร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำ และชี้ปัญหาการศึกษาไทยที่สะสมมายาวนานใน 8 ด้าน ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำ ขาดแคลนครู หลักสูตรล้าสมัย และเด็กจบไม่ตรงกับตลาดงาน จึงเสนอให้มีนโยบายปฏิวัติการศึกษาอย่างเร่งด่วน พร้อมสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 กว่า 3.75 แสนล้านบาทในวาระแรก โดยมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยจะร่วมอภิปรายสนับสนุนต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ส่วนราชการผู้เสนอคือ สำนักงบประมาณ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีคำถามว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ผ่านการพิจารณาของสภา ใครจะรับผิดชอบ ๑. นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง ๒. นายกรัฐมนตรีประเมินสถานการณ์ก่อนลงมติ ถ้าดูแล้วไม่ชนะ ประกาศยุบสภา สส. ครม. ต้องพ้น จากตำแหน่งครับ ๓. หน่วยรับงบประมาณไม่มีงบประมาณใช้จ่ายในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ๔. เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้ ท่านประธานครับ ผมเลยอยากจะ ถามท่านประธาน ผอ. สำนักงบประมาณจะรับผิดชอบอะไรบ้าง ขนาดตำแหน่งเลขานุการ กรรมาธิการงบประมาณครับท่านประธาน ผมเป็น สส. สมัยแรก ปี ๒๕๖๓ ผอ. ไม่กล้าเป็น เลขานุการงบประมาณครับ เพราะกลัวติดคุก นี่คือสิ่งที่ผมคาใจทุกครั้งในการอภิปราย เพราะฉะนั้นมีคำถามในการจัดทำงบประมาณ ตกลงว่าใครมีอำนาจ ๑. สภาผู้แทนราษฎร ๒. นายกรัฐมนตรี ๓. รัฐมนตรี ๔. สำนักงบประมาณ ท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๖๘ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ปฏิเสธไม่ได้ครับ ความรับผิดชอบในร่างฉบับนี้ เพราะ เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำก็คือให้หน่วยรับงบประมาณเสนอมา กลางน้ำก็คือกระทรวง ทบวงกรม รวบรวม ปลายน้ำก็คือส่งสำนักงบประมาณและส่งเข้าสู่สภาแห่งนี้ ไม่เหมือนกับงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ที่เพื่อนอภิปรายเมื่อสักครู่ครับ ที่มาจากรัฐบาลชุดเก่ามีบางส่วนมาแก้ไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นงบประมาณปี ๒๕๖๘ ให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาล ๑๔๒ ประเด็น คำนึงถึงวิสัยทัศน์ประเทศไทย ๘ ศูนย์กลาง ๖ ฐานราก และให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ แผนระดับชาติว่า ด้วยเรื่องความมั่นคง และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ท่านเห็นหรือไม่ครับว่ามันจะมี กรอบต่าง ๆ มากมายจะเป็นตัวกำหนดในเรื่องของงบประมาณ มิใช่ว่านายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะสามารถจัดสรรงบประมาณได้ตามใจชอบ ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมาย ระเบียบอื่น ๆ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ งบประมาณทั้งหมด ๓,๗๕๒,๗๐๐ ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ ก็คือเงินเดือน ค่าอื่น ๆ จิปาถะ เกือบหมดครับท่านประธาน ๒,๗๐๔,๕๗๔.๗ ล้านบาท เหลือไม่ถึงล้านครับ เป็นรายจ่ายลงทุนหรือว่างบลงทุนครับ ท่านประธาน นี่คือก้อนกลม ๆ ที่รัฐบาล หน่วยงานของรัฐจะไปดำเนินการก็คือ ๙๐๘,๒๒๔ ล้านบาท ต้องไปชำระเงินกู้อีก ๑๕๐,๑๐๐ ล้านบาท ดูตัวเลขแล้วครับ ท่านประธานมันรู้สึกเสียวไส้ครับ เพราะฉะนั้นงบประมาณรายได้รายจ่ายแบบนี้ ถ้าเป็น บริษัทเอกชน เจ๊งครับท่านประธาน เพราะงบมันไม่สมดุล ต้องกู้เพิ่มอีก ๘๖๕,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อมาปิดรูรั่ว แล้วจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สส. สว. กรรมาธิการ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนถาม เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี ไปแก้ไขเพิ่มเติม แปรญัตติได้หรือไม่ ผมตอบได้เลยว่าไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๔ กำหนดไว้ ชัดเจน ห้ามแปรญัตติหรือกระทำการใด ๆ อย่างนั้นฝากไปยังพี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังอยู่ ผมได้อภิปรายงบประมาณประจำปีในวาระที่ ๑ ทุกครั้งครับท่านประธาน มีการตั้งข้อสังเกต ๒ ประเด็น ดังนี้ ๑. กระทรวงใหญ่ได้รับงบประมาณมากครับท่านประธาน แต่ส่งงบกำไรคืนน้อย แต่กระทรวงเล็ก ๆ และหน่วยงานเล็ก ๆ ของรัฐบาลได้รับงบประมาณน้อยนิด แต่ส่งรายได้ คืนคลังมาก ประมาณรายรับในปีนี้ครับท่านประธานเราไปดูตัวเลข เรามองแต่รายจ่าย แต่ไปดูรายรับว่ารัฐบาลจะรับจากส่วนไหนบ้าง ๑. ภาษีอากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ๓,๑๗๙,๙๒๙ ล้านบาท เฉพาะภาษีตัวเดียวครับท่านประธานเกือบเท่างบประมาณของประเทศ ลำดับที่ ๒ ก็คืองบการสิ่งของบริการ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่น่าสนใจครับท่านประธาน งบรัฐพาณิชย์ ฟังดูแบบนี้รัฐพาณิชย์คืออะไร คือหน่วยงานที่กระทรวงการคลังไปมีหุ้นส่วนด้วย หรือว่ากระทรวงการคลังไปถือหุ้นครับท่านประธาน ปรากฏว่ามีรายได้ ๑๗๖,๕๐๐ บาท ใน ๑๗๐,๐๐๐ ได้จากไหนมากที่สุดครับ กองสลาก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔. งบรายได้อื่น ๆ ๖๔,๗๐๖.๗ ล้านบาท รวมแล้วรายได้เข้ารัฐทั้งหมดครับท่านประธาน ๓,๔๕๔,๔๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้เรามองแต่นโยบายในการพัฒนาประเทศ ผมขอฝากครับ เพราะเรา เพื่อนสมาชิกมาจากต่างจังหวัด นายกรัฐมนตรีอย่าลืมรากหญ้า อย่าลืมพื้นฐานของประเทศ ก็คือภาคเกษตรกรรม ยังมีความสำคัญในเรื่องของพื้นฐาน เพราะวันนี้เรามีประชากรคนไทย ในภาคเกษตรทั้งหมด ๒๕ ล้านคนครับท่านประธาน คิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือเป็นแหล่ง รองรับตลาดแรงงานในภาคเกษตรให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นการดูแลสินค้าเกษตรให้เลยต้นทุน คำว่า เลยต้นทุนหมายถึงอะไร ต้นทุนเท่าไร ให้เพิ่มไปจากต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ปาล์ม ทุเรียน และผลไม้อื่น ๆ ให้เกินจากต้นทุนของเกษตรกร ถือว่าเป็นกำไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องทำใน ๓ ส่วน ภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม โดยภาพรวมนะครับ ทางเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลท่านรู้ไหมครับคืออะไร คือการฟื้นของภาวะ เศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณประจำปีคือหนึ่งในมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ผมขอยกตัวอย่างภาคใต้ให้เห็นชัด ๆ ครับท่านประธาน ในอดีตภาคใต้บ้านผมนะครับ สร้างรายได้ให้กับรัฐบาล ให้กับประเทศ ๑. ประมง เจ๊งแล้วครับ ๒. นากุ้ง เจ๊งแล้วครับ ๓. เหมืองแร่ เหลือแต่ซากแล้วครับ นี่คืออดีต แต่ปัจจุบันเจ๊งหมดแล้ว ครับ เพราะฉะนั้นย้อนหลังไปครับท่านประธานประมาณปี ๒๕๕๖ เกิดอะไรขึ้นครับ มีการ ปิดถนนที่ควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนั้นยางกิโลกรัมละ ๘๐ บาท เรียกร้องจากรัฐบาลให้ได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท แต่รัฐบาลบอกว่าให้ได้ ๙๕ บาท มีการประท้วงปิดถนนกันจนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ๑๐ ปี ตั้งแต่วันประท้วงที่ควนหนองหงษ์ ปี ๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๗ ปีนี้ ๑๐ ปีครับท่านประธาน ยาง ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ในสภานี้อภิปรายกันตลอด เพราะฉะนั้น เป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปีที่คนภาคใต้ชาวสวนยางความมั่งคั่งหายไป ๑๐ ปีครับท่านประธาน วันนี้ราคายางขยับขึ้น ๘๐ บาท โดยที่รัฐบาลไปปิดเส้นทางการเข้าออกของยางจากประเทศ เพื่อนบ้านที่ระนองและที่ด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี และมีการส่งเสริมในเรื่องของ อุตสาหกรรมรถยนต์ เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ๘๐ บาท บวกขึ้น ปาล์มน้ำมัน ท่านครับ มีคนเอาปาล์มน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ประเทศเพื่อนบ้านอินโดนีเซียมีการขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์และมีการลักลอบจนทำ ให้ราคาปาล์มขยับเหลือ ๓.๕๐ บาท นายกรัฐมนตรีก็เลยเรียกประชุมหามาตรการ เพราะฉะนั้นปาล์มน้ำมันต้องไปที่ ๗ บาท ราคาทุเรียนก็เช่นกันครับ วันนี้ทุเรียนเป็นสินค้า ส่งออกให้กับประเทศ ท่านนายกอย่าลืม สินค้าเหล่านี้คือต้นทุนในการผลิตของเกษตรกร วันไหนที่ตกต่ำ รัฐบาลเดือดร้อน วันไหนมีกำไร รัฐบาลมีรายได้เพิ่ม เพราะฉะนั้นท่านอย่าลืม และสิ่งที่สำคัญครับ โครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ อย่าลืมนะครับ Megaproject เกิดขึ้น น้อยมาก เพราะฉะนั้นการสร้าง Megaproject ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก หรือกรุงเทพมหานครจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจตัวหลักให้กับประเทศและ รัฐบาล ผมเองนะครับ อยากจะพาดพิงไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ท่านประธานครับ ปรากฏว่ากระทรวงมหาดไทยเปิดแล้วตกใจครับ เงินหายไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณปี ๒๕๖๗ ๓๕๑,๕๙๖ ล้านบาท ชัด ๆ ครับ ๓๕๑,๐๐๐ แต่งบประมาณปี ๒๕๖๘ ๒๙๔,๘๖๓ ล้านบาทครับ มันหายไปเท่าไรครับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมรัฐมนตรี มท. ๑ ไม่โวยวายครับ เพราะอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าใจ ในระบบงบประมาณ โดยเฉพาะงบดุลของประเทศที่ลดลง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมี กฎหมายการกระจายอำนาจ ในการกระจายงบประมาณไปยังหน่วยงานท้องถิ่น สามารถ ขอตรงกับสำนักงบประมาณได้ แต่ด้วยภารกิจของกระทรวงมหาดไทย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ภารกิจภาพรวมโดยกว้างครับท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงใหญ่ เพราะฉะนั้นในรอบปีที่ผ่านมาไม่ว่า ๑. ปัญหายาเสพติด ๒. ปัญหาสถานบันเทิง ๓. การแก้หนี้ ๔. การทำตามนโยบายของรัฐบาลและดำริของนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีคงพิจารณางบกลางที่กันไว้ในปี ๒๕๖๘ สนับสนุนภารกิจของ กระทรวงมหาดไทยตามความเหมาะสม ผมเองนะครับไม่รู้จะช่วยอย่างไรหัวหน้าพรรค ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับ มท. ๑ อย่าน้อยใจครับท่านหัวหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีดูอยู่ผมอภิปราย ท่านคงไม่ใจดำครับ จัดสรรงบกลางไปให้กับกระทรวงมหาดไทยในอนาคตครับ ในส่วนของ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อว. ของท่านศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีผึ้งเข้ามาทำให้ อว. มีสีสัน บทบาทมากขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นปีนี้ได้ งบประมาณ ๑๓๒,๒๙๔.๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้นครับท่านประธาน ผมบอกแล้วครับ ทุกหน่วยงานเพิ่มหมดนอกจากมหาดไทย เพิ่มจาก ปี ๒๕๖๗ ๔,๙๕๔.๗ ล้านบาท แต่มีคน มาร้องเรียนผม บอกท่าน สส. เราไม่ได้รับความเป็นธรรม ๒ โครงการของ อว. ๒ โครงการ สำคัญถูกตัดงบประมาณจากไหนครับ จากคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้าสู่สภาแห่งนี้
โครงการที่ ๑ โครงการยุวชนอาสาครับท่านประธาน งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ที่ อว. ขอไปดำเนินการทั้งหมด ๖๐๐ โครงการ ขยายผลเชิงรุกมากกว่า ๖๐,๐๐๐ คน ครอบคลุม ๗๗ จังหวัด ๓๐๐ ล้านบาทที่ขอไป ตัดเหลือเท่าไรครับ ๑๙.๕ ล้านบาท ขอไป ๓๐ ล้านบาท เหลือ ๑๙ ล้านบาท นี่โครงการที่ ๑
โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา และพัฒนากำลังคนขั้นสูง ขอไป ๑,๔๕๐ ล้านบาท ถูกตัดเหลือ ๓๐๕.๓ ล้านบาท มันสลับกัน ขอ ๓๐๐ ได้ ๑๙ อันนี้ขอ ๑,๔๐๐ ได้ ๓๐๐ สลับกันนิดหนึ่ง ฝากสำนักงบประมาณ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณางบกลางที่เหมาะสมให้กับ อว. ด้วย
ในส่วนของกระทรวงแรงงานครับท่านประธาน ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี งบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ๖๗,๗๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๕,๖๒๓.๗ ล้านบาท ผมเห็นด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านพิพัฒน์ รัฐมนตรีแรงงานบอกว่าการทำให้แรงงานไทยหลุดพ้นจากคำว่า แรงงานขั้นต่ำ เป็นภารกิจของกระทรวง ท่านประธานครับ กระทรวงแรงงานมีผู้ใช้แรงงานในภาคแรงงาน ทั้งหมด ๒๔ ล้านคน ใกล้เคียงกับภาคเกษตรครับ แรงงานภายในประเทศและแรงงาน ที่ส่งออกต่างประเทศ สิ่งที่กระทรวงดำเนินการก็คือการเพิ่มทักษะให้กับแรงงาน ตัวอย่างที่ นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีแรงงานได้ทำพิธีลงนาม MOU ในวันที่ ๒๗ ที่จะถึงนี้ ในธุรกิจท่องเที่ยวสำราญทางน้ำที่จังหวัดภูเก็ต มันตอบโจทย์อะไรบ้างครับ ๑. การพัฒนา ฝีมือแรงงาน ๒. คนทำงานบนเรือได้มีงานทำ ๓. ช่างซ่อมบำรุงเรือยอร์ช นี่ก็คือการ สนับสนุนฝีมือแรงงานให้หลากหลายขึ้น เพิ่มทักษะ
สุดท้ายครับท่านประธาน กระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเพิ่มขึ้น ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ปัญหาในสังคมไทยมันซับซ้อนหลายมิติ หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด ไม่สามารถจะแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยมองว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา หลายยุคหลายสมัยยังไม่คืบหน้า ยังไม่ตอบโจทย์ ผลของการปฏิรูปการศึกษาต้องแก้ปัญหา ให้ทุกมิติมากกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นปัญหาการศึกษาของไทยมีอยู่ ๘ ข้อหลักที่เรารวบรวมได้ ๑. ความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษา ๒. ขาดแคลนครูที่มีคุณภาพและมีความ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ๓. หลักสูตรเน้นการท่องจำมากกว่าการคิดวิเคราะห์ ๔. หลักสูตร การศึกษาไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ๕. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่สูง สร้างหนี้ให้กับผู้ปกครอง ๖. โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาองค์ความรู้ที่ไม่ทันสมัย ๗. เด็กจบ แล้วไม่ตรงกับสายงาน ๘. โอกาสที่จบการศึกษาก่อนเวลาน้อย ทั้ง ๘ ปัญหาครับท่านประธาน สมาชิกพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นและมีมติให้แก้ปัญหา การศึกษาของประเทศไทย และปัญหาอื่น ๆ ประกอบเป็นนโยบาย เรียกว่านโยบายปฏิวัติ การศึกษาเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนจะลุกขึ้นมาอภิปราย สนับสนุนในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านนายกรัฐมนตรี ให้การสนับสนุนนโยบายปฏิวัติ ผมพูดไม่ผิด ปฏิวัติการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาประเทศในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ และจะมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย มาขยายความในรายละเอียด
สรุปครับท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ๓,๗๕๒,๗๐๐ ล้านบาท ผมสนับสนุนให้ผ่านในวาระที่ ๑ หวังว่าจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณ มากครับ