สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ พูดถึงปัญหาหมอกควันไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ และเรียกร้องให้กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและภาครัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการบูรณาการและกระจายอำนาจลงสู่พื้นที่

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๙ จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ กระผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด จะเข้ามาสู่สภา ให้สภาพิจารณาในเรื่องของรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ถึงจะมี ๗ ร่าง ผมก็ยินดีนะครับ โดยเพราะอย่างยิ่งผมเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่ามาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้มีกฎหมายที่เกี่ยวกับอากาศสะอาด โดยถูกต้อง ที่มีความสำคัญนะครับ สภาพปัญหาหมอกควันไฟป่า มลพิษทางอากาศ ณ วันนี้จุด Hotspot ของเรามีทั้งหมด ๑๗๕,๑๒๗ จุด ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน ๗๐,๕๑๑ จุด คิดเป็นพื้นที่ ๑๒,๗๘๒,๔๗๙ ไร่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพื้นที่ป่าสงวน ๔๙,๖๗๑ จุด เป็นพื้นที่ ๔,๓๗๑,๐๔๘ ไร่ แล้วพื้นที่นอกป่าอีก จำนวนทั้งหมด ๕๔,๙๔๕ จุด คิดเป็นพื้นที่ ๓,๔๔๒,๖๐๐ ไร่ อันนี้คือพื้นที่นอกป่านะครับ ฉะนั้นจะเห็นว่าปัญหาหมอกควันไฟป่าวันนี้ จุด Hotspot แสดงให้เห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เป็นปัญหาที่หนักของประเทศ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทั้งป่าอนุรักษ์และป่าสงวน แล้วก็มีหน้าที่หลัก ในการที่จะแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า จะรับผิดชอบแต่กระทรวงเดียวหรือบูรณาการกับ กระทรวงอื่นหรือภาครัฐนี้ก็คงไม่พอนะครับ ซึ่งเนื่องจากมันเป็นปัญหาใหญ่ ฉะนั้นผมได้ดูร่าง ของรัฐบาลหรือร่างของพรรคพลังประชารัฐที่ได้ส่งเข้ามาให้สภาพิจารณา ก็เป็นการบูรณา การหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคและเอกชน โดยเฉพาะการแบ่งคณะกรรมการ ที่ชัดเจน ก็คือระดับนโยบายมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนะครับ ในระดับกระทรวงก็คือ คณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ก็คือมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน โดยบูรณาการเอาภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ที่สำคัญ ที่สุดมีการกระจายอำนาจลงไปสู่พื้นที่ในระดับจังหวัดหรือ กทม. โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่า กทม. เป็นประธาน โดยมีผู้ที่ทรงคุณวุฒิเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เมื่อร่างพระราชบัญญัติชุดของรัฐบาลและของพรรคพลังประชารัฐที่ได้ ร่างมานะครับ คณะกรรมการระดับพื้นที่มีความสำคัญมาก สำคัญคือผมอยู่จังหวัดเชียงใหม่ นะครับท่านประธาน การที่เราจะบริหารหรือประสานงานต้องเข้าใจพื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือ ตอนบนจนถึงภาคตะวันตกเมืองกาญจน์เราติดกับชนกลุ่มน้อยนะครับ หลายกลุ่มไม่ว่า กระเหรี่ยง ไม่ว่าไทยใหญ่ ไม่ว่าคะฉิ่น มอญ ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลกลางต้องกราบเรียนอย่างนี้ รัฐบาลกลางของประเทศพม่าไม่สามารถที่จะเข้ามาควบคุมถึง ฉะนั้นในเมื่อเรากระจาย อำนาจในเรื่องของการบริหารจัดการหมอกควันไฟป่า ให้ระดับจังหวัดโดยมีผู้ว่าราชการ จังหวัด เราก็มีตัวแทนของเราในระดับจังหวัดสามารถที่จะประสานชนกลุ่มน้อยพวกนี้ได้ ก็คือคณะกรรมการบริหารชายแดน ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการ บริหารจัดการในเรื่องของอากาศสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหมอกควันไฟป่าและ PM2.5 ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนได้ประสบปัญหาอย่างมากมาย สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมมองดู ก็คือในร่างพระราชบัญญัติตรงนี้ได้มีมาตรการในเชิงเศรษฐศาสตร์ ก็คือมีเรื่องของภาษีเข้ามา เกี่ยวข้องในการที่จะมีค่าธรรมเนียมในเรื่องของการกำจัดภาวะมลพิษนะครับ แล้วก็มี มาตรการในการอุดหนุนส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวกับกิจกรรมอากาศสะอาดนะครับ เช่น อำเภอแม่แจ่มผมเป็น Model ในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็น Model ในการแก้ไขปัญหา หมอกควันไฟป่า แล้วเราได้มีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนด้วย เช่น การลดพื้นที่การปลูก ข้าวโพด การไถกลบซังข้าว ก็คือมีการที่จะเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นพืช เชิงเดี่ยวให้ไปปลูกพืชยืนต้น เช่น แมคคาเดเมีย มะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่เพื่อที่จะให้ลดใน การปลูกข้าวโพด ลดพื้นที่การเผาในพื้นที่โล่ง จากที่ผมได้กล่าวมาผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติไม่ว่าของร่างรัฐบาลหรือของร่างไหนที่ส่งเข้ามาทั้งหมด ๗ ร่างนี้ ซึ่งจะมี การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการผมก็ยังยินดีนะครับ และขอสนับสนุนให้มีกฎหมายเกี่ยวกับ การบริหารจัดการอากาศสะอาด เพื่อที่จะได้เป็นกฎหมายที่สำคัญให้แก่พี่น้องประชาชน ที่ประสบปัญหาหมอกควันไฟป่า PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ