ภัทรพงษ์ เสนอร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษ แก้ PM2.5 ข้ามพรมแดน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ชี้แจงความสำคัญของการอภิปรายในวันนี้ โดยเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนและย้ำน้ำหนักของเรื่องงบประมาณ พร้อมเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการทั้งในและต่างประเทศ กำหนดบทบาทตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมสิทธิประชาชนด้านสุขภาพและข้อมูลสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสนอมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแหล่งเผา กำหนดโทษทางอาญา แพ่ง และสังคม เปิดเผยชื่อผู้กระทำผิด และนำเงินปรับเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและสนับสนุนงานวิจัยกับภาคประชาสังคม

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอ หางดงและอำเภอสันป่าตองครับ ผมต้องขออธิบายให้กับประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ได้เข้าใจก่อนว่าการอภิปรายในวันนี้ มันแตกต่างจากการอภิปรายในสัปดาห์ที่แล้วอย่างไร การอภิปรายในวันนี้มันมีความสำคัญไม่ได้แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้วในเรื่องของงบประมาณ เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เพราะในวันนี้เราจะมานำเสนอร่าง กฎหมายที่จะมาแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ให้กับประเทศไทย โดยผมจะขอเสนอร่าง พระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้เซ็นร่างฉบับนี้ของพรรคก้าวไกลให้บรรจุเข้าวาระได้ทันในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณ ในความจริงใจของวิปรัฐบาลนะครับ ที่พยายามผลักดันให้ทุกร่างกฎหมายเข้าพร้อมกันใน วันพฤหัสบดีนี้ โดยมีมติจากทางวิปรัฐบาลตั้งแต่วันจันทร์แล้วว่าร่างทั้ง ๗ ฉบับจะเข้าสู่ใน ที่ประชุมในวันนี้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจนะครับว่าที่มีปัญหา ที่ต้องมารอลุ้นถึงวินาทีสุดท้ายนี้มันเป็น เพราะอะไร แต่ไม่เป็นอะไรครับ เรามาพูดกันถึงเรื่องของกฎหมาย เริ่มเลยนะครับ เราอาจจะ ไม่ต้องพูดถึงที่มาของปัญหานี้กันมากมาย เพราะผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนเจอกับปัญหานี้มา หลายต่อหลายปีกันแล้ว ผมเองก็เจอปัญหานี้มากกว่า ๑๐ ปี จนมาถึงวันนี้เทคโนโลยีเรามี เพิ่มขึ้นเยอะแยะมากมาย เริ่มตั้งแต่เรื่องของเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 ที่ปัจจุบันหาซื้อได้ ง่ายดายตาม Application ส้ม Application ฟ้า แล้วเราก็สามารถมีเทคโนโลยีที่ตรวจสอบ แหล่งที่มาของฝุ่นพิษได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟป่า พฤติกรรมของไฟป่าในอดีตนั้นเป็น อย่างไร เคลื่อนตัวจากทิศไหนไปยังทิศไหน เรื่องของไฟภาคการเกษตรทั้งในและนอก ประเทศ มีการเผาอะไร เผาพืชชนิดไหน และพืชชนิดนั้นมีปริมาณการนำเข้าประเทศไทย เท่าไร เรามีข้อมูลหมดครับ แต่เรากลับไม่เคยมีมาตรการใด ๆ ที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้กับ ประชาชนจากภาครัฐเลย และเราก็ไม่เคยมีกฎหมายแม้แต่ฉบับเดียวมาแก้ไขปัญหานี้ให้กับ ประชาชน เพราะฉะนั้นปัญหาที่เราประสบพบเจอกันแทบจะทั่วทั้งประเทศนี้มันต้องแก้กัน ทั้งโครงสร้างแล้ว โดยเราเริ่มต้นจากฐานรากด้วยการร่างข้อกฎหมายที่เราร่วมกันพิจารณา ในวันนี้ ทำไมถึงต้องมีร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดนครับ อากาศบริสุทธิ์นั้นเป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับ สิ่งนี้ควรจะบรรจุอยู่ใน รัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป ไม่ใช่แค่ในพระราชบัญญัติ สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องกับ หน่วยงานของรัฐที่เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้มีผลกระทบทางด้านสุขภาพกับ ประชาชน สิทธิของประชาชนในการเข้ารับการตรวจสุขภาพ สวัสดิการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ ทุกอย่างที่ประชาชนได้รับจากฝุ่นพิษ PM2.5 ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรามี การกำหนดเรื่องของคณะกรรมการหลักไว้โดยเราจะ Utilize จากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว นั่นก็คือ เรื่องของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยเรากำหนดเรื่องของหน้าที่บทบาทเพิ่ม เข้าไป เรื่องของการบริหารจัดการนโยบายฝุ่นพิษทั้งในและนอกประเทศ เรื่องของ การเสนอแนะแนวทางการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนงบประมาณประเทศ เพื่อนบ้านในการลดแหล่งกำเนิดไฟ เรื่องของการกระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่น อันนี้สำคัญ มากครับ และเรื่องของการจัดการเรื่องของสวัสดิการทางสุขภาพให้กับกระทรวงสาธารณสุข และสิ่งที่สำคัญที่สุด อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนี้ นั่นก็คือการตรวจสอบรายงาน การปล่อยมลพิษทางอากาศของผู้ประกอบการทั้งระบบ Supply Chain นาย A มีการซื้อ วัตถุดิบมาจากแหล่งที่ไหน แล้วแหล่งที่มาที่นั้นมีการกำจัดเศษวัสดุนั้น อย่างไร ทุกอย่างต้อง ชัดเจนทั้งในหรือนอกประเทศ พื้นที่พิกัดละติจูด ลองติจูดทุกอย่างต้องครบถ้วน ชัดเจน การขนส่งทำด้วยวิธีไหนและมี การปล่อยมลพิษหรือเปล่า เมื่อเข้าสู่โรงงานแล้วมีการแปรรูปและมีการปล่อยมลพิษปริมาณ เท่าไร แล้วเราก็จะมีกลไกในการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อที่จะไป Check ต่อว่าสิ่งที่เขา รายงานมานี้มันถูกต้องหรือเป็นเท็จอย่างไร ทีนี้เราก็จะมีคณะกรรมการกำกับเข้ามาควบคุม เข้ามาตรวจสอบ สนับสนุน เร่งรัดการทำงานของคณะกรรมการหลัก ซึ่งตรงนี้ก็จะผลักดันให้ ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูล Digital และ Database ทั้งหมด รวมไปถึงการกำหนดค่าที่เราจะแจ้งเตือนภัยฝุ่นพิษให้กับ ประชาชนด้วย

ทีนี้เรามาถึงเรื่องของระดับจังหวัด ในจุดนี้ของพรรคก้าวไกลเราจะมีลักษณะ ที่แตกต่างจากร่างอื่นอย่างชัดเจน นั่นก็คือเราให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดคนที่มา จากการเลือกตั้ง คนที่อยู่ในพื้นที่ คนที่เรามั่นใจว่าเขาสามารถทำงานแก้ไขปัญหานี้ ได้อย่างน้อย ๔ ปี ไม่ใช่มาปีสองปีแล้วก็ไป เป็นหัวเรือในการขับเคลื่อนการแก้ไขระดับ จังหวัดตรงนี้ แล้วก็ให้ผู้แทนจากผู้บริหารท้องถิ่น ผู้แทนจากราชการส่วนภูมิภาคเข้ามาเป็น กรรมการเพื่อให้การแก้ปัญหานี้มันครอบคลุมทั้งระบบ และกรรมการจังหวัดก็มีหน้าที่ในการ ประกาศเขตฝุ่นพิษอันตรายให้กับจังหวัด เมื่อประกาศแล้วท้องถิ่นก็มีอำนาจในการที่จะสั่ง ระงับ สั่งห้ามกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นพิษเพิ่มเติม หรือกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงมลพิษ นั่นเอง และท้องถิ่นก็สามารถจัดสรรงบประมาณในการจัดทำห้องปลอดฝุ่น จัดทำอุปกรณ์ เรื่องการป้องกัน PM2.5 จัดสรรงบประมาณในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แล้วเราก็ต้อง มีกฎหมายครอบคลุมอีกชั้นหนึ่งเพื่อที่จะป้องกันไม่ท้องถิ่นนั้นถูกร้องเรียนจากผู้ไม่ หวังดีด้วย และเพื่อเป็นการลดความทับซ้อนของกฎหมาย ข้อกฎหมายที่เราเคยมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมลพิษทางอากาศในเรื่องของยานพาหนะ ในเรื่องของโรงงาน อุตสาหกรรมจาก พ.ร.บ. อื่น ๆ เราจะไม่หยิบเข้ามาซ้ำซ้อนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่เราจะให้ คณะกรรมการกำกับมีอำนาจในการเรียกหน่วยงานนั้น ๆ มาชี้แจงผลการดำเนินการทุก ๆ ปี แล้วถ้าหากคณะกรรมการกำกับมองเห็นแล้วว่าการแก้ไขของหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ได้ตรงตาม จุดไม่สามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ คณะกรรมการกำกับก็มีอำนาจหน้าที่ในการที่ จะไปแทรกแซงแก้ไขแนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้กับคนไทยได้ แล้วก็เป็น การแก้ไขปัญหาที่เราเจอกันในสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องของการอภิปรายงบประมาณ พูดอย่างเดียว เงินไม่มี ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการบังคับให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มี มาตรการในการจัดทำเพิ่มมาตรการลดการเผาในภาคเกษตรกร เพิ่มแรงจูงใจให้กับเขา ไม่เผาครับ ในส่วนนี้งบประมาณต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นงบประมาณไม่ชัดเจนนี้เราก็จะเจอ กับปัญหาเดิม ๆ ยกตัวอย่างอ้อยในปัจจุบันเลย เดือนนี้เปิดหีบมามีการเผาอ้อยเท่าไรแล้ว ๕.๓ ล้านตันแล้วนะครับ ทีนี้เราก็มาพูดกันถึงอีกปัญหาหนึ่งที่เราเจอในปัจจุบัน ปัญหาที่เรา Assign งานให้กับหน่วยงานไม่ตรงตามความถนัดของเขา ยกตัวอย่างง่าย ๆ กรมควบคุม มลพิษปัจจุบันเป็นผู้แทนของประเทศไทยในการเจรจาข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยหมอกควัน ข้ามพรมแดน ในส่วนนี้ในวันอังคารที่ผ่านมาเราก็ได้มีการรับฟังข้อชี้แจงจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งกรมควบคุมมลพิษก็พูดเองเลยว่าเขา ไม่ได้มีความถนัดในเรื่องของการต่อรองกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหา ตรงจุดนี้ครับ ใครถนัดตรงไหนเราต้อง Assign งานให้ถูกต้อง ในกรณีนี้เราต้องให้กระทรวง การต่างประเทศผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการเจรจาระหว่างประเทศมากที่สุดในการดำเนินการ จัดการเรื่องของฝุ่นพิษข้ามพรมแดนตรงนี้ไปเลย แล้วก็พูดถึงเรื่องการพยากรณ์และการแจ้ง เตือน กระทรวง DE และกระทรวง อว. ต้องเป็นหน่วยงานหลักที่จะจัดทำระบบการพยากรณ์ โดยอ้างอิงค่าจากสภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศ ค่าระดับความสูงของชั้นบรรยากาศ ที่ฝุ่นพิษไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ เพื่อมาจัดการระบบพยากรณ์คาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ล่วงหน้าให้กับประชาชนด้วย และเราก็ต้องมีระบบการแจ้งเตือนครับ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง DE ก็ต้องจัดทำระบบแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่เมื่อมีค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ต่อเนื่องมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง และข้อมูลเหล่านี้ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงได้โดยง่ายไม่ว่า จะเป็นทาง Offline หรือว่าทาง Online และจะมีอีกปัญหาหนึ่งที่เราเจอกันในปัจจุบัน เราไม่ทราบเลยว่ารัฐบาลทำงานเป็นอย่างไรบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเรื่องฝุ่นเรื่อง ฝุ่นพิษ เรื่องมลพิษทางอากาศเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้ผมเชื่อว่าทุกคนเจอปัญหาเหมือนกัน เราอยากรู้มากเราทำอย่างไรดี พระราชบัญญัติฉบับนี้มีอำนาจที่จะให้กระทรวงทุกกระทรวง หน่วยงานทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องฝุ่นพิษนี้รายงานผลการดำเนินการ แผนงาน แล้วก็ผลลัพธ์ทั้งหมดให้กับ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็ต้องนำเสนอ รายงานจุดนี้ให้กับสภาผู้แทนราษฎรด้วยในทุก ๆ ปี เพื่อให้ผู้แทนราษฎรของเราได้พูดแทน ราษฎร ได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลด้วย

ทีนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นพิษข้ามพรมแดนกัน ครับ อย่างแรกเลย ประเด็นแรกที่ต้องบังคับใช้นั่นก็คือเรื่องของการห้ามนำเข้าสินค้าที่มีที่มา จากการเผาทุกชนิดก่อน สินค้าที่มันก่อให้เกิดฝุ่นพิษเราต้องห้ามนำเข้าและมีโทษบังคับใช้กับ ผู้ที่เป็นเจ้าของครอบครอง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ส่งเสริมหรือสนับสนุนที่ก่อให้เกิด ฝุ่นพิษมายังประเทศไทย ไม่ว่าจะจากในประเทศหรือนอกประเทศ แล้วในโทษตรงนี้สิ่งที่เรา ต้องมีคืออะไร คือตัวเชื่อมระหว่างผู้กระทำผิดไปถึงบทลงโทษ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าเกิด นาย A รับจ้างให้กับนาย B ซึ่งเป็นนายหน้าตัวกลางในการจัดหาวัตถุดิบที่มีที่มาจากการเผา ต่อให้เรามีข้อกฎหมายที่ชัดเจนสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าให้ผู้กระทำการมีความผิดไว้ก่อน แต่เราก็ไม่สามารถเอาผิดไปถึงนาย A ได้ มันก็จะได้แค่นาย B เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการที่ เราจะเอาผิดได้ถึงต้นตอต้องทำอย่างไร ก็คือรายงานผู้ประกอบการในด้านของการปล่อย มลพิษทางอากาศที่ผมได้พูดมาข้างต้นนั่นเอง และตรงนี้ไม่ได้ช่วยแก้แค่เพียง PM2.5 นะครับ แต่ตรงนี้จะไปสอดคล้องกับข้อบังคับของ EU ที่ในอนาคตนั้นประเทศที่จะทำเป็นคู่ค้ากับ EU ได้ต้องมีข้อกฎหมายนี้บัญญัติอยู่ในประเทศนั้น ๆ ด้วย และนอกจากโทษทางแพ่งและทาง อาญาแล้วสิ่งที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ชัดเจนมากที่สุด นั่นก็คือเรื่องของโทษทางสังคม ผมเชื่อ ว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่านนี้ไม่ได้กลัวเรื่องของการปรับ หรือแม้แต่การจำคุกมากเท่าของ สังคมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นบุคคลผู้ประกอบการหรือองค์กรใด ๆ ที่ถูกตัดสินแล้วว่ามีความผิด เป็นต้นตอของการเกิดฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน ต้องได้รับการเปิดเผยรายชื่อ สู่สาธารณะด้วยครับ และเพื่อตอบโจทย์การ Utilize สิ่งที่เรามีอยู่แล้วเงินปรับทั้งหมดจะเข้า สู่กองทุนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้วยจุดประสงค์และเป้าหมาย นั่นก็คือเรื่องของการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นพิษ เรื่องของการสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นพิษ และการก่อมลพิษข้ามพรมแดน แล้วเรื่องของการส่งเสริมการทำงานภาคประชาสังคม ที่ขับเคลื่อนปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ส่วนในรายละเอียดเพิ่มเติมต่าง ๆ ข้อแตกต่างระหว่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคก้าวไกลกับของรัฐบาล จะมีเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายเสริมในประเด็นต่อไป และนี่คือร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษ ข้ามพรมแดนของพรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานครับ