พิมพ์กาญจน์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ AI และการเรียนรู้ยุคใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบและแนวทางการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติในสังคมยุคใหม่ โดยหารือถึงความจำเป็นในการเตรียมการศึกษาไทยรับมือกับการเปลี่ยนแปลง พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดช่องว่างและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียน ท่านประธาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศที่ กำลังรับชมการทำงานของพวกเรา ซึ่งเป็นตัวแทนในการใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนพวกท่าน อยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๖ ผู้แทน ประชาชนจากเขตคลองสามวา พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุน การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการอยู่ร่วมกันของสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์ และโลกาอัตโนมัติ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของดิฉันได้อภิปรายไปมากแล้วในประเด็น ของประโยชน์และโทษที่จะเกิดขึ้นจากการที่โลกของเราเข้าสู่ยุคที่มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นระบบ Search Engine ที่เราใช้ในการค้นหา Website ต่าง ๆ ระบบควบคุมสายพานอัตโนมัติในร้านซูชิ การประมวลผลหน้า Feed TikTok ที่สามารถประเมิน Content ที่ผู้ใช้งานสามารถที่จะพอใจได้ เรียกได้ว่าตอนนี้การเติบโตของ ปัญญาประดิษฐ์ได้รุกคืบเข้ามาในชีวิตประจำวันของพวกเรา และพวกเราไม่สามารถปฏิเสธ มันได้อีกต่อไป แต่ว่าความพร้อมในการใช้ AI ในภาครัฐของพวกเรา ต้องเรียกว่ายังต้องการ การพัฒนาไปอีกมากเลยค่ะท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากสไลด์นี้ท่านจะ เห็นได้ว่าในหลาย ๆ ประเทศเลยที่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการนำ AI เข้ามาใช้งาน ในภาครัฐไปไกลแล้ว และบางประเทศก็เตรียมที่จะประกาศใช้กฎหมายในปี ๒๐๒๕ นี้แล้ว ด้วยซ้ำไป ในขณะที่ความพร้อมของประเทศไทยเรานั้นอยู่ในลำดับที่ ๖๐ และมีคะแนนดัชนี ความพร้อมไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป เรามาดูกันที่ประเด็นการศึกษาที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการ ใช้พัฒนาคน พัฒนาชาติกันบ้างนะคะ แน่นอนค่ะว่า AI จะมีประโยชน์อย่างมากในการเข้ามา เปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนและมีด้านดีมากมายที่จะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการ เรียนรู้และพัฒนาทักษะเฉพาะด้านของนักเรียน และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือเป็นเครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการช่วยลดภาระซ้ำซ้อนของคุณครู แต่ในทุกการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีสิ่งที่เราต้องเตรียมรับมือเช่นเดียวกัน ที่ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้บนสไลด์คือแผนปฏิบัติการ ด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทยที่บูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เอกสารฉบับนี้มีเนื้อหา ๒๕๑ หน้า แต่ว่ามีประโยคที่พูดเกี่ยวกับด้านการศึกษาโดยตรงเพียงแค่ ๒ บรรทัดเท่านั้นเองค่ะ เห็นได้ชัดเลยว่าความพร้อมของรัฐในประเด็นของการเตรียมการศึกษา ที่จะตอบรับกับโลกยุคใหม่ยังล่าช้าอยู่มากขนาดไหน ท่านประธานคะถ้าเป้าหมายของการศึกษา คือการที่เราต้องการจะพัฒนาให้มนุษยชาติมีความงอกงามทั้งในทางภูมิปัญญาและในทาง มนุษยธรรม ในวันที่เราเลี่ยง AI และ Platform Digital ไม่ได้อีกต่อไป บทบาทของการให้ ความรู้กำลังจะเปลี่ยนไป บุคลากรทางการศึกษาต้องเรียนรู้ที่จะก้าวทันโลก รู้จักใช้เทคโนโลยี ให้เป็นประโยชน์ เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งสอดแทรก ความรู้ใหม่ ๆ แล้วปรับมุมมองต่อการใช้เทคโนโลยี เราจะต้องเดินทางไปพร้อมกับเด็ก ๆ ของพวกเราในการเรียนรู้ และใช้ช่องทางเหล่านี้เป็นการเสาะหาความรู้ และใช้การคิดเชิง วิเคราะห์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเตรียมพร้อมกับปัญหา ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI จะมาพร้อมกับการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมจากการ เข้าถึงเทคโนโลยีไม่เท่ากัน ในโลกที่ความเท่าเทียมเป็นเป้าหมายและความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริง เด็กที่มีสถานะทางสังคมที่ดีกว่าย่อมจะมีโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าในด้านของ การเรียนรู้ ในขณะที่เด็กอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งพ่อแม่ของพวกเขามีรายได้น้อย เด็กกลุ่มนี้ต้องลุ้น ด้วยซ้ำว่าอาหารกลางวันของเขามื้อนี้จะถูกเบียดบังไปด้วยน้ำมือของผู้ใหญ่ที่ควรจะเป็นผู้ที่ ปกป้อง แล้วมอบความมั่นคงในทุกด้านให้พวกเขาหรือไม่ ท่านประธานคะ ในเรื่องของการ กระจุกตัว ในเรื่องของความเจริญโครงสร้างพื้นฐาน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และความ ไม่เท่าเทียมของประสบการณ์ทางการศึกษา อันเกิดจากการไม่สามารถครอบครองอุปกรณ์ ที่จะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ เป็นโจทย์สำคัญที่พวกเราในที่นี้จะต้องช่วยกัน และกรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้นนี้ดิฉันหวังเหลือเกินว่าสิ่งที่เราจะต้องทำกันในวันนี้ในฐานะผู้แทนราษฎร จึงควร เป็นการสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญที่จะศึกษาออกแบบนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ AI เข้ามาช่วยให้พวกเราสามารถไปถึงเป้าหมายทางการศึกษา โดยที่ระหว่างทางนั้นเราจะมี การบูรณาการร่วมกันระหว่างหลายสาขาอาชีพ เพื่อให้พวกเราสามารถค้นหาคำตอบที่ แท้จริงว่าเราจะสามารถใช้ AI ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างไร เราจะป้องกัน ความผิดพลาดและอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมันจะทำให้เราสามารถที่จะ ใช้ AI ไปสู่จุดเป้าหมายที่เราไม่เคยไปถึงได้อย่างไร ดิฉันขอจบการอภิปรายของดิฉันไว้เพียง เท่านี้ ขอบคุณค่ะ