กมนทรร์ ชี้มลพิษมาบตาพุดเกินขั้น หนุนเปิดข้อมูล-ผลักดัน พ.ร.บ.ฝุ่นพิษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ชี้ปัญหามลพิษฝุ่นและมลพิษข้ามพรมแดนในจังหวัดระยอง โดยเฉพาะจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ปล่อยสารเบนซีนเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลสารพิษผ่านระบบ PRTR และผลักดันร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยฝุ่นพิษเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการมีอากาศสะอาด

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เหตุผลที่ดิฉันต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน เพราะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดระยองบ้านของดิฉันค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

คลิปดังกล่าวที่เห็นกันอยู่ ตอนนี้เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายนที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลมาบตาพุดมีกลุ่มควันดำ ลอยขึ้นไปในอากาศเป็นกลุ่มควันดำจากโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งปกคลุมเป็นกลุ่มก้อนคล้ายเมฆดำ ๆ ที่เราเห็นกันอยู่นั้นไม่ใช่ไหมเมฆฝนนะคะ ท่านประธาน แต่เป็นกลุ่มควันดำที่ขึ้นไปสะสมกันนานกว่าชั่วโมง และสุดท้ายกลุ่มก้อน พวกนั้นไปไหนคะ กลุ่มก้อนพวกนั้นก็จะตกลงสู่ชุมชนโดยรอบ แล้วก็จะมีบ้างบางส่วนที่ถูก พัดออกไปตามกระแสลมไปตกในพื้นที่อื่นไกลออกไปอีก จากเหตุการณ์ดังกล่าวถึงแม้ว่า จังหวัดระยองจะถูกประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ จนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบ ๑๕ ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสารมลพิษต่าง ๆ ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM10 PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรารู้จักกันว่าสาร VOCs รวมถึงสารมลพิษอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะสารเบนซีนเป็นสารอันตรายที่องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติได้กำหนดให้ สารเบนซีนเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ ๑ หากเราได้รับสารดังกล่าวเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ยาวนานก็จะมีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งเม็ดเลือดขาวค่ะ จากรายงานผลการตรวจวัดค่า VOCs ของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ค่าเฉลี่ยสารเบนซีนเกินมาตรฐานต่อเนื่องตลอดทั้งปีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มีค่าสารเบนซีนอยู่ที่ ๔.๕-๖.๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสำหรับประเทศไทยของเราได้กำหนด ค่ามาตรฐานของสารเบนซีนไว้ที่ ๑.๗ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทีนี้เรามาดูกันค่ะว่าที่ตำบลมาบตาพุดของเรานี้มีคุณภาพอากาศเป็นอย่างไร จากการตรวจวัด คุณภาพอากาศในปี ๒๕๖๕ ก็จะพบว่ามีสารเบนซีนที่สถานีวัดบ้านหนองแฟบ มีสารเบนซีนอยู่ที่ ๑.๖ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีที่ทำการชุมชนบ้านพลง ๒.๙ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีเมืองใหม่มาบตาพุด ๒.๓ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลมาบตาพุด ๒.๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ศูนย์บริการสาธารณสุขบ้านตากวน ๑.๘ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชุมชนเนินพยอม ๒.๙ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แล้วไม่ว่าเราจะย้อนกลับไปดูคุณภาพอากาศของปี ๒๕๖๔ หรือว่าปีหลัง ๆ ต่อไปอีกนี้ก็จะพบว่าสารเหล่านี้เกินค่ามาตรฐานทุก ๆ ปี จากตัวเลข การตรวจวัดคุณภาพอากาศก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน คุณภาพอากาศ ของคนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับสารมลพิษดังกล่าวทุก ๆ วัน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจนะคะท่านประธาน ตัวเลขเหล่านี้ไม่เคยตรงกับการตรวจวัดที่แสดงให้ เห็นในชุมชนเลยค่ะท่าน ผ่านจุดตรวจวัดทีไรก็จะเห็นเป็นสัญลักษณ์สีเขียวส่งยิ้มให้เราทั้งวัน เลย หรือถ้าวันไหนไม่ยิ้มให้เราจอก็ดับไปเลยค่ะ ตกลงอย่างไรคะ เราจะเชื่อถือข้อมูลเหล่านี้ ได้หรือไม่ อย่างไร แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปหลายปีที่ผ่านมาก็ยังจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มี การปล่อยควันดำออกมาทางปล่องควันจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะด้วย เหตุผลใด ๆ ก็ตาม บางทีก็บอกว่าไฟไหม้ในปล่องบ้าง บางทีก็ต้องหยุดกระบวนการผลิต บางส่วนจากไฟฟ้าดับทำให้มีกลุ่มควันออกจากปล่องเป็นจำนวนมากบ้าง ที่ผ่านมาเมื่อเกิด เหตุการณ์ทำนองนี้พอเรื่องเริ่มซาลงข่าวต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ เงียบหายไปเหมือนกับไม่มีอะไร เกิดขึ้น แต่มลพิษพวกนี้มันไม่ได้หายไปไหนมันยังคงสะสมปนเปื้อนอยู่ในอากาศ สะสม ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบนิคมอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วทั้งหมดที่ดิฉันได้นำเสนอมานี้ก็แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของ การควบคุมมลพิษ การควบคุมคุณภาพอากาศ ความล้มเหลวของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่สะสมมานาน เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าข้าง ๆ ตัวเรามีสารมลพิษชนิดใดอยู่บ้าง เราไม่เคยรู้ เลยว่าผู้ก่อมลพิษข้าง ๆ นี้เราเขาจะบริหารจัดการสารเหล่านั้นได้อย่างไร จะดีหรือไม่หากเรา สามารถเข้าถึงข้อมูลสารมลพิษ ทั้งหมดในระบบนี้ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงการเคลื่อนย้ายและ การปลดปล่อยสารเหล่านั้นทั้งทางน้ำและทางอากาศ ดังนั้นการบังคับจัดทำรายงานและ การเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษหรือที่เราเรียกว่า PRTR จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษที่ไม่ได้หมายถึงแค่ฝุ่น PM2.5 แต่หมายรวมถึง สารมลพิษอื่น ๆ ในอากาศด้วย สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทำแล้วก็บังคับเพื่อให้เปิดเผย ต่อสาธารณชน ซึ่งการบังคับจัดทำรายงาน หรือ PRTR ได้ระบุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดนของพรรคก้าวไกล หากมีการบังคับใช้ได้จริงเราจะ สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศได้อย่างตรงจุด ถูกที่ถูกทาง ดิฉันเห็นว่า สมควรที่จะมีการออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิของปวงชนชาวไทยให้ได้รับอากาศบริสุทธิ์ อากาศที่ไม่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจ และเป็นอากาศสะอาดที่ปวงชน ชาวไทยควรได้รับด้วยความเท่าเทียมกัน ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและ การก่อมลพิษข้ามพรมแดนของพรรคก้าวไกล ขอบคุณค่ะ