จุลพันธ์ แจงความคืบหน้าขจัดยากจน-ปัญหาเด็กหลุดระบบ-เสนอจัดสรรที่ดินรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ย้ำการเดินหน้าภายใต้กรอบ TPMAP ตามมตินายกรัฐมนตรี พร้อมเน้นปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาและมาตรการสนับสนุนงบประมาณ 6,000 ล้านบาทเข้ากองทุนเสมอภาคทางการศึกษาในปี 2567 โดยพร้อมพิจารณาเพิ่มงบประมาณเพิ่มเติมผ่านกระบวนการแปรญัตติ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วยการนำที่ดินของกรมธนารักษ์มาจัดสรรให้ประชาชนเช่าในราคาถูกผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างความเป็นธรรมในการมีหลักแหล่งดำเนินชีวิต

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กราบขอบพระคุณท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ เมื่อสักครู่เหลือบไปดูนาฬิกาก็เลยนั่งลง จริง ๆ มีค้างอีกคำถามหนึ่ง ขออนุญาตย้อนไปตอบสั้น ๆ ในเรื่องที่ท่านถามว่าความคืบหน้าของ ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามปรัชญาหลักเศรษฐกิจ พอเพียง ศจพ. ท่านถามว่าถึงไหนแล้ว ผมต้องเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ยืนยัน ว่าการปฏิบัติงานของ ศจพ. นี้ยังจะดำเนินต่อไป โดยจะมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามกรอบว่ามีใครที่จะต้องไปบรรจุอยู่ในคณะกรรมการชุดนั้นบ้าง เข้าไปดำเนินการแล้วก็ เดินงานต่อในเรื่องของ ศจพ. เพราะว่า ศจพ. นี้ใช้เรื่องของ TPMAP ในการที่จะเข้ามา Mapping แก้ไขปัญหาความยากจนให้ตรงจุด อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรที่เป็น ประโยชน์เราเดินหน้าต่อนะครับ

ในส่วนของคำถามที่ ๒ ของท่านผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องแรก ท่านได้ชี้ช่องที่ชัดเจนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งต่อปี มีแสนกว่ารายจริง ๆ และสะสมมามหาศาลจนนับไม่ถ้วน ผมว่าเป็นล้าน ๆ คน ตรงจุดนี้ รัฐบาลก็มองเห็นประเด็นปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีถ้าท่านจำได้ว่ามีการแถลงนโยบาย หลาย ๆ ตัว แม้แต่ตอนแถลงนโยบายเรื่องของ Digital Wallet ก็ตาม วันนั้นท่านก็พูดถึง การเติมเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ราว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพูดถึงกองทุนที่เรียกว่า กองทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ก็คืออุตสาหกรรม S-CURVE พวก EV พวกเรื่องของ Semiconductor ต่าง ๆ แล้วท่านก็พูดถึงการเติมเงินเข้าไป ในกองทุนเสมอภาคทางการศึกษาเป็นการเฉพาะ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว ผ่านงบประมาณปี ๒๕๖๗ เรามีการเติมเงินงบประมาณเข้าไปที่กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งไว้ในงบประมาณปี ๒๕๖๗ แต่กระบวนการในการพิจารณางบประมาณ ที่เรากำลังค้างกันอยู่ ซึ่งผมเองต้องเรียนต่อท่านว่าเมื่อเช้าก็ยังนั่งประชุมงบประมาณนะครับ แล้วก็ลงมาตอบคำถามท่าน แล้วสุดท้ายก็คงต้องกลับไปที่ห้องกรรมาธิการงบประมาณ ก็ยังอยู่ในชั้นที่เรากำลังเริ่มพิจารณารายมาตรา ยังไม่ได้ลงคณะอนุกรรมาธิการเลย เมื่อสุดท้ายมีการปรับลดงบประมาณแล้วจะมีการแปรญัตติเพิ่มเติม ผมเป็นหนึ่งใน คณะกรรมาธิการ ซึ่งผมยืนยันว่าหากมีคำขอเข้ามาจากกองทุนเสมอภาคทางการศึกษานี้ ผมยินดีนะครับ ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการในการที่จะลงมติว่าจะให้แปรญัตติเพิ่มเติม ในส่วนงบประมาณของกองทุนหรือส่วนงานใด อันนี้ก็ยินดีนะครับ

ส่วนปัญหาเรื่องของที่ดินที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็น แนวความคิดของรัฐบาลในการที่จะออกโฉนด ๑๐ ล้านไร่ ถ้าท่านจำได้นะครับ เรามีใน นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ เราก็จะเดินหน้าในเรื่องของโฉนดที่ดินทำกิน ในเรื่องของ กรมธนารักษ์เอง ก็มีแนวคิดในเรื่องของการที่จะมอบที่ดินเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนั้น เช่นเดียวกัน ในการที่จะมอบที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนที่จะดำเนินการแล้ว และกำลังทำอยู่ และใกล้จะเสร็จ ก็คือในเดือนมกราคมนี้จะมีที่จังหวัดอุดรธานีเป็นโครงการนำร่องที่หนองวัวซอ เป็นการเอาที่ดินทหารคืนมาให้กับกรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ไปให้กับพี่น้องประชาชน เช่าใช้ในราคาที่ถูกมากเพื่อที่จะทำการเกษตร เพื่อที่จะเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ดินซึ่งเคยมี ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐ เราก็แก้ไขปัญหา นอกจากนั้นยังมีที่ดินอีกจำนวนมาก ที่ดินกรมธนารักษ์มีราว ๑๐ กว่าล้านไร่ ส่วนใดที่จะสามารถเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนในการสร้างรายได้ ในการสร้างอาชีพ ในการเป็นที่อยู่อาศัย เรายินดีที่จะทำให้ใน ราคาที่มีความเหมาะสม ปัญหาที่ท่านได้ชี้มาเป็นเรื่องของที่ดินกรมธนารักษ์กับพื้นที่ การเคหะแห่งชาติ ผมรับเป็นโจทย์ที่จะไปปรับในเรื่องของอัตราราคาเพื่อให้มันเป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชนที่เข้ามาเช่าอยู่ แล้วก็เล่าสู่กันฟังกับท่านว่าขณะนี้เราได้ทำงานกับหลาย ส่วนงาน แม้แต่กรุงเทพมหานครเองเราก็มีการพูดคุย กรุงเทพมหานครมีปัญหาของ Low Cost Housing คือบ้านราคาถูกให้กับคนกลุ่มที่ไม่มีรายได้นัก สิ่งที่เราทำก็คือ การพูดคุยกันกับกรมธนารักษ์ คุยกับทางท้องถิ่น เช่นกรุงเทพมหานครในการที่จะวางแผน เอาพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่มีอยู่ไปทำบ้านให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ โดยผ่านบริษัทธนา รักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด แล้วก็จะให้ทางท้องถิ่นเป็นผู้ชำระเงินรายปี ก็คือการผ่อนคืน ให้กับบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ในขณะเดียวกันท้องถิ่นสามารถเอาพื้นที่รวมถึง อาคารที่เกิดขึ้นนี้ไปส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตน ให้พี่น้องประชาชนสามารถ เช่าอยู่ได้ในราคาถูก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นกลไกที่เรากำลังพูดคุยกันมาถึงผมว่า ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็จะเดินหน้าโดยเร็วน่าจะจบภายในปีนี้ถ้าเกิดขึ้นได้ ก็เป็นอีกหนึ่ง กลไกที่เรามองว่ากลไกของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นส่วนงานใดก็ตาม จับมือกันแล้วก็ช่วยกัน ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่าง ครบวงจร แต่หากเราร่วมมือกัน รวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติที่อยู่ในห้องนี้ด้วยนะครับ การแก้ไขปัญหาของประชาชนก็คงจะลุล่วงได้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ สำหรับคำแนะนำข้อเสนอแนะ ซึ่งผมเองก็รับใส่ใจไว้ แล้วก็จะนำไปปฏิบัติแก้ไข ให้ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ