กฤช ศิลปชัย ขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยฝุ่นมลพิษและการก่อมลพิษข้ามแดน โดยนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อภาพเกี่ยวกับปัญหามลพิษจากโรงงานปิโตรเคมีในจังหวัดระยอง โดยเฉพาะสารอันตรายอย่างเบนซีนและบิวตาไดอีนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพื้นที่และสนับสนุนกฎหมายควบคุมมลพิษอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับโครงสร้างคณะกรรมการในร่างกฎหมายให้ลดความซ้ำซ้อน และเน้นบทบาทของคณะกรรมการระดับจังหวัดที่ใกล้ชิดประชาชนเพื่อให้เข้าใจปัญหาและตอบสนองต่อชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเห็นควรให้เงินค่าปรับจากมลพิษถูกนำไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่โดยตรง และเร่งเติมเต็มช่องโหว่ของกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฝุ่นมลพิษและการก่อ มลพิษข้ามแดนของท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ และคณะที่เป็นผู้เสนอครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วย นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ในเขตพื้นที่ของผมก็คือ จังหวัดระยอง ซึ่งอาจไม่ได้มีฝุ่นพิษข้ามแดนเหมือนทางภาคเหนือ แต่ที่นี่คือฝุ่นพิษจาก โรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานประเภทปิโตรเคมี ที่มีทั้งสารที่เป็นอันตรายต่อระบบ ทางเดินหายใจอย่างสารเบนซีนและสาร Butadiene ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง รวมถึงฝุ่น PM2.5 ที่สร้างผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนชาวระยองมาอย่างเป็นระยะเวลายาวนานครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาชาวจังหวัดระยองไม่เคยมีอากาศที่บริสุทธิ์มาเป็นระยะเวลา นานแล้ว เพราะจังหวัดระยองถูกจัดให้เป็นพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ Eastern Seaboard เมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว จนถึง EEC ในยุคปัจจุบัน คนจังหวัดระยองต้องทนอยู่กับ ฝุ่นพิษหรือควันพิษมาอย่างต่อเนื่อง วันดีคืนดีโรงงานปิโตรเคมีทั้งหลายก็ปล่อยควันพิษจาก หอเผามากมายจนเต็มท้องฟ้าไปหมด โดยอ้างว่าเกิดจากเครื่องจักรขัดข้องบ้าง ระบบไฟฟ้า ขัดข้องบ้าง ดับบ้าง ถ้าไม่ปล่อยก็เสี่ยงที่จะเกิดเหตุโรงงานระเบิดได้ครับ คำถามก็คือว่าแล้ว คนจังหวัดระยองมีสิทธิเลือกอะไรบ้างครับท่านประธานแบบนี้ นี่คือข้อมูลของสารเบนซีน ๑๖ ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐-๒๕๖๖ แทบจะเกินค่าเฉลี่ยทุกปี ตัวต่อไปนี้คือสาร Butadiene ที่ว่าเป็นสารก่อมะเร็งนะครับ ท่านประธานจะสังเกตดูว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ นี้สูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ไม่รู้ว่าเคราะห์เวรเคราะห์กรรมใด ๆ ทำให้ ชาวจังหวัดระยองของผมต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ อันนี้คือสไลด์ที่บอกว่าค่าวัดของสถานีตรวจ ค่าวัดสารเบนซีนสีเหลือง ๆ สีแดง ๆ นี่ล่ะครับท่านประธานที่มันเกินมาตรฐานและเกิดมา นานนับสิบปี ต่อไปคือสาร Butadiene ก็คือสารก่อมะเร็งครับ จุดวัดสถานีพวกนี้อยู่โดยรอบ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งนั้น สารพวกนี้อันตรายมาก ท่านประธานเชื่อไหมว่า มลพิษขณะนี้ยังเคยมีความพยายามที่จะยกเลิกเขตควบคุมมลพิษอีกต่างหาก น้ำมันก็ยังรั่ว อากาศก็ไม่บริสุทธิ์ ปล่อยควันพิษกันทั้งวันทั้งคืน ยังจะมายกเลิกเขตควบคุมมลพิษ วันนี้ ชาวจังหวัดระยองตื่นตัวแล้วครับ พี่น้องประชาชนตื่นตัว ไม่มีใครยอมอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีอีก แล้ว วันนี้ผมดีใจมากที่สภาผู้แทนราษฎรของเรามีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยเฉพาะ ร่างของท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดระยองของผมรอคอยกันมาอย่างยาวนาน
ต่อไปผมขอพูดถึงคณะกรรมการตามร่างกฎหมายที่ไม่ควรจะซ้ำซ้อนกับ คณะกรรมการตามกฎหมายอื่น ๆ โดยบางร่างที่เสนอมาผมเห็นมีคณะกรรมการถึง ๓ ชุด ก็มี ทั้งคณะกรรมการระดับนโยบายที่จะทำงานในเชิงนโยบาย มีคณะกรรมการระดับกรม ส่วนกลาง แล้วก็กรรมการระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งในส่วนของ พรรคก้าวไกล โดยท่านภัทรพงษ์ก็มีการเสนอคณะกรรมการชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยกันทั้งหมด ๒ ชุด โดยเขากำหนดให้ชุดที่เป็นชุดทำงานระดับนโยบายก็เป็นชุดเดิม ที่เป็นกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งก็จะไม่ซับซ้อน โดยที่เราไปเพิ่มบทบาท อำนาจหน้าที่ให้กับกรรมการชุดนั้น ชุดต่อมาก็คือคณะกรรมการกำกับ ตรวจสอบฝุ่นพิษ และการก่อมลพิษข้ามพรมแดน และที่ผมอยากจะลงรายละเอียดก็คือชุดคณะกรรมการกำกับ ตรวจสอบฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามแดนประจำจังหวัดที่มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการในระดับจังหวัดนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องพูดถึง เพราะว่า อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เราจำเป็นต้องให้กรรมการชุดนี้มีโครงสร้าง ที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน เพราะเราเชื่อว่าผู้ที่มาจากประชาชนนั้นจะเข้าอกเข้าใจพี่น้อง ประชาชนเป็นอย่างดี รู้จักพื้นที่ รู้จักปัญหาของพี่น้องประชาชนมากกว่าผู้ที่มาจาก การแต่งตั้งและมีการโยกย้ายอยู่ตลอดเวลาครับ
สุดท้ายในส่วนของเงินค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้กำหนดให้นำส่งเข้า กองทุนสิ่งแวดล้อม โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายที่ชัดเจนและครอบคลุม กับผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกมิติ หรือว่าในวาระต่อไปหากสภาจะพิจารณาให้มีกองทุน ตามพระราชบัญญัตินี้เหมือนร่างของท่านคนึงนิจ ผมก็ไม่ติดขัดอะไรครับ ผมยังอยากให้มีเงิน ที่ถูกจัดเก็บจากการปล่อยมลพิษในพื้นที่ต่าง ๆ ตกอยู่กับพื้นที่นั้น ๆ ด้วยซ้ำ เพื่อให้แก้ไข ปัญหาได้อย่างตรงจุด แล้วก็สร้างความสมดุลในปัญหาที่เกิดขึ้น สรุปครับ ผมขอสนับสนุน และพร้อมที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัตินี้ทุกฉบับ และพวกเราไปร่วมกันพิจารณา อุดช่องโหว่ให้กฎหมายฉบับนี้มีความครอบคลุม เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนรอคอยกันมาอย่างยาวนาน และขอขอบคุณท่าน สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ รวมถึงคณะรัฐมนตรี เพื่อน สส. ทุกท่าน ทุกพรรค และผู้เสนอร่างจากภาค ประชาชนที่ให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ