ภัสริน ชี้ฝุ่น PM2.5 กระทบแม่-เด็ก-ผู้สูงวัย เสนอเร่งควบคุมมลพิษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

ภัสริน รามวงศ์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฝุ่นพิษและมลพิษข้ามพรมแดน โดยเน้นผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และเด็ก ผู้สูงอายุ และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตบางซื่อและดุสิต พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการแบ่งบทบาทการมีบุตรที่มักตกอยู่กับผู้หญิงโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลทั้งต่อทารกในครรภ์และผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม เรียกร้องให้มีการผลักดันนโยบายและกฎหมายควบคุมมลพิษอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทุกช่วงวัย

นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิตค่ะ วันนี้ดิฉันก็จะขออภิปรายสนับสนุนต่อร่าง พระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน โดยเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อ แม่เด็กแล้วก็ผู้สูงอายุ ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แล้วก็มีจำนวนผู้สูงอายุเยอะ แล้วก็อัตราการเกิดน้อย เราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวค่ะ แล้วก็เหตุช่วงหนึ่งที่ผ่านมา ในรัฐบาลชุดนี้ได้นำประเด็นของอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงเป็นนโยบายหลักที่จะต้องเพื่อ รับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ดิฉันขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาพูดถึงหลายครั้ง ถึงการมีบุตรโดยเฉพาะ การอ้างว่าผู้หญิงนี้เป็นฝ่ายที่จะไม่มีลูก แล้วก็กล่าวว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่กำลังบิดเบี้ยวในสังคมไทย เราก็จะเห็นได้ว่าจากที่ท่านพูดมาก็มีนัยที่เกี่ยวข้องกับสตรีอย่างต่อเนื่องราวกับว่าการมี บุตรนี้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงเพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้พูดถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการมี บุตรเลยค่ะ ทำไมประเด็นการตั้งครรภ์กับฝุ่นจิ๋วนี้ถึงสำคัญ ดิฉันเรียนดังนี้ค่ะ ฝุ่นละอองมี สารปนเปื้อน สารหนู ปรอท แคดเมียม รวมถึงโลหะต่าง ๆ สามารถเดินทางไปถุงลมปอด แล้วก็อวัยวะส่วนอื่นในร่างกายได้ ต่อให้เป็นคนที่ปกติก็ยังเกิดโรคได้ โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ตั้งครรภ์แล้วก็ผู้สูงอายุ ในเขตบางซื่อ ในเขตดุสิตที่ตั้งของรัฐสภาตรงนี้เองดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนมาเยอะมาก แล้วก็กังวลใจมากว่าพ่อแม่พี่น้องชาวดุสิตนี้จะต้องเอาสุขภาพมาเสี่ยง กับอากาศเช่นนี้ค่ะ เราอยากเห็นการพัฒนาก็จริงนะคะ ประเทศมีการเข้าถึงคมนาคมที่เหมาะสม แต่การสร้าง รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่พาดผ่านในเขตบางซื่อ เขตดุสิตนี้ฝุ่นก่อสร้างพัดกระพือเข้าลมหายใจของ พ่อแก่แม่เฒ่าของเรา เอาสุขภาพของพวกท่านมาเป็นเดิมพันพร้อมกับการพัฒนาในประเทศ ไทยนี้ และภัยเงียบที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ก็คือโรคสมองเสื่อมขอสไลด์ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

กรมสุขภาพจิตเผยว่าผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยมีสมองเสื่อมกันมากถึง ๘๐๐,๐๐๐ คน เราจะพบว่าผู้สูงอายุ ๑๐๐ คนจะมี ๘ คน ที่เป็นโรคสมองเสื่อม วิจัยจากวารสารสุขภาพ The Lancet Healthy Longevity พบความ เชื่อมโยงระหว่างอัตราการเกิดโรคสมองเสื่อมในประชากรผู้สูงอายุกับปริมาณความหนาแน่น ของฝุ่น PM2.5 ตัวอย่างที่ประเทศจีน ประเทศจีนเริ่มมาตรการต่าง ๆ อย่างจริงจังเพื่อลด ปัญหาฝุ่นละออง แล้วก็มีความคืบหน้าในมาตรการนี้มาบ้างแล้ว นโยบายต่าง ๆ ส่งผลต่อ ด้านบวก แล้วก็ทำให้ลดอัตราโรคสมองเสื่อมในประชากรผู้สูงอายุได้ด้วย คราวนี้เมื่อเป็น หญิงมีครรภ์ทั้งตัวแม่และตัวเด็กรายงานทั่วโลกต่างพบว่าการสูดมลพิษทางอากาศเข้าไปมี ส่งผลต่อทารกโดยตรง ทารกมีน้ำหนักน้อย การคลอดก่อนกำหนด ทารกตายเฉียบพลัน อัตราทารกที่เป็นออทิสติกสูงขึ้น การเกิดอาการหอบหืดในแม่ของการตั้งครรภ์ แล้วก็ความ เสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษค่ะ จากวารสารวิชาการ Environmental Research ในประเทศ สหรัฐอเมริการะบุฝุ่นเหล่านี้สามารถซึมเข้าสู่รกได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาการ เติบโตของทารกในครรภ์ เมื่อตัวอ่อนพยายามชดเชยผลกระทบจากสภาวะที่ออกซิเจน ไม่เพียงพอ ต่อด้วยการขยายช่องทางเดินของออกซิเจน กลับกลายทำให้ตัวอ่อนหรือว่าทารก นี้ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อการพัฒนาการและการเติบโตของทารกหลังคลอดอีกด้วย

อีกหนึ่งงานวิจัยจากวารสารวิทยาศาสตร์ Nature ได้ทำการศึกษาในประเทศ เปรู แล้วก็เรามีผลวิจัยที่คล้ายคลึงกันด้วยว่าฝุ่นพิษนี้กระทบต่อทารกในครรภ์อย่างมาก มีผลโดยตรงทำให้การพัฒนาของเด็กไม่เพียงพอ ขนาดและน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ เมื่อเทียบกับอายุครรภ์ ท่านประธานคะ สถานการณ์ฝุ่นในประเทศเปรูมีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยอยู่ที่ ๕๔ สูงกว่าค่าที่คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ๒.๗ เท่า แล้วก็เมื่อนำมาเทียบ ในประเทศไทยที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยอยู่ที่ ๙๐ ซึ่งสูงกว่าที่คำแนะนำขององค์การอนามัย โลกกว่า ๖.๒ เท่า สถานการณ์เรายิ่งแย่กว่าประเทศเปรูอีกค่ะท่านประธาน แม่ลูกอ่อนไม่รู้ว่า อีกกี่แสนคนจะต้องสูดฝุ่นพิษนี้เข้าไปทุกวัน ทำลายสุขภาพแล้วก็พัฒนาการของลูกอ่อน โดยที่ตนแก้ไขด้วยการป้องกันตัวเองแล้ว ซื้อเครื่องฟอกอากาศเองก็แล้ว ก็หนีพ้นได้ยากค่ะ เพราะการจัดการต้องเกิดขึ้นทั้งระบบ ไม่ใช่ภาระต่อตัวคุณแม่โดยลำพัง ก็จึงไม่น่าแปลกใจ กันว่าทำไมคนมีลูกกันน้อยลง เพราะการจัดการปัญหาพื้นฐานที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ก้าวหน้าให้ทันต่อความต้องการของประชาชน อากาศสะอาดเป็น สิ่งที่ประชาชนไม่ควรต้องออกมาร้องขอ แต่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องควบคุมดูแล ทั้งมาตรการรับมือภายในประเทศและปัญหาฝุ่นข้ามแดน ถ้าประชาชนยังต้องรับมือปัญหา ด้วยตัวเองในทุกเรื่องดิฉันคิดว่าการมีลูกถือเป็นเรื่องยาก เพราะว่าการมีบุตรถือเป็นการสร้าง ต้นทุนที่สำคัญ ดังนั้นคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ย่อมต้องการการลงทุนให้ลูกของตนเกิดขึ้นมาด้วย ความพร้อมทุกด้าน ดังนั้นก่อนที่เราจะไปกระตุ้นให้คนเพิ่มอัตราการเจริญพันธุ์เราก็ควรวาง พื้นฐานที่ชัดเจน ปรับโครงสร้างทางสังคมที่เหมาะสมต่อการมีบุตร ก่อนที่จะโทษว่าผู้หญิง เลือกที่จะไม่มีลูกหรือบังคับให้ผู้ชายทำหมัน และนี่จึงจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายฝุ่นพิษ และการก่อมลพิษข้ามพรมแดน สิ่งนี้ควรเกิดขึ้นได้ตั้งนานแล้ว ขอให้ทุกท่านไม่ว่าจะเป็น พรรคใด ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตามขอให้เราร่วมมือกันผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านค่ะ เพื่อที่ประชาชนจะไม่ต้องมาทุกข์ทรมานกับฝุ่นพิษเหล่านี้อีกค่ะ