ภาคภูมิ บูลย์ประมุข หารือสถานการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยจากความขัดแย้งในพม่าที่ไหลเข้ามายังจังหวัดตาก โดยเฉพาะในพื้นที่ศูนย์พักพิง 3 แห่งที่มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกร้องให้รัฐและองค์กรระหว่างประเทศเร่งผลักดันการส่งต่อไปยังประเทศที่สามอย่างมีระบบ พร้อมเสนอแนวทางสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและจัดระเบียบการช่วยเหลือเพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ๙ แห่งในประเทศไทยและผู้หนีภัยจากสงครามสู้รบตามแนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งสาเหตุ ที่ผมต้องลุกขึ้นอภิปราย เนื่องจากว่าจังหวัดผมคือจังหวัดตากเป็นแนวพื้นที่ชายแดนติด ประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาเป็นระยะทางยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร มีการสู้รบตามแนว ชายแดนบ่อยครั้ง แล้วเป็นสถานที่ตั้งของพื้นที่พักพิงผู้หนีภัยจากการสู้รบประเทศเมียนมา หรือ ผภร. จำนวน ๓ แห่งด้วยกัน มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงนั้นเกือบ ๕๐,๐๐๐ คน จาก ๗๐,๐๐๐ คน อยู่ที่จังหวัดตากแล้ว ๕๐,๐๐๐ คน ค่อนของผู้ลี้ภัยทั้งหมด ที่ผ่านมา มีทั้งปัญหา มีทั้งข้อเสนอแนะ มีทั้งเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดตาก โดยเฉพาะในเรื่องของ ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ผมขอแยกเป็น ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือผู้หนีภัยจากการสู้รบจากประเทศเมียนมาหรือ ผภร. ทั้งทั่วประเทศ มีการตั้งไว้ทั้งหมด ๙ แห่ง ศูนย์พักพิงชั่วคราว ๙ แห่ง จังหวัดตากมี ๓ แห่ง มีที่ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีที่บ้านอุ้มเปี้ยม อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีที่บ้านนุโพ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ๓ แห่งนี้มีคนอยู่ทั้งหมด ๔๙,๐๐๐ คน ซึ่งตำบลแม่หละใหญ่สุด ในประเทศไทยอย่างที่ผมบอก ที่ผ่านมามีการก่อตั้งของจังหวัดตากเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ แต่การอพยพของคนพม่าเข้ามาประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๒๗ นี่ก็ปาไป ๔๐ ปีแล้ว เรามีการตั้งศูนย์ได้อยู่ประมาณสัก ๒๐ กว่าปี ที่ผ่านมาก็มีการหมุนเวียนเข้าออก ของคนประเทศเมียนมา มีทั้งการส่งตัวไปที่ประเทศที่สาม ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา เกือบ ๖๐,๐๐๐ คนในระยะเวลาหลายปี มีผลักดันกลับประเทศเมียนมา เชื่อไหมครับท่านประธานที่ผ่านมาไปอยู่แค่ ๘๖๓ คน คนเป็นแสนกลับพม่าแค่ ๘๐๐ กว่าคน ไปประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรปอยู่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ตอนนี้ที่เราดำเนินการผลักดัน กลับไปยังประเทศเมียนมาแค่ ๒๓๖ คน ตอนนี้ประชากรอยู่ที่ศูนย์พักพิงแม่หละ ศูนย์พักพิง นุโพ ศูนย์พักพิงอุ้มเปี้ยม ทั้งหมดเกือบ ๕๐,๐๐๐ คนรอการจัดการอยู่ ซึ่งก็ได้ข่าวดีว่า UNHCR ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลคู่กับ IOM ของศูนย์พักพิงต่าง ๆ แล้วก็มี NGO อีก ๑๐ องค์กร พยายามจะมีการผลักดันไปยังประเทศที่สาม ในเร็ว ๆ นี้ ผมก็อยากจะฟังข่าวดี เพราะว่าหลายคนที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่ย้ายไปมีภูมิลำเนาอยู่ประเทศที่สามค่อนข้างที่จะไป แล้วมีความสุข พี่น้องที่อยู่ฝั่งไทยอยู่ฝั่งเมียนมาก็ได้รับประโยชน์ มีฐานะดีขึ้น มีอาชีพการงาน ที่มั่นคง ถ้าพวกเขาเหล่านี้ได้ไปก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ระหว่างที่ยังไม่ไปปัญหาที่มันเกิดขึ้น ของจังหวัดตาก ที่ผ่านมาเมื่อ ๒ ปีที่แล้วท่านจะได้ทราบว่ามีการก่อจลาจลในศูนย์พักพิง แม่หละ Camp หลาย ๆ ฝ่ายก็เกิดมาจากการเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่ มีการเอารัดเอาเปรียบ แต่จริง ๆ แล้วมีเรื่องเยอะกว่านั้นครับ มีขบวนการก่อตัว มีขบวนการของฝั่งชาวพม่าเข้ามา ร่วมด้วย มีขบวนการภายในกันเองที่จะเลื่อยขาเก้าอี้กันเองเยอะแยะครับ แต่ข่าวก็ออกมาว่า มีการเรื่องนี้ แต่ผมยืนยันว่าชาวบ้านแถวนั้นไม่ค่อยกังวลใจเรื่องนี้ ชาวบ้านแถวนั้นจะกังวล ใจเรื่องเดียว คือรัฐของไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญคนพื้นที่พักพิงมากกว่า ผมยอมรับในเรื่องหลักมนุษยธรรม แต่ว่าการที่คุณจะให้พวกเขาเหล่านั้น หมู่บ้านคนไทย ต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบศูนย์ต่าง ๆ ทั้ง ๓ ศูนย์อยู่ได้คุณต้องให้ความสำคัญกับเขาด้วย โดยเฉพาะ หน่วยงาน NGO ทั้งหลาย หน่วยงานขององค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่า UNHCR หรือ IOM ควรจะไปสนับสนุนกิจกรรมของเขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงเรียน สร้างกลุ่มต่าง ๆ จัดกีฬาจัดอะไร สนับสนุนงบประมาณให้เขาไปใช้ในหมู่บ้าน ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าเขาเหล่านั้นก็เสียสละให้คนต่างประเทศมาอยู่ตั้งนานแล้วน่าจะได้รับการตอบแทน นี้บ้าง ที่ผ่านมาก็มีแต่ถือว่าน้อยมาก ส่วนกลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มผู้หนีภัยความสงบชาวเมียนมา หรือว่า ผภสม. ที่ผ่านมาก็มีการเข้าออกตลอดเพราะเนื่องจากสถานการณ์ชายแดนของ ประเทศเมียนมาสู้รบมีอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ยังสู้รบอยู่ โดยเฉพาะชายแดนของจังหวัดตาก ๕ อำเภอชายแดน ตั้งแต่อุ้มผาง พบพระ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง ก็ยังสู้รบอยู่ ก็มี ชาวเมียนมาที่หนีการสู้รบมาอยู่ฝั่งไทยหลายต่อหลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วเกือบหมื่นคนอพยพมา หลายรอบ ทางจังหวัดตากโดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก องค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนพี่น้องก็ให้ความช่วยเหลือตามมนุษยธรรม อย่างเต็มที่ องค์กรภาค NGO ก็เข้ามาช่วยกันเต็มที่ แล้วส่วนใหญ่จะมีการบริจาคของ อะไรต่าง ๆ อย่างมากมาย ซึ่งผมว่ามันเป็นการจัดการที่ไม่เป็นระบบ ผมอยากจะให้ หน่วยงานความมั่นคงซึ่งผมทราบว่าก็มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง จัดมาตรการที่มันเป็น ระเบียบรูปแบบมากกว่านี้ เช่น มอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ อาจจะ เป็นจังหวัดหรือความมั่นคงฝ่ายทหารก็ได้ มอบหมายทุนสนับสนุนมายังองค์กรปกครอง ท้องถิ่นที่มีประวัติการการเข้าออกของผู้อพยพมาเป็นการชั่วคราว ตั้งงบเป็นพิเศษไว้ หรือ ท่านอาจจะสนับสนุนไปที่หน่วยงานกาชาดซึ่งเป็นหน่วยงานหลักอยู่แล้วของจังหวัดตาก ที่คอยสนับสนุนงบประมาณ จัดให้เป็นระบบในการเข้าออกทุกครั้ง ผมยืนยันว่าชาวบ้านไทย ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไร เพราะว่ามีศูนย์ชัดเจนที่กักไว้ชัดเจน ในการเข้าออกระบบชัดเจน คนที่ จะไปบริจาคของก็ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ โดยระบบของพื้นที่เขาทำเป็นปกติ แต่ระบบ ข้างนอกอาจจะดูว่ามันวุ่นวาย แต่ผมยืนยันว่าชาวบ้านไม่ได้เดือดร้อนมากเท่าไร แต่ผม สงสารผู้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่คุณต้องรับผิดชอบ ท่านต้องคิดดูว่าต้องมาตรวจโรค ต้องมากักกัน ต้องมาห้าม ต้องมาเข้าเวรอยู่เวร ซึ่งเหล่านี้แม้กระทั่งเบี้ยเลี้ยงเขาก็ยังไม่ได้เลยครับ ก็อยาก ให้จัดการเป็นระบบ เพราะอย่างไรผมก็เชื่อว่าการสู้รบของประเทศเมียนมานี้ ผมว่าไม่ต่ำกว่า ๕ ปีก็ยังไม่สงบ อย่างไรท่านต้องเตรียมการเรื่องนี้ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะ เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติน่าจะเป็นหน่วยงานหลักที่ท่านจะต้องมาจัดระบบในเรื่องผู้หนีภัย จากประเทศเมียนมา โดยญัตตินี้ผมเห็นด้วยที่จะมีการศึกษา ไม่ว่าท่านจะไปตั้งคณะกรรมาธิการ หรือไม่ว่าท่านจะไปมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือกรรมาธิการหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ผมสนับสนุนญัตตินี้ครับ ขอบคุณครับ