รังสรรค์ มณีรัตน์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการอากาศสะอาด พร้อมนำเสนอปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 ในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดลำพูนและพื้นที่ใกล้เคียงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืนผ่านโครงการรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และเรียกร้องให้คณะกรรมการจัดการอากาศสะอาดสนับสนุนและขยายผลโครงการดังกล่าวอย่างทั่วถึง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการอากาศสะอาด ขอภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมเป็นคนจังหวัดลำพูนครับ ภาคเหนือ เป็นภาคที่มีอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดสูงที่สุด ก่อนหน้านี้เราคิดว่าคนเหนือป่วย เป็นโรคมะเร็งปอด เพราะว่าการสูบบุหรี่ แต่หลังจากนั้นอัตราการสูบบุหรี่ในภาคเหนือลดลง ปรากฏว่ามะเร็งปอดยังไม่ลดลงครับ และงานวิจัยล่าสุดผลออกมาว่าเหตุผลที่คนเหนือเป็นมะเร็งปอดมากที่สุด เพราะว่า PM2.5 ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือมีนานมากว่า ๑๐ ปีแล้วแต่ยังไม่มีทางแก้ไข ในเดือน กุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายนของทุกปี บ้านผมจะเรียกว่าฤดูฝุ่นควัน ดูจากภาพ ครับ รูปปั้นครูบาศรีวิชัยในวันที่มีฝุ่นกับไม่มีฝุ่น ความสวยงามของรูปปั้นครูบาศรีวิชัย แตกต่างกัน เราทราบดีว่า PM2.5 เกิดมาจากยานพาหนะ การขยายตัวของเมือง การเผาทำลายป่า การเตรียมพื้นที่การทำการเกษตรของพี่น้องชาวบ้าน ดังนั้นจึงทำให้เกิด ฝุ่นควัน PM2.5 มากขึ้นเรื่อย ๆ จากทัศนคติของพี่น้องในภาคเหนือเรื่องไฟมา ป่าเป่ง มดแดงเต้ง ผักหวานโป่ง ในอดีตเชื่อกันว่าการเผาป่าจะทำให้เกิดมูลค่าสินค้าของในพื้นที่ป่า เกิดขึ้นอย่างมาก แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนเข้าใจแล้วคนเหนือว่าการเผาป่าไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง การเผาป่าคือการทำลายชีวิตของตัวเอง ดังนั้นทัศนคติแบบนี้เริ่มลดน้อยลงในภาคเหนือ บ้านของผมแล้ว จากผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๖ มีผู้ป่วยด้วย โรคที่เกี่ยวกับมลพิษทางเดินอากาศมากถึง ๓,๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน มองลงไปในภาคเหนือมี ผู้ป่วยมากถึง ๑,๕๖๐,๐๐๐ กว่าคน มากที่สุดคือที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น ๓๘๐,๐๐๐ กว่าคน ถัดมาเป็นจังหวัดเชียงราย ๒๘๐,๐๐๐ กว่าคน จังหวัดลำปาง ๒๐๗,๐๐๐ คน และจังหวัดลำพูนบ้านของผม ๑๕๖,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ๘ จังหวัดภาคเหนือได้รับผลกระทบจากมลพิษ PM2.5 เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงอยากเสนอแนะ วิธีการแก้ไขที่ยั่งยืน อ้างอิงจากสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศ สะอาด พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ในหมวด ๒ คณะกรรมการเพื่อจัดการอากาศ สะอาด ในร่างมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๒๐ ข้อ ๕ (๙) มีการกำหนดแนวทางจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดของทั้งประเทศ ปัจจุบันมี กอ.รมน. และสมาพันธ์ศูนย์รับซื้อวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรได้ร่วมกันนำร่องรับซื้อสินค้าทาง การเกษตรที่เป็นสิ่งที่เหลือใช้จากการเกษตรมาแปรรูปแล้วขาย เพื่อนำเป็นรายได้ แก่เกษตรกร ซึ่งแนวทางสำคัญนี้มีการนำร่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปางไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสาระสำคัญของโครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างรายได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร แก้ไขปัญหา PM2.5 โดยภายใต้กรอบแนวความคิดป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้ สร้างป่าเปียกโดยการนำน้ำไปกระจายในพื้นที่เผาไหม้ซ้ำซาก ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช เศรษฐกิจ ๒. เป็นการลดเชื้อเพลิงที่ต้นทาง โดยนำวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงในป่าและเศษวัสดุมา แปรรูป เพื่อให้ศูนย์รับซื้อมารับซื้อไปและแปรรูปเป็นอาหารสัตว์บ้าง เป็นผลิตผลไม้สับ หรือ Woodchip ผลิตเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่งเพื่อส่งเข้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงไฟฟ้าเอกชน ในพื้นที่ ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการมา ๒ ปีแล้ว จากภาพที่เห็นนะครับ นี่เป็นศูนย์รับซื้อของ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มี ๗ ศูนย์รับซื้อแล้ว ในภาพเป็นศูนย์รับซื้อของ พี่สมโภชน์ซึ่งตั้งอยู่บ้านวังขามป้อม ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์รับซื้อวัตถุดิบที่เหลือใช้ทางการเกษตรในอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง จังหวัด เชียงใหม่ รวมถึงซื้อในอำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ภาพนี้เป็นภาพ ศูนย์รับซื้อวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรที่ตำบลแม่แนต อำเภอลี้ บ้านแม่แนต ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะซื้อได้ทั้งหมด ๘๙ หมู่บ้านในอำเภอลี้ รวมถึงศูนย์รับ ซื้อที่บ้านป่าเปา ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ซึ่งศูนย์ลำพูนแห่งนี้จะซื้อทั้งอำเภอ บ้านธิ รวมถึงอำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการดำเนินการของ กอ.รมน. และสมาพันธ์ผู้รับซื้อวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรนี้เป็น การบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในเมื่อเราจะมี พ.ร.บ. อากาศสะอาดแล้ว เราจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการอากาศสะอาด ดังนั้นขอให้คณะกรรมการชุดที่จัดตั้ง ขึ้นนี้ให้ความสำคัญกับสมาพันธ์และทาง กอ.รมน. ซึ่งได้ดำเนินการเรื่องนี้นำร่องมาแล้วทั้ง ๓ จังหวัด โดยอยากให้มีการขยายศูนย์ไปยังทุกอำเภอ ทุกตำบล เพื่อเป็นการรับซื้อเศษวัสดุ ที่เหลือใช้ ซึ่งปกติพี่น้องประชาชนเกษตรกรจะใช้วิธีกำจัดโดยการเผา เปลี่ยนเป็นการเอามา ขายให้ศูนย์รับซื้อ แล้วศูนย์รับซื้อเอามาแปรรูป แล้วนำไปขายต่อสร้างรายได้ให้แก่ศูนย์รับซื้อ และพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืน ผมขอสนับสนุนให้มีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการบริหาร จัดการอากาศสะอาด ขอบพระคุณครับ