วิสาระดี ชี้ฝุ่น PM2.5 ทำร้ายสุขภาพ-เศรษฐกิจ เสนอแก้แบบองค์รวม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หารือปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน คุณภาพชีวิต รวมถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอแนวทางการบริหารจัดการอากาศแบบองค์รวมและการสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียม

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะมาร่วมทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ ร่วมทวง คืนลมหายใจของประชาชนคนไทย ต้องบอกว่าประเทศไทยเรามีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และมะเร็งปอดหลายล้านคน ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าต้นตอสำคัญเหล่านั้น นั่นก็คือ มาจากฝุ่น PM2.5 ดิฉันเชื่อว่าพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ได้เคยพูดถึงเรื่องของฝุ่น PM2.5 มานับไม่ถ้วน และทุกครั้งที่มีคนพูดถึงเรื่องนี้ล้วนพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องการสูญเสีย แต่ต้องบอก ว่าการสูญเสียเหล่านั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตของประชาชนคนไทยที่เกิดจากปัญหา ฝุ่นควันเหล่านี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรามาดูผลกระทบกันว่า PM2.5 นี้ในมิติต่าง ๆ มันส่งผลกระทบอะไรกันบ้าง ๑. ด้านสุขภาพ อย่างที่ดิฉันได้กล่าว เอาไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคทางเดินหายใจลามไปจนถึงผื่นคันผิวหนัง ไปจนถึงมะเร็งปอด ต้องบอกว่ามีผู้ป่วยที่ป่วยจากฝุ่นพิษ ฝุ่นควัน PM2.5 เป็นจำนวนมาก โดยจากกระทรวง สาธารณสุข วันที่ ๑ มกราคมจนถึงวันที่ ๙ มีนาคมพบมากถึงกว่า ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วถ้าพูดถึงในจังหวัดเชียงรายของดิฉัน ทาง สสส. ก็ได้รับแจ้งมาเช่นกันว่ามีผู้ป่วยที่เข้าไป รักษาในโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ คนต่อวันเลยในช่วง High Season ที่เรียกว่าฝุ่นควัน เยอะของจังหวัดเชียงราย เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เรามาดูด้านค่าใช้จ่ายกันบ้างค่ะ ท่านประธานลองคิดดูสิคะว่า ถ้าสมมุติประชาชนคนหนึ่งอยากจะป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM2.5 หน้ากากอนามัยที่เขาสามารถจะป้องกันเขาจากฝุ่นต่าง ๆ ละอองเล็ก ๆ ถ้าพูดถึง ครอบครัวที่มีรายได้น้อยลองคิดดูว่าราคากล่องหน้ากากอยู่ที่กล่องละ ๕๐๐-๗๒๐ กว่าบาท และ ๑ กล่องนี้มีแค่ ๒๕ ชิ้นเท่านั้น ถามว่าในครอบครัวนั้นมีกี่คน ๒๕ ชิ้นนี้ได้ใช้ได้ไม่ถึง ๑ เดือนเลยด้วยซ้ำค่ะท่านประธาน ลองคิดดูว่ามันจะต้องใช้จ่ายเท่าไรต่อเดือน แล้วต่อปีนี้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นขนาดไหน ทำไมคะ ทำไมเรียกว่าผู้คนต้องแบกรับ พี่น้องประชาชน คนไทยต้องแบกรับต้นทุนที่เรียกว่าเป็นสิทธิโดยกำเนิดของตัวเอง นั่นคืออากาศหายใจ อีกทั้ง ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียเวลาพักรักษาตัวถ้าเราไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้ก็จะเปรียบเสมือนได้ว่า เรากำลังสร้างต้นทุนเรียกว่าต้นทุนชีวิตให้กับประชาชนคนไทย สร้างความเหลื่อมล้ำใน โอกาสของการใช้ชีวิตรอดได้แต่ละวันของประชาชนคนไทย

ด้านที่ ๓ คือด้านเศรษฐกิจ แน่นอนว่าเศรษฐกิจเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่ สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะมันต้องส่งผลกระทบแน่นอน คงไม่มีบริษัทไหนหรือว่า นักลงทุนคนไหนหรอกค่ะ ที่จะอยากมาลงทุนในประเทศที่เรียกว่ามีต้นทุนของลมหายใจ เกิดขึ้นและต้องบอกเลยว่ามันยังกระทบไปถึงภาคการท่องเที่ยว ซึ่งต้องบอกว่าประเทศไทย ของเรานี้เครื่องยนต์ที่เป็นกลไกหลักสำคัญ นั่นก็คือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้วก็ สิ่งแวดล้อม ประเทศไทยเรามีทิวทัศน์สวยงามมากมาย เราได้เชิญชวนทุกคนให้ไปขึ้นดอย ได้ไปสัมผัสธรรมชาติกับบรรยากาศที่ดี จังหวัดเชียงรายเองก็ด้วยซ้ำค่ะ แต่ถึงเวลานั้นในช่วง ที่แบบฝุ่น เรียกว่าโหมกระหน่ำกัน บ้านดิฉันจังหวัดเชียงรายองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่หรือว่า องค์เจ้าแม่กวนอิมของวัดห้วยปลากั้งเองนี้ก็ถูกกลืนหายไปยังในฝุ่นควันเหล่านั้น ตัวดิฉันเอง ในฐานะที่เป็นคนในจังหวัดเชียงราย คนในพื้นที่มันรู้สึกเจ็บปวดใจมาก ๆ ฝุ่นละอองเหล่านั้น ไม่ใช่ไม่ได้มองเห็นด้วยตา เรามองเห็นค่ะ ภูเขาหลายไปลูก พระพุทธรูปองค์ใหญ่หายไป เรียกว่าทั้งองค์เลย แต่ถามว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง นอกจากยอมรับมันต่อไปใส่หน้ากาก และเดินหน้าทำงานต่อไป พี่น้องประชาชนต้องออกไปทำงานในพื้นที่โล่งแจ้ง ดิฉันเองก็ต้อง ออกไปทำงานไปพบปะกับประชาชนเราก็ต้องก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตต่อไป ถึงแม้จะรู้ว่ามันจะ ส่งผลกระทบให้กับการหายใจ แล้วก็ส่งผลกระทบให้กับปอด แล้วก็สุขภาพในอนาคต วันนี้ เรามาดูกันว่าหลักการของเรา Solution ต่าง ๆ ที่ทางพรรคเพื่อไทยได้เอ่ยถึง ไม่ว่าจะเป็น การจัดการให้มีการแจ้งเตือนภัยและเขตเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทาง เศรษฐศาสตร์อย่าง PPP Polluter Pays Principle นั่นก็คือใคร ที่เป็นผู้ก่อมลพิษก็ต้องเป็น ผู้จ่าย การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องมลพิษข้ามเขตแดน การจัดระบบบริการสุขภาพ รองรับผู้ป่วยทางเดินหายใจหรือจัดให้มีห้องปลอดฝุ่นสำหรับกลุ่มเปราะบางสิ่งเหล่านี้พรรค เพื่อไทยเคยได้คิดแล้วก็พูดไว้ตลอด เราได้หาเสียงไว้และเชื่อว่าสามารถทำได้จริงเราคิดกันมา แบบครอบคลุมตั้งแต่การจัดการต้นตอของปัญหา ตั้งแต่การระวังป้องกันและดูแลผู้ได้รับ ผลกระทบ หากเราได้อากาศบริสุทธิ์กลับคืนมาประชาชนคนไทยจะได้ลมหายใจที่บริสุทธิ์ กลับคืนมา ธรรมชาติจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งไม่มีใครต้องเจ็บ ต้องป่วยและต้องเสียชีวิต อีก และที่สำคัญของประเทศเราจะได้รับการไว้วางใจจากนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ การท่องเที่ยวจะต้องดีขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน การลงทุนในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาเกิดขึ้นย่อมดีกว่าไปรอลงทุนในการรักษาถูกไหมคะ เพราะนั่นมันคือความสูญเสียที่ เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นวันนี้ดิฉันเลยมาขอทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ลมหายใจให้กับทุกคน ให้กับ ประชาชนคนไทยด้วยการสนับสนุนญัตติร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการอากาศเพื่ออากาศ สะอาดทุกร่างค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ