สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

เจษฎา ดนตรีเสนาะ หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี พร้อมขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย และหารือเรื่องการเผาตอข้าวที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเยียวยาให้กับเกษตรกร

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมธานีลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จังหวัดปทุมธานีของผม เป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมมาแต่เก่าก่อนนะครับ โดยเฉพาะทุ่งนา ทั้งทุ่งนาที่เป็นของชาวบ้าน แล้วก็ท้องทุ่งนาหลวง ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีจังหวัดปทุมธานีเป็นแหล่งเกษตร ที่ทำนาสำคัญของประเทศ ทีนี้วันนี้ที่ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและ การก่อมลพิษข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านภัทรพงษ์ ผมสนับสนุน ไม่ใช่คัดค้าน ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะว่าผมก็อยากให้พี่น้องชาวปทุมธานีของผมมีอากาศ ที่ดีเอาอากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจเหมือนกันครับ แต่ที่ผมต้องร่วมอภิปรายนี้เพราะว่า ผมมีความกังวลครับ มีความกังวลว่าเกษตรกรพี่น้องชาวนาของผมนี้จะได้รับผลกระทบจาก พระราชบัญญัตินี้ แล้วก็อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลพี่น้องชาวเกษตรกร ชาวนาของ ผมด้วย ไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดปทุมธานี แต่เป็นของจังหวัดอื่น ๆ ที่มีการทำนาด้วยครับ หน้าที่ภาระและผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อกังวลที่มีต่อพี่น้องชาวนาอย่างที่ผมได้เล่าให้ฟัง นะครับ ผมจะเล่าเหตุและความจำเป็นในการเผาตอซังอันนี้เกิดจากผมลงพื้นที่ แล้วก็ สอบถามพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรชาวนาในจังหวัดปทุมธานีว่า เหตุผลอะไรที่จะต้องเผาตอซัง รูปแรกทางซ้ายมือกำจัดข้าวดีด ข้าวเด้งครับ ข้าวดีด ข้าวเด้ง คืออะไร ข้าวดีด ข้าวเด้ง คือข้าวที่ผสมพันธุ์กันระหว่างข้าวป่าแล้วก็ข้าวพันธุ์ ทำให้กลายพันธุ์ไป แล้วก็มีการเจริญเติบโตเร็ว แล้วก็สุกก่อนข้าวพันธุ์ เมื่อข้าวดีด ข้าวเด้งไป อยู่ในนาใดแล้วจะสร้างความเสียหายให้กับนาผืนนั้นตั้งแต่ ๑๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติตัวอย่างนะครับ ถ้าข้าวนั้นสามารถเก็บเกี่ยวได้ ๕๐๐ กิโลกรัม ถ้าข้าวดีด ข้าวเด้งทำให้ เสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่านานั้นชาวนาขาดทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เสียหายทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวเป็นข้าวได้เลย ผมเล่าถัดไปครับ ภาพกลาง ก็คือการลง ไถดะ เมื่อเราปลูกข้าวไปแล้ว เมื่อเราเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ชาวนาก็มีทางเลือกว่าจะเผาหรือว่า จะไถดะ ชาวนาไหนที่ไม่เผาก็ใช้การไถ แต่การไถมันมีค่าจ้างไร่ละ ๓๕๐-๕๐๐ บาทต่อไร่ หรือว่าชาวนาจะเลือกภาพขวาสุดครับ เอาน้ำจมไว้ให้ตอข้าวมันเน่าก่อนแล้วค่อยทำการ ไถดะ ไถแปร ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการที่ชาวนาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผมถามว่าชาวนาสามารถจ่ายได้หรือครับ ถ้าข้าวตันละ ๓๐,๐๐๐ ผมว่าไม่มีใครเรียกร้อง แต่ปรากฏว่าทุกท่านก็ทราบดีว่าราคาข้าวไม่ได้ดีขนาดนั้น มันจะทำให้ชาวนาต้องเลือก การเผา เพราะว่ามันเป็นการประหยัดต้นทุน ผมถามคุณลุงท่านหนึ่ง คุณลุงบอกว่าไม่ได้ อยากเผาเลย ซังข้าวของจังหวัดปทุมธานีหลายเจ้าให้เขามาอัดก้อนไปฟรีด้วยนะครับ ใครที่มีเครื่องอัดก้อนมาอัดไปฟรี หลายแปลงเป็นแบบนี้ มาอัดไปฟรีเลย ไม่ขาย ให้อัดฟรี ๆ แต่มันก็ยังเหลือเศษฝากที่เป็นตออยู่ เขาก็ต้องเลือกเผาเพื่อประหยัดต้นทุน เพื่อให้เขาเหลือ กำไรบ้าง ยิ่งนาของใครเป็นนาเช่ายิ่งแล้วไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นการเผาจึงกลายเป็น ทางเลือกที่รวดเร็ว สะดวก แล้วก็ประหยัด แต่มันก่อมลพิษ ซึ่งวันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องนี้อยู่ แล้วก็มีความจำเป็นว่าจะต้องหาทางแก้ไขร่วมกันทั้งตัวเกษตรกรแล้วก็หน่วยงานราชการ มาตรการรองรับการเยียวยา การสนับสนุนให้พี่น้องชาวเกษตรกรคืออะไร อย่างไร อันนี้ผมก็ ขออนุญาตชวนทุกท่านคิดครับว่า มีหลายมาตรการ การทำนาถ้าเราจะเลือกเยียวยาให้กับ เกษตรกรโดยใช้เงินสนับสนุนส่วนต่างที่เกษตรกรจะต้องเสียไปในการกำจัดซังข้าวแทน การเผา หรือว่าตั้งสหกรณ์ขึ้นมาแล้วใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการดำเนินการแทนการเผา หรือว่ามาตรการอื่น ๆ ที่รัฐเห็นว่าเหมาะสมกับการทำนาของเกษตรกร เพื่อทำให้ไม่เกิด การเผา แล้วก่อ PM2.5 ขึ้นมา เพราะฉะนั้น อันนี้คือข้อสังเกตของผมนะครับ ข้างบนก็คือ เป็นระบบกฎหมาย ระบบอนุญาต คณะกรรมการ โทษอาญา แล้วก็ดุลยพินิจ กับการมี ส่วนร่วม ไม่ใช่แค่การรับฟัง แต่คือการมีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบายร่วมกันระหว่าง หน่วยงานราชการที่ออกกฎหมายกับประชาชน สุดท้ายแล้วผมก็อยากจะฝากกับเพื่อน สมาชิกทุกท่านว่าขอให้ช่วยดูแลมาตรการในการดูแลชาวนา ดูแลเกษตรกรที่มีต้นทุนในการ ใช้ชีวิตน้อยอยู่แล้ว แล้วผลผลิตก็ไม่ได้ราคาดีขนาดนั้น ทำให้การบังคับมาตรการอะไร บางอย่างที่ส่งผลกระทบควรจะดูแลพี่น้องชาวเกษตรกรชาวนาเป็นพิเศษ ขอบพระคุณครับ