ชวาล พลเมืองดี แจ้งปัญหามลพิษทางอากาศในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออกที่ทวีความรุนแรงจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและขยะอันตราย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายและอิทธิพลทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนแม้ยังไม่มีกฎหมายใหม่
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สถานการณ์มลพิษทางอากาศที่จังหวัดชลบุรีอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ไม่ได้ต่างจาก จังหวัดอื่น ๆ เลยประชาชนในพื้นที่นอกจากไม่มีแม้แต่อากาศบริสุทธิ์ให้หายใจแล้ว ยังต้อง อยู่กับอากาศที่เป็นพิษกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยหากท่านประธานดูจากกราฟ บนสไลด์ ขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานดูจากกราฟบนสไลด์จะเห็นได้ ว่าจำนวนผู้ป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจในจังหวัดชลบุรี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมี นัยสำคัญ จะมีก็เพียงแต่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่มีสถานการณ์โควิด-๑๙ ทำให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมลดกิจกรรมลง จำนวนตัวเลขของผู้ป่วยก็ลดลง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมาตัวเลขของผู้ป่วยกลับทะยานสูงขึ้นอย่างน่าตกใจครับ ท่านประธาน หรือตั้งแต่ที่มีการเก็บข้อมูลจำนวนการป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ในจังหวัดชลบุรีมารวมกันก็พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น เรื่อย ๆ โดยปีล่าสุดยอดการป่วยปาไปแล้วกว่า ๒๙๕,๐๐๐ กว่าครั้ง ตัวเลขขนาดนี้ไม่แน่ใจ ว่าทางรัฐบาลจะนับว่าเป็นเรื่องวิกฤติได้แล้วหรือยัง เพราะว่าเมื่อไปดูจากงบประมาณที่ สส. ภัทรพงษ์ ได้อภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังไม่เห็นถึงความใส่ใจที่อยากจะแก้ปัญหา เหล่านี้เลยครับท่านประธาน รวมไปถึงสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีอำนาจป้องกันและกำกับดูแลได้เลย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะใช้อำนาจนั้นเลย ยกตัวอย่างเช่น ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบาย ออกจากโรงงานกลับกำหนดแต่ค่าของฝุ่นละอองแบบรวม ไม่ได้แยกออกตาม Size ขนาดของฝุ่นว่ามี PM2.5 เท่าไร PM10 เท่าไร ทุกวันนี้เราไม่เคยรู้เลยว่าโรงงานแต่ละโรงงาน ปล่อย PM2.5 ออกมาเท่าไร เกินค่ามาตรฐานหรือไม่ เอาละครับท่านประธาน ผมจะขอ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงว่าทุกวันนี้มีอะไรอยู่ใน อากาศให้กับพวกเราคนจังหวัดชลบุรีและชาวภาคตะวันออกได้หายใจกันอยู่บ้าง เหตุการณ์ แรกเลยครับ เป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังช่วงหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นแท่ง Cesium-137 ได้หายจากการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมาทราบอีกทีแท่ง Cesium-137 ก้อนนั้นก็ถูก หลอมกลายเป็นฝุ่นแดงลอยสู่อากาศให้คนจังหวัดปราจีนบุรีได้สูดลมหายใจกันไปเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว จนถึงทุกวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบจะครบปีแล้วยังไม่สามารถที่จะระบุ ผลกระทบที่แท้จริงออกมาได้เลย ต่อมาที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โรงงาน Recycle ขยะทุนจีนเทาประกอบกิจการอยู่เหนือกฎหมายไทย นำเข้าขยะจากจีนมา Recycle มาเผา มาหลอม ซึ่งจากภาพในสไลด์ท่านจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีกลุ่มควันสีเหลือง ลอยออกจากท่อเกิดละอองไอกรดที่ลอยสู่อากาศ จนถึงทุกวันนี้โรงงานดังกล่าวยังประกอบ กิจการได้อย่างปกติ ทั้งที่สร้างผลกระทบให้กับชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างมหาศาล แล้วก็ใช่ว่าชาวบ้านจะไม่เคยร้องเรียน ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายต่อหลายครั้ง โดยเรื่องนี้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานรัฐมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ อุตสาหกรรมจังหวัดก็เคยออกคำสั่งให้หยุดการประกอบกิจการและแก้ไขปรับปรุงและมี การแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจกว่า ๒๔ คดี จนถึงทุกวันนี้ปาไปแล้วกว่า ๒ ปีไร้วี่แวว ที่โรงงานดังกล่าวจะได้หยุดประกอบกิจการหรือถูกดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยให้ โรงงานยังคงประกอบกิจการปล่อยมลพิษกระทบต่อชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อมเรื่อยมาจนถึง ทุกวันนี้ หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีความคืบหน้าจากหน่วยงานรัฐเลย ผมก็จะพาไปดู ในออฟฟิศของโรงงานดังกล่าวท่านก็อาจจะหายสงสัย เพราะในออฟฟิศมีรูปถ่ายของบุคคล ลึกลับยืนคู่กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และอดีตรองนายกรัฐมนตรีติดฝาผนังอยู่ นี่อาจจะเป็น การตั้งข้อสังเกตว่านายทุนจีนเทาที่มาก่อเกิดมลพิษพวกนี้ ทำไมยังลอยนวลอยู่ได้และปล่อย ให้นายทุนเถื่อนเหล่านี้ประกอบกิจการพร้อมที่จะคร่าชีวิตคนไทยได้ทุกเมื่อ เหตุการณ์ ที่กล่าวมาเหล่านี้และอีกหลาย ๆ เหตุการณ์ล้วนอยู่ในอำนาจของผู้กำกับดูแลรับผิดชอบของ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น และปัญหาด้านมลพิษล้วนขึ้นอยู่กับท่านผู้มีอำนาจด้วยกันทั้งนั้น ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ท่านไม่รู้ปัญหา ไม่รู้ถึงสาเหตุพวกนี้ที่แท้จริงหรือท่านแกล้งปิดตาแกล้งหลับเท่านั้น วันนี้ผม จึงเอาตัวอย่างอากาศของคนในพื้นที่ EEC เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกมามอบ ให้สภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ส่งให้ท่านประธานเพื่อส่งต่อให้กับรัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรมใน ฐานะเป็นเจ้าหน้าที่กำกับตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย เพื่อขอให้ท่านได้เห็นความสำคัญและ รีบเร่งแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องรอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และผมขออนุญาตเปิดให้ท่านดมได้ไหม ครับ จะได้รู้ว่าชาวบ้านในพื้นที่ EEC ทุกข์ทรมานกันแค่ไหนกับลมอากาศเหล่านี้ เพราะนี่คือ อากาศที่เต็มไปด้วยแหล่งก่อสารมะเร็ง โลหะหนัก อากาศที่พร้อมทำลายสุขภาพ อากาศ ที่พร้อมคร่าชีวิตคนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นทุกเมื่อ ผมมีข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ของ ครม. เพราะหลาย ๆ อำนาจที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็มีอยู่แล้วใน พ.ร.บ. ฉบับอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างมาตรา ๗๕ ของร่าง ครม. ก็เป็นอำนาจเดียวกันกับมาตรา ๖๙ ของ พ.ร.บ. วัตถุอันตรายที่มีหลักการในการให้อำนาจรัฐเข้าจัดการออกค่าใช้จ่ายแล้วค่อยมา ไล่เบี้ยกับผู้ก่อเกิดมลพิษ แต่ในความเป็นจริงรัฐไม่เคยใช้อำนาจดังกล่าวนี้ได้เลยครับ ท่านประธาน ผมไปถามทีไรก็มักจะบอกว่าไม่มีงบประมาณ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้ หรืองบประมาณไม่เพียงพอ จนถึงวันนี้ปัญหาการลักลอบปล่อยมลพิษทั่วประเทศไทยนับ ร้อยยังไม่ถูกแก้ไข และท่านคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านออกไปมันจะได้รับการแก้ปัญหาเหล่านี้ จริง ๆ ใช่ไหมครับ หรือมาตรา ๗๑ ของร่างฉบับ ครม. ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานอากาศ สะอาดสั่งยุติการกระทำ การก่อเกิดมลพิษทางอากาศก็ไม่ต่างจากอำนาจเจ้าหน้าที่พนักงาน ตาม พ.ร.บ. โรงงานที่ทำได้เพียงแค่สั่งการ แต่ทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ปล่อยให้โรงงาน ยังคงประกอบกิจการแล้วปล่อยมลพิษต่อไป เหมือนอย่างโรงงาน Recycle ทุนจีนเทา ข้างต้นที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ผมจึงอยากจะขอให้นำเรื่องเหล่านี้ เข้าพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ หากว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการรับหลักการเพื่อหาแนวทางใน การปิดช่องว่างช่องโหว่อำนาจของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐครับ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าสิทธิในการที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข มีอากาศที่จะหายใจอย่างบริสุทธิ์ มีสุขภาพ ที่ดี เป็นสิ่งที่รัฐควรจะคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ไว้ เพราะชาวบ้านเพียงแค่ต้องการอากาศบริสุทธิ์ เหมือนกับที่พวกท่านต้องการและท่านสามารถให้เขาได้ คำถามคือในฐานะผู้ทรงเกียรติจะทำ ให้เขาได้หรือไม่ ขอบคุณมากครับท่านประธาน