ธีระชัย ชี้ปัญหาหนี้เกษตรกรสะสมยาว ขอทบทวนระบบกู้-ติดตามหนี้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาหนี้ค้างชำระในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยเฉพาะจากโครงการเงินกู้ระยะยาวที่สะสมมานานหลายสิบปี เช่น โครงการจัดหาปุ๋ยและวิสาหกิจชุมชน ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนข้อมูลการดำเนินคดีและปรับปรุงระบบการปล่อยกู้ ติดตามหนี้ และตรวจสอบวิสาหกิจชุมชนอย่างโปร่งใสและทันสมัย เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังและเป็นธรรมต่อเกษตรกรทุกคน

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง ผมมีข้อสังเกตในรายงาน ฉบับนี้ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก กระผมได้อ่านรายงานฉบับนี้พบว่ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เป็นกองทุนที่มีความสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่ากองทุนนี้มีประโยชน์ สำหรับพี่น้องเกษตรกรอย่างมากเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน มีดอกเบี้ยต่ำ เป็นกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเพื่อให้เงินทุนหมุนเวียนในกลุ่ม ของพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานตารางที่เกี่ยวกับเรื่องกู้ยืมเงินระยะสั้นและระยะยาว ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ฉบับนี้ครับ ตารางรายละเอียดให้กู้ระยะสั้น ปี ๒๕๖๕ มีโครงการ ๒ โครงการ คือโครงการปลูกข้าวปลอดภัย ลดการใช้เคมีของวิสาหกิจชุมชน อุตสาหกรรมการผลิตครบวงจรจังหวัดอุทัยธานี และโครงการพัฒนาธุรกิจรวบรวมผลผลิต ทางด้านการเกษตรจิ้งหรีดเพื่อฟื้นฟูวิสาหกิจชุมชน แต่สิ่งที่เป็นประเด็นคือทั้ง ๒ โครงการนี้ ครับท่านประธาน ล้วนเป็นโครงการที่ค้างชำระทั้ง ๒ โครงการ อย่างโครงการปลูกข้าว ครบวงจรจังหวัดอุทัยธานี ค้างชำระ ๓,๐๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนโครงการจิ้งหรีดค้างชำระ ๕ ล้านบาท กู้ ๕ ล้านบาทก็ค้าง ๕ ล้านบาท แล้วรายงานของปี ๒๕๖๔ กระผมได้อภิปราย โครงการปลูกข้าวครบวงจรของจังหวัดอุทัยธานีก็มีปัญหาหนี้ค้างชำระ ผมจำได้เมื่อประมาณ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมานั้นก็ค้างชำระ ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่ก็มาถึงปี ๒๕๖๕ แล้วก็เหมือนเดิม สรุปว่าท่านได้ชำระหนี้ไปเพียง ๓๖๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง

ในส่วนเงินที่กู้ยืมระยะยาว ทั้งหมด ๗๕ โครงการ และทั้งหมด ๗๕ โครงการ ที่เป็นเงินกู้ระยะยาวก็มีปัญหาค้างชำระหนี้ทั้งนั้น และตัวเลขที่ค้างชำระนี้คงไม่ใช่น้อย ๆ ครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่าไม่ใช่น้อย ๆ ก็คือรวมหนี้ค้างทั้งหมด ๗๕ โครงการ ค้างชำระ ตั้ง ๓,๑๐๐ ล้านบาท นี่มากกว่าเงินกองทุนที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๖๕ ถึง ๔ เท่า เลยนะครับ เพราะในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ กองทุนได้รับเงินเข้าเพียง ๗๖๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แล้วหลายโครงการที่อยู่ในระหว่างดำเนินคดีหรือบังคับคดีระหว่างหน่วยงานรัฐ กับกลุ่มเกษตรกร จะเห็นได้ว่าโครงการเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ หรือปี ๒๕๓๑ นี่ก็เป็นเวลา ๓๐ ปีแล้ว แต่ทำไมช่องหมายเหตุยังอย่างแจ้งว่าอยู่ในระหว่างดำเนินคดี ถ้าคดีตามปกติ มันหมดอายุความแล้วหรือเปล่า หรือท่านจะบูรณาการอย่างไร ท่านจะ Reengineering อย่างไรกับ ๓๐ กว่าปีนี้ เพื่อพี่น้องเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรเหล่านั้นที่กู้เงินไปหรือเอาไป ซื้อปุ๋ยที่ผ่าน อ.ต.ก. ทำโน่นทำนี่ไปแล้วเป็นหนี้เป็นสิน หรือจะให้เป็นหนี้สูญไหม คราวที่แล้ว ผมบอกให้มันเป็นหนี้สูญไหม หรือคนที่กู้ไปแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อย่างไร มันจะได้ตั้งต้น ใหม่สักที ต่อไปการตั้งวิสาหกิจชุมชนท่านต้องสำรวจ ก็คือกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นคนที่ตั้ง วิสาหกิจชุมชน ตั้งกลุ่มจดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร แล้วเวลาจดก็ให้ดูละเอียดหน่อย พอถึงเวลาเป็นวิสาหกิจชุมชนก็เหลือแต่ ๒ ผัวเมียและลูก ลูกเขยและลูกสะใภ้ ผัวเป็น ประธาน เมียเป็นรองประธาน ลูกเป็นเลขานุการ ลูกเขยเป็นกรรมการ ก็อยู่ในนั้นครับ เพราะฉะนั้นก็กินกันอยู่ในนั้น ในครอบครัวเดียวกัน ท่านไป Check ดูในประเทศไทย มีวิสาหกิจเท่าไร แล้วก็ไป Reengineering ใหม่เสีย มันจะได้แน่น ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ข้อ ๗ ของโครงการเพื่อเกษตรกรก็คือการจัดหาปุ๋ย จัดหาปุ๋ยในปี ๒๕๒๘ กู้ไปก็เอาไปให้กัน เฉย ๆ พอเอาไปให้กันเฉย ๆ แล้วก็กู้แล้วก็ไปส่งให้เกษตรกร แล้วก็เก็บหนี้เก็บสินไม่ได้จนถึง ทุกวันนี้ จะเอาอย่างไรก็ว่ากันไป ท่านไป Reengineering ใหม่เสีย ในการประชุมครั้งที่แล้ว ผมก็อภิปรายเรื่องนี้ครับ แล้วถ้ามารายงานปีหน้าอีก มีอีกผมก็จะอภิปรายอีกครับ เพราะว่า มันเป็นตัวเลขเดิม ๆ เพราะฉะนั้นท่านไปจัดการเสีย จะฟ้องหรือให้เขาเป็นหนี้สูญ หรือจะเอาอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ หรือรัฐบาลจะมาช่วยเหลือเขาอะไรก็ว่ากันไป ค้างชำระ อยู่อย่างนี้ โครงการนี้ก็มีหนี้ค้างชำระอีก ๕๙๐,๐๐๐ บาท ส่วนช่องค้างชำระก็ยังค้างชำระ จำนวนเท่าเดิม ส่วนช่องหมายเหตุเขียนว่า การดำเนินคดีหรือบังคับคดี อ.ต.ก. จำนวน ๒ คดี เกษตรกร ๒ ราย รายมูลค่าเท่ากับยอดค้างชำระ เหมือนเดิมครับท่านประธาน นี่มันทำให้งง ท่านลอกมาจากปี ๒๕๖๔ หรือเปล่า แล้วปี ๒๕๖๖ ท่านจะลอกแบบนี้อีกหรือเปล่า แล้วมา รายงานฉบับปี ๒๕๖๕ โครงการจัดหาปุ๋ยปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๒๙ อีก รายละเอียดยอดค้างชำระ ก็หมายเหตุช่องเท่าเดิม เป๊ะ ๆ เลย แล้วทีนี้เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ แล้วครับโครงการนี้ ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ นับเวลานี้ก็ ๓๘ ปีเข้าไป กระผม ขออนุญาตท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่าเหตุใดช่องหมายเหตุท่านระบุเพียงว่า อยู่ระหว่าง การดำเนินคดีหรือบังคับคดี ไม่ใช่เพราะโครงการนี้เป็นโครงการเดียวนะครับ อีกหลาย ๆ โครงการที่เป็นโครงการเงินกู้ระยะยาว ระบุนะครับ ก็ระบุเพียงเท่านี้ กระผมอยากจะขอให้ ท่านปรับปรุงรายงานฉบับปีต่อ ๆ ไปว่าอยากให้ท่านได้ Update ข้อมูลช่องหมายเหตุหน่อย ว่าตอนนี้ดำเนินการถึงไหน เพียงไร ผู้กู้ ผู้ถูกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องยังอยู่หรือไม่ และเขียนในแนว การดำเนินการบังคับชำระหนี้ ก็ยังดีนะครับเขียนแนวทางไว้

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน มี ๒ ประเด็นเท่านั้น กระผมขออนุญาต เสนอแนะไปยังคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์เพื่อการเกษตรกรว่าท่านมีแนวทางในการ พิจารณาในการจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ แล้วอยากให้ท่านมีแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการติดตามหนี้ที่ท่านคิดว่าจะสูญ และไม่ได้รับการชำระคืนอย่างใกล้ชิด เพราะท่านสามารถบริหารจัดการหนี้และให้กู้ยืมได้ดี ยิ่งขึ้นมากกว่านี้ ท่านจะสามารถนำเงินกองทุนเหล่านั้นมาให้เกษตรกรอื่น ๆ ที่เขาจะได้กู้ ไม่ใช่ว่าเอาไปค้างกระจุกอยู่พวกหนึ่งก็ชำระหนี้ไม่ได้ เดี๋ยวนี้จบปริญญาตรีเขาไปเลี้ยงควายครับ ควายตัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ควายงามครับ ยกตัวอย่างนะครับ ก็ยังมีอีก เกษตรกรอื่น ๆ ที่เขาต้องการอยากจะกู้เข้าไป แล้วก็อย่าไปมีช่องทางให้กับพวกนี้ ต้องดู รายละเอียด ไม่ใช่ว่าพวกกันเอง ดูแลทำเป็นผู้นำเกษตรกรเสร็จแล้วก็มาขอกู้ได้ง่ายด้วยความ เกรงอกเกรงใจกัน ท่านต้องรู้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ตั้งกลุ่มขึ้นมาอย่างที่ผมได้เรียน เมื่อต้น แล้วทำเป็นโอ้โฮนะครับ นั่นล่ะไม่อยากจะพูด เพราะผมเป็นเกษตรกร ผมถึงได้รู้ว่า ผู้นำเกษตรกรมันอย่างไร ของจริง ของปลอมก็มี ท่านไม่ต้องเกรงใจ ท่านเอาของจริงเข้ามา ว่าเลย วิสาหกิจชุมชนนี้การที่จะตั้งให้สำรวจเลย สำรวจเอาจริงเอาจังกับวิสาหกิจชุมชน นะครับ เพราะการบริหารงานของวิสาหกิจชุมชนมันต้องเป็นสาธารณะ มันต้องเพื่อสมาชิก ไม่ใช่เพื่อครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง อันนี้มีเยอะแยะทั่วประเทศ ผมได้กล่าวถึงใครนะครับ เพียงแต่ว่าเรียนรู้ พัฒนาจากวิสาหกิจรวมกับสหกรณ์ บางทีกลุ่มเกษตรกร คล้าย ๆ กันหมด นะครับ เพราะฉะนั้นเอาจริงเอาจังสักที ผมเห็นใจพี่น้องเกษตรกรนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ จะเข้าถึงแหล่งเงินเป็นสิ่งที่ดีที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้น ณ วันนี้ให้ท่านบูรณาการใหม่เสีย Reengineering ใหม่เสีย สำนักปลัดกระทรวงสั่งการเสีย กองทุนสงเคราะห์นี้ตั้งมานานแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจงทุกท่านที่จะนำไปปรับปรุง ในคราวหน้า ขอบคุณครับ