วุฒิพงศ์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด รับมือวิกฤตมลพิษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗

วุฒิพงศ์ ทองเหลา ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการอากาศสะอาด โดยแสดงจุดยืนสนับสนุนกฎหมายดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ ทั้งเสนอแนวทางจากประสบการณ์ต่างประเทศ เน้นการแบ่งกลุ่มแหล่งกำเนิดมลพิษและการควบคุมอุตสาหกรรมหนักที่อาจย้ายเข้ามาในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้เร่งพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนากล้า ขอร่วม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการอากาศสะอาด พ.ศ. .... ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งก่อนอื่น ผมต้องเรียนว่าทั้งผมเองและพรรคชาติพัฒนากล้าขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เนื่องจากอากาศสะอาดเป็นสิทธิโดย พื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับโดยที่ไม่ต้องเรียกร้อง ด้วยสถานการณ์หมอกควันและมลพิษ ทางอากาศที่ทวีความรุนแรงในปัจจุบัน ตามมาตรา ๔๗ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการดูแลหรือ บริการในเรื่องของสุขภาพ สาธารณสุขของรัฐและมีสิทธิได้รับการป้องกันขจัดโรคและ อันตรายจากรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับการกำหนดให้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลในสิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชนที่ควรได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมขอเข้าเรื่องในส่วนที่มาของ ผลกระทบหรือแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในประเทศไทยจากสถานการณ์หมอกควันและ มลพิษทางอากาศเพื่ออภิปรายให้เห็นภาพครับท่านประธาน ในเรื่องของแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลกระทบทางอากาศที่เราพยายามอภิปรายกันมาจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยผม ขออนุญาตให้ดูตามสไลด์ที่หนึ่ง จากภาพเราจะเห็นว่านี่คือประเทศจีนที่มีปัญหาเรื่องมลพิษ ติดอันดับสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ภาพด้านซ้ายและภาพขวาแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิงโดยมีนัยสำคัญ เมื่อได้เห็นภาพนี้ในฐานะที่ผมเคยทำงานด้านการวิเคราะห์ ระบบ หรือ System Engineer ผมเกิดความสงสัยว่าเขาทำอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร แล้วมี การวางแผนและติดตามอย่างไร แต่ทราบได้ทันทีเลยครับท่านประธานว่ามันไม่ง่ายที่จะสร้าง นโยบายและเอาไปปฏิบัติจริงได้แบบนี้ เมื่อลองคลี่เข้าไปดูไส้ในจะพบว่าประเทศจีนลงมือ ทำมาไม่ต่ำกว่า ๕ ปี ในขณะที่วันนี้เราเพิ่งเริ่ม ความสำคัญในเรื่องของมลพิษทางอากาศ ผลลัพธ์จึงปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศจีนแล้ว ซึ่งในช่วงตั้งแต่ปี ๒๐๑๓- ๒๐๑๖ ประเทศจีนความหนาแน่นของ PM2.5 มีการลดลงในแต่ละมณฑลอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีดัชนีชี้วัด ตัวอย่างเช่น เหอเป่ยลดลง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ หรือมณฑลเซี่ยงไฮ้ที่ลดลง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปลายปีที่แล้วผมเดินทางไปที่มณฑลเซี่ยงไฮ้ แล้วก็เห็นตามนั้นจริง ๆ ในภาพก่อนหน้านั้นจริง ๆ เพื่อให้เป็นการไม่ลองผิดลองถูกผมจึงแอบไปลอกการบ้าน ในกระบวนการแก้ปัญหาในประเทศจีนในเรื่องของมลพิษทางอากาศไม่เพียงเพราะ PM2.5 หรือ PM10 แต่ยังหมายรวมถึงค่าของ AQI หรือที่เราทราบดีว่าเป็นเรื่องของ Air Quality Index ที่เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศในแต่ละประเทศนะครับ ผมขอยกตัวอย่างคำพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ในช่วงโควิดที่ผ่านมาคือคำว่า Cluster แน่นอนว่า เมื่อเราทราบ Cluster เราจะรู้ว่า ใครเป็นผู้ดูแล กระทรวง ทบวง กรมไหน เช่น Cluster ของยานพาหนะ Cluster ของไฟป่า Cluster ของอุตสาหกรรม Cluster ของการก่อสร้างหรือแม้กระทั่ง Cluster ของโรงงาน ไฟฟ้าที่มีการใช้งาน แต่ว่าในบางประเทศมีการยกเลิกแล้ว หรือแม้กระทั่งเตาหลอมที่ บางประเทศไม่อนุญาตให้ใช้ คร่าว ๆ นะครับ ประเทศจีนแบ่งแหล่งกำเนิดเป็น Cluster ทางมลพิษ เมื่อทราบแหล่งกำเนิดอย่างที่เรียนนะครับว่ามาตรการต่าง ๆ ที่จะมีแต่ละ กระทรวงเข้าไปกำกับดูแลก็จะส่งเสริมออกมาเป็นนโยบาย ในส่วนนี้เป็น Cluster หนึ่งที่เป็น ตัวอย่างที่ประเทศจีนมีการผลักดันส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า ๕ ปีแล้ว ภาพด้านซ้ายมือ ทะเบียนเป็นสีเขียวไล่เฉดสีเป็นสีขาวซึ่ง Sensor ป้ายทะเบียนแล้วนะครับ ส่วนภาพทางด้านขวามือเป็นป้ายทะเบียนสีน้ำเงิน เป็นรถนั่งส่วนบุคคลในประเทศจีน ซึ่งป้ายทางด้านซ้ายมือจะเป็นรถไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาด EV ล้วน ส่วนป้ายสีน้ำเงินจะเป็น ป้ายเครื่องยนต์สันดาปที่ยังใช้น้ำมันอยู่ หรือเป็น Hybrid ซึ่งจะเห็นว่าประเทศจีนมีการส่งเสริมในเรื่องนี้นะครับ ก็คือในรถยนต์ส่วนบุคคลที่เป็น รถไฟฟ้านั้นภาครัฐสนับสนุนให้มีการออกทะเบียนรถฟรี โดยปกติแล้วรถนั่งส่วนบุคคลของ ประเทศจีนจะมีค่าออกป้ายทะเบียนค่อนข้างสูง ถ้าคำนวณเป็นเงินก็คือประมาณ ๓๐,๐๐๐ หยวน หรือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ใช่เฉพาะการซื้อรถ เขายังต้องชำระ ในส่วนนี้ แต่รัฐส่งเสริมในเรื่องของป้ายทะเบียนฟรี ก็มีการผลักดันแล้วใช้จริง จนปัจจุบัน รถไฟฟ้า หรือรถ EV ในประเทศจีนมีใช้ค่อนข้างสูง แล้วก็เป็นการลดเรื่องของมลพิษในส่วน Cluster ของพาหนะ แล้วขอยกตัวอย่างอีกสัก Cluster หนึ่งครับท่านประธานซึ่งเป็น Cluster สุดท้าย ซึ่งถ้าผมไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยก็คงไม่ได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมาประเทศจีน ยกเลิกอุตสาหกรรมในประเทศในกลุ่มสำคัญอย่างมีนัยครับ เพราะประเทศจีนทราบและ ตระหนักดีว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวได้สร้างมลพิษและควบคุมไม่ได้ การสร้างผลกระทบมาก เกินไปที่จะอนุญาตให้มีได้ในประเทศ ซึ่งบางประเทศใน EU ก็ยกเลิกในส่วนนี้เช่นกัน แต่เขา มีการ Action และดำเนินการมาก่อนประเทศเรา มากกว่า ๕ ปีแล้ว

ในส่วนแรกที่ผมจะพูดถึงคืออุตสาหกรรมที่เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประเทศจีน ยกเลิกเกือบหมดแล้วครับ แทบไม่เหลือเลย ใช้พลังงานเขื่อน ใช้พลังงานเรื่องของแสงอาทิตย์ พลังงานคลื่น พลังงานลม ส่วนต่อมาคือเรื่องของบ่อขยะอุตสาหกรรมหรือบ่อขยะที่เป็น ครัวเรือน ซึ่งประเทศจีนไม่มีให้ตั้งบ่อขยะในลักษณะ Landfill หรือเป็นกองภูเขา แล้วก็ ส่งผลกระทบในเรื่องของชั้นบรรยากาศโลก การสร้างสภาวะเรือนกระจกลดลง ไม่เฉพาะตัว PM2.5 และ PM10 ส่วนต่อมาคือโรงหลอมในลักษณะหม้อ IF หรือที่ทราบดีว่าเป็นเตาหลอม โดยที่ไม่มีการใช้การ Arc หรือเป็นประเภทของการหลอมที่ลักษณะใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอันตราย ต่อสุขภาพอย่างมาก ซึ่งประเทศจีนก็ยกเลิกไป แต่ในการยกเลิกของประเทศจีนถือว่าเป็นข่าวดี หรือข่าวร้ายไม่ทราบที่ทำให้โรงงานเหล่านี้ที่ผมพูดมาทั้งหมดเดินทางมาประเทศไทยตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันอุตสาหกรรมที่มีการยกเลิกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นบ่อฝังกลบ โรงไฟฟ้าถ่าน หินแม้แต่ว่าโรงหลอมวัสดุเหลือใช้ทางมลพิษที่สร้างมลพิษอย่างรุนแรงเดินทางมาประกอบ กิจการในประเทศไทยเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เลือดตกค้าง ทั้งดินและทั้งน้ำ ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นอย่างมาก

สุดท้ายครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก หลังยุติภาคอุตสาหกรรม ในประเทศจีนที่ส่งผลต่อผลกระทบทางด้านอากาศ ประเทศไทยอ้าแขนรับเข้ามาทั้งหมดเลย จึงเป็นเรื่องดีหากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ รวมถึงอุตสาหกรรมมลพิษที่ผมได้กล่าวไป ภาครัฐ จะไม่ต้องตามควบคุมและต้องเสียงบประมาณในการตามแก้ไขปัญหาในระยะยาว ผมจึง ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการอากาศสะอาด พ.ศ. .... ให้เกิดขึ้น ในประเทศไทยโดยเร็ว เพื่อประชาชนจะไม่ต้องเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในเรื่องของอากาศ บริสุทธิ์ที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ ขอบคุณครับท่านประธาน