เกชา ชี้ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากหลายแหล่ง พร้อมเสนอแก้แบบองค์รวม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗

เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ หารือปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งไฟป่า การเผาในภาคเกษตร ยานพาหนะ การก่อสร้าง และมลพิษข้ามพรมแดน พร้อมเสนอมาตรการแก้ไขเร่งด่วน เช่น การส่งเสริมใช้เครื่องจักรแทนการเผา การปรับปรุงมาตรฐานยานพาหนะสู่ยูโร 5 การเปลี่ยนผู้รับผิดชอบการตรวจรถควันดำ และการผลักดันร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด รวมถึงการพัฒนาเมืองให้สอดรับกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสะอาดเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าพ่อแม่พี่น้องของเรานั้น รวมทั้ง ประชาชนที่อยู่ในประเทศไทยของเราจำนวนไม่น้อยที่มีอาการเจ็บป่วยจากโรคทางเดิน หายใจ ส่วนหนึ่งเกิดจากการสูดเอาฝุ่น PM2.5 ที่มีค่ามาตรฐานเกินเข้าไป ซึ่งปัจจุบันนั้น ปลิวว่อนอยู่เต็มไปหมด เราคงอยู่เฉยกันไม่ได้นะครับ เราจะต้องมาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน ในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ สาเหตุหลัก ๆ ก็มีเพียงไม่กี่สาเหตุ

เรื่องที่ ๑ ก็คือ เรื่องไฟไหม้ป่า ไฟไหม้ป่าเกิดจากการที่เกิดจากธรรมชาติ ในฤดูแล้ง กิ่งไม้ ต้นไม้เสียดสีกันเองมันก็เกิด อันนี้ไปได้โดยถือว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าเผาป่าเพื่อจะล่าสัตว์ หาของป่าเพื่อให้เห็ดขึ้น เพื่อให้หญ้าหวาน ผักหวานขึ้นมาจะได้เก็บผักเหล่านี้ได้ และยังเผาขยะในครัวเรือนอีกที่อยู่ในบริเวณบ้าน อันนี้ เราก็ต้องควรจะแก้ไขโดยการที่ฝังกลบหรือให้จัดการเรื่องขยะเปียก

เรื่องที่ ๒ เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย ที่ใช้ตั้งแต่ถ่านหินลิกไนต์ น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันทดแทน โรงงานเหล่านี้ อาจจะอยู่ห่างไกลชุมชน แต่ด้วยปล่องควันที่สูงอาจจะปลิวมาถึงชุมชนได้ อันนี้เราต้องแก้ไข ให้มลภาวะได้ลดน้อยลงไป

เรื่องที่ ๓ เกิดจากพื้นที่เกษตรกรรมตั้งแต่นาข้าว ไร่อ้อย ถ้านาข้าว อย่างเมื่อสักครู่ที่ท่านได้อภิปรายไปคือเรื่องการเผานาข้าว แต่นาข้าวนั้นยังแก้ไขโดยการ ไถฝังกลบได้ แต่เกิดจากการไถพรวนมีฝุ่นกระจายก็มีฝุ่นได้เช่นกัน จากการเผาอ้อย ทำไมจึงต้องมีการเผาอ้อย การเผาอ้อยมีมาแต่ดั้งเดิมมานานแล้วหลายสิบปี เพราะว่า สมัยก่อนนั้นเราใช้แรงงานคนในการตัดอ้อยเพื่อนำไปสู่โรงงานน้ำตาล กรณีที่อ้อยยาวมาก แล้วก็ล้มเปะปะกันทำให้แรงงานนั้นตัดอ้อยได้ยากก็จึงมีการจุดไฟเผาอ้อยกันเมื่อก่อนนี้ แต่เมื่อก่อนนี้ไม่มีเน้นเรื่องมาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ก็ยังพอทนกันได้ แต่สมัยก่อนนั้น ถ้าเป็นอ้อยไฟไหม้โรงงานยังตัดราคา ๓๐ บาทบ้าง ๕๐ บาทบ้างเมื่อก่อนนี้ แต่ปัจจุบันนั้น โรงน้ำตาลต้องการอ้อยก็จึงไม่มีการตัดราคา เพียงแต่ว่าเวลารัฐชดเชยนั้นของภาคเกษตรกร ไร่อ้อยนี้อ้อยสดก็จะได้เพียงฝ่ายเดียว อ้อยไฟไหม้ก็จะไม่ได้รับการอุดหนุนในส่วนนี้ เราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรได้ใช้เครื่องจักรในการตัดอ้อยให้ได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เครื่องจักรนั้นมีราคาคันละประมาณ ๑๒ ล้านบาท ถ้าต้องไปจัด Finance ก็เสียดอกเบี้ย อีกประมาณ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมขอให้ทางรัฐได้มีโครงการส่งเสริมทางด้าน สินเชื่อจากธนาคารของรัฐ ก็คืออาจจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์ได้ลดอัตราดอกเบี้ยเครื่องมือเครื่องจักรเหล่านี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยลดอัตรา ดอกเบี้ยให้เหลือ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้เครื่องจักรในการ ดำเนินการตัดอ้อยแก้ปัญหาการเผาไร่อ้อยต่อไป

เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่เกิดจากการคมนาคม เพราะว่าปัจจุบันถนนดินลูกรังของ เรานั้นยังมีอีกเป็นจำนวนมากในชนบท เมื่อรถวิ่งก็จะมีฝุ่นละออง มีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว รวมทั้งฝุ่นที่ตกบนถนนที่เกิดจากรถทำตกหล่นไว้อะไรก็แล้วแต่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไปดำเนินการเก็บและแก้ไขนะครับ

เรื่องที่ ๕ เป็นเรื่องเกิดจากการก่อสร้าง การก่อสร้างถนนขนาดใหญ่ที่ยาว ๆ หลาย ๆ สิบกิโลเมตรก็ต้องผ่านชุมชน ผ่านย่านเศรษฐกิจอะไรก็แล้วแต่ ถมดินในย่านชุมชน ใหญ่ ๆ บ้านจัดสรรจำนวนมากในเมืองหลวงนี่ แล้วการก่อสร้างอาคารสูง ๆ ก็ต้องป้องกัน สิ่งเหล่านี้ให้ดี

เรื่องที่ ๖ เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งอันนี้เราห้ามไม่ได้นะครับ เกิดจากพายุหมุน หรือพายุทอร์นาโดต่างประเทศอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็พายุลมแรง ๆ ที่เวลาลมกระโชก ก็จะทำให้เกิดฝุ่นมลพิษได้

เรื่องที่ ๗ คือเกิดจากนอกราชอาณาจักร เช่น ภูเขาไฟ ไฟไหม้ป่าขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเราก็ได้รับผลกระทบมาแล้ว

เรื่องที่ ๘ เกิดจากการใช้รถยนต์หรือยานพาหนะ เกิดจากการสันดาปของ เครื่องยนต์ เกิดควันไอเสียในรถรุ่นเก่า ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราได้ใช้มาตรฐานของ EURO 4 แล้วนะครับ แต่เมื่อก่อนนั้นเราใช้มาตรฐาน EURO 1 EURO 2 EURO 3 มาตลอด ปัจจุบันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศมาตรการให้มาตรฐานรถยนต์ประเทศบ้านเรานั้น ไปใช้ที่มาตรฐานคือ EURO 5 อันนี้ก็ทำให้ลดมลภาวะไปได้ส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งก็คือเกิดจากการเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะตำรวจตั้งด่าน ตรวจจับรถควันดำทำให้รถติด ๓ กิโลเมตร ๔ กิโลเมตร ๕ กิโลเมตร เป็นจำนวนมากนะครับ ทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุก รถโดยสาร รถขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้เกียร์ต่ำและต้องเร่งเครื่องยนต์ในรอบสูงในการออกตัวอยู่ตลอดเป็นสาเหตุทำให้เกิด อุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารอารมณ์หงุดหงิด หน้าที่ตรวจควันดำก็ต้องเป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกหรือสถานตรวจสภาพเอกชน ที่มีหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้ ท่านจะเห็นว่าเวลาไปตั้งด่านนั้นก็จะมีร่มไปกางไว้ข้างถนน ซึ่งผม ดูแล้วว่ามันไม่น่าดูเลยนะครับ เพราะเรานั้นเป็นเมืองท่องเที่ยว เราต้องเชิญชวนชาวต่างชาติ มาเที่ยวบ้านเรา แต่มาเห็นสภาพมีการไปเรียกรถข้างทางเข้ามาแล้วก็เอาร่มไปกางไว้ นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ร่วมมือ กันขับเคลื่อนนโยบายสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นการจูงใจให้นักลงทุนเข้ามา ลงทุน สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเพื่อแข่งขันในด้านการส่งสินค้าไปต่างประเทศ ในการลงทุนจากภาษีคาร์บอน สุดท้ายนี้ผมก็ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ บริหารจัดการ เพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในทุก ๆ ฉบับที่เสนอมาเข้าสภาในวันนี้ ขอบคุณมากครับ