นนท์ เสนอแนวทางแก้เผาในเกษตร หนุนรัฐสนับสนุนไถกลบ-สร้างมูลค่าวัสดุเหลือใช้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗

นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ หารือปัญหาการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมเสนอให้รัฐสนับสนุนเกษตรกรที่ร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการไถกลบตอซัง ทั้งในด้านต้นทุน การรับซื้อผลผลิต และการเข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักร ทุนหมุนเวียน รวมถึงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และสร้างตลาด เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าและลดปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดนนทบุรี พื้นที่บางบัวทอง ไทรน้อย ก่อนอื่นก็ต้องขอยินดีกับพี่น้อง ประชาชนชาวไทยมาก ๆ ที่ผู้บริหารของประเทศเรามีความตื่นรู้ในเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชนที่จะได้รับโอกาสที่ดีในการดำรงชีวิตประจำวัน จึงเกิดเป็นการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดขึ้นมา ที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันทั้งหมด ๗ ร่างด้วยกัน พรรคก้าวไกลก็คือหนึ่งในผู้ยื่นนะครับ คือ สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ นะครับ ในจังหวัดนนทบุรี พื้นที่บางบัวทอง ไทรน้อย ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และยังถือเป็นจังหวัดที่มีจุด Hotspot แจ้งเตือนเรื่องการลักลอบเผา ผมเห็นด้วยแล้วก็พร้อมสนับสนุนในหลักการแต่มีความกังวล ถึงความทุกข์ร้อนใจของพี่น้องเกษตรกรผู้ทำนา เมื่อไม่นานมานี้ตัวผมเองมีโอกาสได้ไป ร่วมงานในพื้นที่อำเภอไทรน้อยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี ภายใต้นโยบาย Kick Off ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม หัวใจหลักของงานนี้นะครับ คือการรณรงค์ในเรื่องของลดการเผาหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ที่เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจที่อาจคร่าชีวิตของมนุษย์ได้โดยหน่วยงานที่เป็น เจ้าภาพในการถ่ายทอดนโยบายความรู้ก็คือกรมพัฒนาที่ดิน หลายท่านในที่นี้อาจจะยัง ไม่เข้าใจความหมายของการไถกลบตอซัง ผมขออธิบายสั้น ๆ เพื่อให้ผู้รับฟังอภิปรายจะได้ เข้าใจเนื้อหา การไถกลบตอซังคือกระบวนการงดการเผาภายหลังการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นโดย การปล่อยน้ำเข้าไปในนาในระดับน้ำที่ท่วมวัสดุที่เราจะหมักไว้เพื่อให้ตอซังมันเกิด การย่อยสลายเองแล้วก็ทำเพื่อเตรียมแปลงพร้อมที่ปลูกข้าวในกระบวนการต่อไป เสร็จสิ้น ทั้งหมดกระบวนการไม่เกิน ๓๐ วัน ท่านประธานครับ นโยบายและหลักวิชาการถือว่า ยอดเยี่ยม แต่เราทำแบบนี้มาหลายปีติดต่อกันแล้วนะครับ ทำไมกลับไม่ได้รับความนิยมจาก กลุ่มเกษตรกรชาวนา เพราะอะไรรู้ไหมครับ ชาวนาบอกกับผมว่าวิธีที่ภาครัฐแนะนำมาเขา พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและปฏิบัติตาม หากภาครัฐดูแลในส่วนของต้นทุนที่สูงขึ้นให้กับ ชาวนาและรับประกันการเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจจะหายไป ๑ รอบฤดูเก็บเกี่ยว หากทำตามที่ ภาครัฐนำเสนอ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเอง พื้นที่นาในอำเภอบางบัวทอง แล้วในอำเภอ ไทรน้อยล้วนแล้วแต่เป็นนาปรัง บางพื้นที่สามารถทำนาได้ ๓ รอบเพาะปลูกลองคิดดูครับว่า หากบ้านไหนมีนาเช่า นาแปลงใหญ่ แล้วจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐโดยไม่ได้รับ การเยียวยา ช่วยเหลือ โอบอุ้มเขาในระยะแรก เขาจะต้องสูญเสียรายได้ไป ๑ รอบการผลิตซึ่ง เป็นเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อพื้นที่การทำนา ชาวนาบางท่านบอกกับผมว่าเขาลอง ปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐแล้ว โดยหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ได้ทำการจ้างรถมาเก็บฟางอัดก้อน แต่จะทำอย่างไรครับ ในเมื่อฟางเหล่านั้นไม่สามารถขายได้ไม่มีคนรับซื้อ ต้องนำมากองทิ้งไว้ที่ ริมคันนาเพื่อให้มันย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติไปเป็นดิน ชาวนาทุกข์ระทมนะครับ ทำไม คนทำนาจะต้องมีน้ำตาแห่งความยากลำบากตลอดเวลา ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบไว้ รองรับพวกเขาเลย มันจึงเกิดการลักลอบเผาอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากยังมีความเชื่อว่า กระบวนการเผาจะทำให้ผลผลิตออกมาดี และใช้ระยะเวลารอบการเพาะปลูกอย่างรวดเร็ว เห็นไหมครับ สิ่งที่ชาวนาได้รับผลกระทบจากนโยบายของท่าน ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอโอกาสพูด ถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลที่จะช่วยเสนอให้พี่น้องเกษตรกรได้ให้ความร่วมมือในการลดฝุ่น PM2.5 เป็นตัวดึงดูด ซึ่งจะเป็นการช่วยสุขภาพของพี่น้องประชาชนผ่านไปยังรัฐบาลดังนี้

๑. เปลี่ยนเกษตรแบบเผาให้เป็นเกษตรที่ใช้เครื่องจักร ท่านนำเทคโนโลยี มาสิครับ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยเหลือเขา ไม่ใช่ไปบอกให้เขาทำตามนโยบายท่าน แล้วเขาต้องไปดิ้นรนหากันเอาเอง ควักเงินจากกระเป๋าตัวเอง แล้วใครจะไปทำครับ

๒. เปลี่ยนขยะที่ต้องเผาเป็นเงินในกระเป๋าเกษตรกร ท่านมีนโยบายมารองรับ การแปรรูปเขาสิครับ ท่านลงทุนในเรื่องการต่อยอดให้เป็นสินค้าชุมชนสิครับในเรื่องของฟาง หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ และอย่างสุดท้ายคือหาตลาดรองรับให้เขาด้วย มันจะได้ครบจบ กระบวน

๓. ทุนสร้างตัว ๑๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท สร้างให้ผู้ประกอบการ แปรรูปวัสดุการเกษตร เขาจะได้มีทุนไปคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ไปต่อยอดเพื่อนำวัสดุ เหลือใช้หลังเก็บเกี่ยวไปเป็นสินค้าหรือไปทำเป็นอาหารสัตว์ก็ว่าไป

๔. ให้รับรองมาตรฐาน GMP เกษตรอินทรีย์ ส่งสินค้าดีไปทั่วโลก ก็คือทำให้ เขาฟรีครับ เพื่อจูงใจให้เขาเข้ามาร่วมกับเรา ให้เขาอยากมาเป็นเกษตรที่ไม่ต้องเผาอีกต่อไป เราตระหนักดีว่าการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำได้ทันที เป็นนโยบาย แบบ Quick Win แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญในการแก้ปัญหา PM2.5 คือการตระหนักถึงปัญหา ที่จัดสรรงบประมาณลงไปในการแก้ไขปัญหา บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หลายประเทศที่พัฒนาแล้วแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้นได้ เราเชื่อว่าถ้าเรามีรัฐบาลที่ดีปัญหานี้ก็จะ ดีขึ้นได้เช่นกัน ขอบพระคุณครับท่านประธาน