จุลพงศ์ สนับสนุนร่างประชามติ ก้าวไกล ชูประชาชนมีเสียงตัดสินใจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗

จุลพงศ์ อยู่เกษ อภิปรายถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกเสียงประชามติในฐานะกลไกเสริมสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและยึดมั่นหลักประชาธิปไตย โดยเน้นว่าแม้ประชาชนจะเลือกตัวแทนแล้ว ก็ควรได้มีโอกาสตัดสินใจในเรื่องสำคัญของชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมของเกณฑ์คะแนนเสียงสองชั้น (Double Majority) ที่อาจถูกใช้เพื่อยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้การจัดประชามติส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่จำกัดสิทธิประชาชนด้วยข้อกำหนดทางการเงินหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนร่างกฎหมายที่เร่งให้เกิดประชามติ แม้บางฉบับยังคงใช้ระบบคะแนนเสียงสองประเภทก็ตาม

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขทั้ง ๔ ฉบับแล้ว ผมเห็นว่า โดยเนื้อหาร่างแก้ไขทุกฉบับที่เสนอมาประมาณ ๙ ประเด็น ถึง ๑๐ ประเด็น ไม่แตกต่างกัน มากนัก ผมหวังว่าในที่สุดแล้วสภาแห่งนี้คงจะผ่านร่างวาระที่ ๑ ทั้ง ๔ ร่าง แต่มีบางเรื่องครับ ที่ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเพื่อความเข้าใจในหลักการของการทำประชามติ สำหรับผมแล้วในแง่การมีส่วนร่วมของประชาชนและทางการเมือง การออกเสียงประชามติ ของประชาชนนั้นมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ท่านประธานครับ มีประชาชนจำนวนมากอาจจะสงสัยว่าประชาชนเราเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาทำงานเปึนปากเสียงแล้ว ทำไมต้องทำประชามติให้ต้อง เสียเงินอีกครับ ทำไมไม่ให้ผู้แทนราษฎรตัดสินใจแทน ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ แนวความคิดสากลในการให้ประชาชนออกเสียงลงประชามตินั้นมีมากว่าร้อยป้แล้ว อยู่ภายใต้แนวความคิด ๓ ประการ

แนวความคิดประการแรก คือแนวความคิดการปกครองที่อำนาจอธิปไตย เปึนของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งแนวความคิดที่ส่งต่อกันมาส่วนใหญ่เพื่อให้มีการ ลงประชามติในการออกกฎหมายที่สำคัญ เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ

แนวความคิดที่ ๒ คือแนวความคิดเรื่องความชอบธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ การตัดสินใจทางการเมืองโดยผ่านการออกเสียง ประชามติของประชาชน ถูกมองว่าเปึนกระบวนการที่ก่อให้เกิดความชอบธรรมในการ ตัดสินใจในระดับสูงสุดของประเทศ ท่านประธานครับ พวกเราเปึน สส. เปึนเพียงตัวแทน ประชาชนที่เปึนเจ้าของประเทศ เราอย่าไปทึกทักเอาว่าเขาเลือกเราแล้วเขาจะไม่มีสิทธิ ที่จะตัดสินใจอะไรอีก เรื่องที่สำคัญระดับสูงสุดจึงควรให้เจ้าของประเทศเขาตัดสินใจด้วย เปัาหมายหลักในการจัดออกเสียงประชามติกรณีแบบนี้มักจะเปึนไปในเรื่องการปรึกษาหารือ เช่น กรณีอังกฤษลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรป หรือกรณีออสเตรเลียจัดลง ประชามติเพื่อออกจากประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ

แนวความคิดที่ ๓ คือแนวความคิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของ ประชาชน เราอย่าไปคิดว่าการทำประชามตินั้นจะต้องเปึนเรื่องระดับชาติเท่านั้น บางเรื่อง ที่กระทบกับการใช้ชีวิตความเปึนอยู่ประจำวันของคนในท้องถิ่นซึ่งเราดูว่าเหมือนเปึนเรื่อง เล็ก ๆ นะครับ ตัวอย่างเช่น บางประเทศในยุโรปการที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดิน รถเมล์ในมณฑลหรือรัฐหนึ่งยังต้องมีการออกเสียงประชามติในท้องถิ่นครับ เพราะเขาถือว่า กระทบกับความเปึนอยู่ชีวิตประจำวันของประชาชน และนั่นเปึนพื้นฐานที่ดีของระบอบ ประชาธิปไตยที่การออกเสียงประชามติอาจเกิดขึ้นได้แม้ในระดับท้องถิ่น และเปึนอิสระ จากการแทรกแซงของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น แต่หันกลับมาดูประเทศไทยครับ การออกเสียง ประชามติล่าสุดป้ ๒๕๕๙ ในความเห็นส่วนตัวแล้วผมคิดว่าแรงจูงใจในการออกเสียง ประชามติครั้งนั้นเปึนการซ่อนเร้นให้ดูเหมือนว่ามีการทำประชามติโดยสอบถาม ประชาชนแล้ว และที่น่าแปลกใจครับท่านประธาน คือการทำประชามติในตอนนั้น นับคะแนนเสียงโดยใช้ Single Majority แต่พอมาออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ หลังจากนั้นในสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน คะแนนที่ต้องการผ่านประชามติ กลับกลายเปึนต้องเปึนคะแนนเสียงแบบ ๒ ชั้น หรือ Double Majority เนื่องจากมีอยู่ ๑ ร่างของท่านสมาชิกที่ยังคง Double Majority ไว้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เรื่อง Double Majority สักเล็กน้อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการจะทราบ เหตุผลของการใช้ Double Majority ตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติฉบับปัจจุบันที่เสนอโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมได้ไปไล่อ่านรายงาน การประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติประชามติในช่วงป้ ๒๕๖๔ ว่ามีเหตุผลใดถึงมีการใช้ Double Majority ในมาตรา ๑๓ แต่เปึนที่น่าเสียดายไม่มี การถกเถียง ไม่มีการให้เหตุผลว่าเพราะอะไรถึงมีการใช้ Double Majority แต่มีความ พยายาม ซึ่งน่าชื่นชมมีความพยายามที่จะประนีประนอมโดยการเสนอให้ใช้ Single Majority ในบางประเด็น และ Double Majority ในบางประเด็น แต่ความคิดเช่นนั้น ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ผมจึงเห็นว่าการกำหนดการใช้ Double Majority ในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติฉบับปัจจุบันนั้นน่าจะมีบางคนมีเหตุจูงใจที่จะให้การออกเสียง ประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตผ่านได้ยาก ทีนี้มาดูนานาชาติครับเขาคิดอย่างไรในการออกเสียง ท่านประธานครับ คะแนนเสียงในการ ออกเสียงประชามติของประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ใช้ทั้งแบบ Single Majority และ Double Majority ขึ้นอยู่กับสภาพการปกครองของประเทศนั้น ๆ การออกเสียงแบบ Single Majority นั้นตรงไปตรงมาและชั้นเดียว ไม่ว่าจะเปึนการกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ หรือกึ่งหนึ่ง ของผู้มาลงคะแนน หรือคะแนนเสียงทั้งหมด ส่วนในประเทศแบบสหพันธรัฐ คือประเทศที่ ประกอบด้วยรัฐหลายรัฐ มักจะใช้การลงคะแนนเสียง Double Majority เพราะอะไรครับ เพราะเพื่อเปึนหลักประกันว่ารัฐขนาดใหญ่จะไม่ครอบงำรัฐเล็ก ๆ ในการตัดสินใจทั้งหมด ท่านประธานครับ การนับ Double Majority นั้น ไม่ได้มีแบบการใช้คะแนน ๒ ชั้น แบบมาตรา ๑๓ นะครับ การนับ Majority ของประเทศที่เกิดจากการรวมตัวของเขตแดน หลาย ๆ เขตเปึนสหพันธรัฐ เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประชามติ ที่ผ่านนอกจากจะต้องใช้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศที่มาลงคะแนนแล้ว ยังต้อง เปึนคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากจำนวนรัฐที่ประกอบเข้าเปึนประเทศด้วย นั่นคือที่มาของ Double Majority ที่เราไป Copy เขามาแล้วมาดัดแปลง เช่น การลงประชามติในประเทศ ออสเตรเลีย นอกจากจะต้องได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศที่มาใช้สิทธิแล้ว ยังต้องเปึนคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนของ ๔ รัฐ ในจำนวน ๕ รัฐ และ ๑ เขต ปกครองด้วย นั่นคือ Double Majority เขากำหนด Double Majority เช่นนี้ เพื่อปัองกัน ประชากรจำนวนมากครอบงำรัฐที่มีประชากรจำนวนน้อย คะแนนเสียงแบบ Double Majority จึงมีเหตุผลหลักมาจากการรวมตัวทางการปกครองของรัฐต่าง ๆ ขึ้นเปึนประเทศ ผมคิดว่าคงมีคนไทยบางคนอาจมาเห็นช่องทางทาง Double Majority จึงเอามาดัดแปลง ใช้กับประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราเปึนรัฐเดี่ยว ผมไม่เห็นความสำคัญ ในการที่จะต้องมีคะแนนเสียง หรือใช้คะแนนเสียง Double Majority นอกจาก มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง

อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ เงื่อนไขสำคัญในการนับคะแนนเสียง Double Majority คือประสิทธิภาพขององค์กรที่รับผิดชอบในการจัดออกเสียงประชามติ องค์กรที่รับผิดชอบต้องสร้างเงื่อนไขและมาตรการทุกอย่าง ในการส่งเสริมและสนับสนุน ประชาชนให้มาออกเสียงลงประชามติ ไม่ว่าจะเปึนการส่งเสริมกำหนดระเบียบที่ชัดเจน การส่งเสริมการออกเสียงนอกราชอาณาจักร การประชาสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งให้ประชาชน เห็นความสำคัญของการลงประชามติ หรือไม่ว่าจะเปึนการอำนวยความสะดวกในการ ลงคะแนน เช่น วันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. หรือการอำนวยความสะดวกในการเข้าชื่อ ของประชาชนในการตั้งคำถามในการทำประชามติ นอกจากนี้องค์กรที่จัดการออกเสียง ต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเปึนอุปสรรคในการออกเสียง เช่น ไม่กำหนดวันลงประชามติ ในวันทำงาน เรื่องเหล่านี้ครับท่านประธานเปึนเรื่องสำคัญ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนออกไป ลงประชามติ และเรื่องเหล่านี้จึงทำให้องค์กรที่มีหน้าที่ทำประชามติมีความสำคัญยิ่ง ผมขอเรียนท่านประธานครับ เมื่อหันกลับมามองประเทศไทยที่ กกต. มีอำนาจและหน้าที่ ในการจัดทำประชามติแล้ว ผมไม่คิดว่ากลไกของ กกต. ในปัจจุบันจะสนับสนุนการลงคะแนน แบบ Double Majority ผลงานการจัดเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของ กกต. ในตอนนี้เปึนอย่างไร บ้างครับ ท่านก็คงเห็นอยู่นะครับ

ขออนุญาตท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งวุฒิสภาแล้ว ผมขออนุญาต ท่านประธานออกนอกเรื่องนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าประเทศไทยคงเปึน ประเทศเดียวในโลกที่การเลือกตัวแทนประชาชนไปนั่งในสภาต้องเสียเงินถึงจะมีสิทธิ ไปลงคะแนนเลือก หากไม่มีเงินไม่มีสิทธิเลือก มันน่าอดสูในความคิดบิดเบือนสิทธิ ของประชาชน ของบุคคลที่คิดเรื่องนี้ในตอนนั้นครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเห็นว่าการตั้งคำถามในการทำประชามติ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเนื้อหาของตัวพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ตามที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลของผมจะอภิปรายต่อไปนะครับ

สุดท้ายครับ แม้จะมี ๑ ร่างที่ยังคง Double Majority ไว้ แต่เพื่อเร่งให้เกิด การออกเสียงประชามติโดยเร็ว ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. ออกเสียง ประชามติของพรรคก้าวไกล และร่างฉบับอื่น ๆ ทุกฉบับ ขอบคุณครับ