จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นลดรายจ่ายประชาชนผ่านการควบคุมราคาสินค้าและพลังงาน พร้อมส่งเสริมรายได้ด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น หนึ่งครอบครัวหนึ่งศักยภาพ และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและการดึงดูดนักลงทุน รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบด้วยการเจรจาลดภาระหนี้และสนับสนุนกลไกการเงินเฉพาะกิจ พร้อมเรียกร้องปรับปรุงข้อมูลผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กราบขอบพระคุณสำหรับคำถามของท่านจุติ ไกรฤกษ์ เป็นโอกาสที่ทางรัฐบาลจะได้ชี้แจง ทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก รวมถึงพี่น้องประชาชนในเรื่องของกลไกในการแก้ไขปัญหา ความยากจนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จริง ๆ แล้ว คำถามของท่านนี้เต็มไปด้วยคำตอบ สำหรับผมที่จะใช้ในการที่จะอภิปรายเล่าสู่กันฟังกับท่าน เพราะว่าท่านได้มองเห็นถึง ปมปัญหาในหลาย ๆ จุดเป็นอย่างดี ซึ่งกราบขอบพระคุณในเบื้องต้นก่อน
ประการแรกเลย ท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจในการไปจังหวัดเชียงใหม่ ไปดู ในเรื่องของปัญหาหมอกควัน ซึ่งก็ได้เดินทางขึ้นไปเมื่อวานนี้ วันนี้มีภารกิจต่อเนื่อง ก็เลยได้ มอบหมายให้ผมเป็นตัวแทนในการมาตอบถึงประเด็นปัญหาในเรื่องการแก้ไขปัญหาความ ยากจนของท่าน ผมเรียนด้วยความเคารพ เริ่มด้วยการที่จะอธิบายหลักคิด ซึ่งน่าจะเข้าใจ ตรงกันโดยที่ไม่ยากนัก ในเรื่องของหลักคิดในการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น แน่นอนว่า มันก็คือการเพิ่มรายได้การลดรายจ่าย แล้วก็การแก้ไขปัญหาด้านหนี้สิน ซึ่งรัฐบาลนี้ มีธงหลักที่ชัดเจนในการดำเนินภารกิจในแต่ละด้านที่ผ่านมาแล้ว อย่างเช่นในเรื่องของ การลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน คือการลดรายจ่ายนั้นเรามีทั้งกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินภารกิจในการควบคุมราคาสินค้า ซึ่งมีความจำเป็นกับพี่น้องประชาชนอย่างเคร่งครัด ในช่วงที่ผ่านมานี้ท่านจะได้เห็นว่าแทบจะไม่มีประเด็นปัญหาในเรื่องของราคาอุปโภคบริโภค ที่มันถีบตัวสูงขึ้นจนเกินกว่าจุดที่เหมาะสมนะครับ ในเรื่องของราคาพลังงานเองต้องกราบขอบพระคุณไปยังท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ด้วยนะครับ เพราะว่าท่านได้ดูแลในเรื่องของราคาพลังงานให้เป็นไปตามกรอบที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มอบหมาย โดยที่เราได้ตรึงราคาในเรื่องของน้ำมัน แล้วก็ราคาไฟฟ้า โดยราคาไฟฟ้านี้ในช่วงต้นที่เป็นรัฐบาล คือไตรมาส ๔ เดือนสุดท้ายของปี ๒๕๖๖ สามารถกำหนดราคาได้อยู่ที่ ๓.๙๙ บาท ราคาของรอบใหม่สุดท้ายน่าจะจบประมาณ ๔.๑๐ บาทเศษ เป็นราคาที่มีความเหมาะสม แล้วก็ไม่เป็นภาระจนเกินไปกับพี่น้องประชาชน และสามารถสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเอกชนไทยในการที่จะไปต่อสู้ ในตลาดโลกได้ ในการที่จะดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศด้วย อันนี้เป็นกลไกในการลด ภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรายืนยันว่าหลักคิดของรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นเรายัง จะตรึงในเรื่องของราคาค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปแน่นอนครับ และเราจะเข้า ไปปรับแก้ในเรื่องของโครงสร้าง เช่นโครงสร้างราคาพลังงานต่าง ๆ เพื่อให้ไม่เป็นภาระต่อ งบประมาณของรัฐในระยะยาว แต่เราจะสามารถดูแลพี่น้องประชาชนให้อยู่ในค่าครองชีพ ที่มีความเหมาะสมต่อไป นอกจากนั้นเรายังดูในด้านรายได้ ด้านรายได้ก็แน่นอนครับ วันนี้ ถ้าท่านได้ติดตามท่านจะเห็นโครงการ เช่นเรื่องของโครงการ Soft Power นะครับ Soft Power นี้พวกผมไม่มานั่งถกเถียงนะครับ สรุปว่าคำจำกัดความของ Soft Power คืออะไร อาจจะมีการถกเถียงในสังคมบ้าง แต่ว่าสำหรับพวกผมนี้ถ้าจะให้เล่าสู่กันฟังผ่านไป ยังท่านเองนี้ Soft Power โครงการนี้ ๑ ครอบครัว ๑ Soft Power ในเบื้องต้นตอนคิด นโยบายนี้คิดกันไปถึงว่าสรุปจะชื่ออะไรกันแน่ เพราะเราก็รู้ว่าคำว่า Soft Power มันมี ข้อจำกัด Limit ของตัวคำนี้มันมี เราก็คิดถึงเรื่องของคำว่า ๑ ครอบครัว ๑ ศักยภาพ ถ้าคำนี้ อาจจะเข้าใจชัดเจนขึ้น เพราะอะไร เพราะเราต้องการที่จะดึงศักยภาพของคนไทยออกมา อย่างน้อยครัวเรือนละ ๑ คน เพื่อที่จะสร้างรายได้ใหม่ให้กับเขา เพราะฉะนั้นชื่อจะเป็นอะไร ก็ตามไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่หัวใจของมันอยู่ที่การสร้างรายได้ใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านอาจจะมีอาชีพอยู่แล้วรับจ้างขับรถเป็น Rider หรืออาจจะทำกับข้าวขาย แต่เรากำลังจะ สร้างช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ ๆ เพื่อที่จะเพิ่มรายรับให้กับพี่น้องประชาชนในแต่ละ ครอบครัวเรือน ซึ่งกลไกนี้เป็นกลไกสำคัญ เรามีแนวคิดที่จะเพิ่มรายได้ต่อหัว แล้วสุดท้ายนี้ เรามุ่งเป้าไปสู่การพ้นจากกับดักของการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
ในเรื่องของรายได้เองนั้นยังมีกลไกอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว เช่นเรื่องของการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ วันนี้จะเห็นได้ว่าภาคบริการกลายเป็นหัวใจ หลักในการที่จะค้ำชูระบบเศรษฐกิจของไทย ต้องยอมรับความจริงว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ รัฐบาลนี้เข้ามาจนถึงปัจจุบันนี้ ในภาคการผลิตนี้ ถ้าไปดูกราฟหัวยังดิ่งอยู่นะครับ หมายความว่าอัตราการผลิตนี้ยังไม่สูงนัก แต่การบริโภคที่มีอยู่รวมถึงการที่ GDP ยังพอ เติบโตได้บ้าง ถึงแม้จะต่ำกว่าศักยภาพก็ตาม ทั้งหมดมันประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญหลายสิ่ง และหนึ่งในนั้นก็คือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันนโยบาย เช่นเรื่องของการเปิด Visa Free ให้กับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย เป็นต้น จะเห็นได้ว่าประเทศเหล่านี้เป็นประเทศใหญ่ที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้า มายังประเทศไทยเพื่อมาจับจ่ายใช้สอยเป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นใน ระยะกลางและระยะยาวเรามีโครงการในการที่จะผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสุดท้ายมันก็จะสะท้อนไปยังพี่น้องประชาชนผ่านการเป็น รายได้ เพราะมีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจก็เป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ต้องเรียนว่า กลไกหนึ่งที่ทำก็คือ ในเรื่องของการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ถ้าท่านจำได้ในช่วงของ การอภิปรายงบประมาณก็จะมีการนำสไลด์ขึ้นมาหลายครั้ง เป็นตัวเลขเป็นจำนวนของ นักลงทุนต่างชาติบริษัทใหญ่ ๆ ดัง ๆ จากทั่วโลกที่เขาพร้อมที่จะนำเม็ดเงินมาลงทุนใน ประเทศไทย ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นความพยายามของท่านนายกรัฐมนตรีที่เดินทางไป ต่างประเทศและไปพบกับบริษัทเอกชนเหล่านั้นด้วยตนเอง กลไกเหล่านี้เมื่อเข้ามาสู่ประเทศ ไทยแล้วในระยะเวลาข้างหน้าก็จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียน เกิดการลงทุน เกิดการจ้างงาน เกิดอาชีพใหม่ ๆ สร้างเป็นเงินรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งนี่เป็นกลไกที่จะสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับพี่น้องประชาชนมีเงินเติมเข้ามาในกระเป๋า ที่มากขึ้น และสามารถที่จะไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโต
สุดท้ายก็คือในด้านของหนี้สิน ผมต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านผู้สอบถามนะครับ ด้านหนี้สินนี้ถ้าท่านจำได้เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเองในการ Kick off โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ประชาชนอย่างครบวงจร แยกหลักคิดง่าย ๆ เป็น ๒ ส่วน ๑. ก็คือหนี้นอกระบบกับหนี้ใน ระบบ ถามว่าทำไมต้องแยก เพราะว่ากลไกในการบริหารจัดการมีความแตกต่างครับ หนี้นอกระบบเราทราบกันดีในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าหนี้นอกระบบนี้มัน กัดกินกัดกร่อนสังคมไทย ในช่วงที่มีการเดินทางไปยังจังหวัดน่านกับท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูในเรื่องของปัญหาการแก้หนี้นอกระบบ พร้อมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยด้วย ได้พบกับพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร้องเรียนเราได้เห็นถึงสภาพความเป็นจริง ที่พี่น้องประชาชนไปกู้หนี้ยืมสินแล้ว ประกอบอาชีพแล้วเจอดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๕ ต่อวันก็ยังมี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตัวเลขที่เราน่าตกใจ มีการกู้ยืมเงินเป็นตัวอย่างที่นำเสนอ กับท่านนายกรัฐมนตรีมาว่ากู้ยืมเงินราว ๘๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ใช้หนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยังคงจะต้องชำระเป็นรายวัน รายเดือนต่อไป รายวัน ยังต้องจ่ายออกไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะไปโปะดอกเบี้ยที่มันหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงต้องมี กลไกที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยการผ่านทางฝ่ายปกครองและฝ่ายความ มั่นคง ก็คือตำรวจและฝ่ายมหาดไทย ทั้ง ๒ ส่วนนี้เข้ามาช่วยในการเจรจาความ หารือ หาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้เป็นสินเหล่านี้ สุดท้ายเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ แน่นอนครับว่ามีจำนวนมากที่ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาแล้วก็ขั้นตอนในการที่เราจะไป ตรวจสอบความแม่นยำของข้อมูลที่มาแจ้ง ของพี่น้องประชาชนที่มาแจ้ง ๒. ก็คือมีพี่น้อง ประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้มาแจ้งกับรัฐ อาจจะรอทีท่า อาจจะรอดูความมั่นใจว่า ภาครัฐจะสามารถดูแลในเรื่องของความปลอดภัย จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับเขาได้จริง หรือไม่ แต่วันนี้เราได้ทำให้เห็นแล้วว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ เราสามารถมอบความเป็น ธรรมให้กับพี่น้องประชาชนได้ เราสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ เพราะกลุ่มหนี้สินที่มี การเจรจาความกันโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถตัดทอนภาระหนี้ลงไปได้ไม่ต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือหนี้สินนอกระบบ หนี้สินในระบบเองก็มีกลไกผ่านทางภาครัฐจำนวนมาก ที่เราจะลงไป ทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังเหล่านี้มีความพร้อม ในการที่จะเข้าไปรองรับหนี้สินของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มของข้าราชการ เช่น กลุ่มหนี้ครู กลุ่มหนี้ของพยาบาล กลุ่มหนี้ของตำรวจ นอกจากนั้น เรายังมีกลไกอื่น ๆ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือรองรับ ทั้งเรื่องของ PICO Finance Nano Finance ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่เราจะใส่เข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของหนี้สินให้กับคนในกลุ่มต่าง ๆ วันนี้ตัวเลขหนี้ถ้าท่านได้ติดตามข่าวสาร ท่านดูในเรื่องขององค์กรก็คือ เครดิตบูโรได้มี การนำเสนอต่อสังคมเมื่อ ๒ วันก่อน ตัวเลขหนี้สินที่เป็น NPL อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง สำหรับภาครัฐ เราดูด้วยความเป็นห่วง มันอยู่ในวิกฤติที่เรียกว่าพี่น้องประชาชนติดหนี้ติดสิน แต่ว่าไม่มีกำลังซื้อ ไม่มีกำลังมาชำระ ไม่มีรายได้ใหม่ ๆ มาช่วยเหลือตัวเอง ตรงนี้เป็นสิ่ง ซึ่งน่าเป็นห่วงและเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับรัฐบาลที่เราจะต้องไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม นอกจากนั้นผมต้องเรียนต่อท่าน นอกจากที่เราจะ เริ่มของการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แล้วก็ลดหนี้สินของพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหาสำคัญ ของกลไกในการแก้ไขปัญหาเรื่องความยากจนนั้นคือความแม่นยำของข้อมูล ยกตัวอย่าง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เป็นต้นมาเรามีกลไกที่จะเข้าไปดูเรื่องของคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ของผู้ที่ผ่าน คุณสมบัติแล้วก็ต้องมายืนยันตัวตนเพื่อที่จะเข้าโครงการที่เรียกว่า โครงการที่เป็นผู้มีรายได้ น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะครับ ณ วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ข้อมูลเหล่านี้ก็ยังมีการ Update อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาล ชุดปัจจุบันก็ให้ความสำคัญว่าเรามีความจำเป็นจะต้องเข้าไป Update เพราะข้อมูลลักษณะนี้ จะต้องเรียกว่ามีความ Dynamic ของมัน มันมี Dynamic มีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สามารถพ้นจากความยากจน กลุ่มคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือ ตกเข้าไปอยู่ในกลุ่มความยากจนเพิ่มเติม ตัวเลขเหล่านี้มีการเคลื่อนไหว ประชาชนกลุ่มนี้มี การเคลื่อนย้ายจากกลุ่มหนึ่งไปกลุ่มหนึ่งนี้ตลอดเวลา ซึ่งภาครัฐเองต้องคอยติดตามอย่าง ใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ยื่นมือเข้าไปแก้ไขปัญหา เรื่องของสวัสดิการ เป็นสิ่งสำคัญรัฐบาลชุดนี้ก็เห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชน นโยบายในอดีตที่ได้เคยทำมาบางตัวเราก็ยังทำอยู่ เช่น เรื่องของการเติมเงินเข้าไปยังบัตร สวัสดิการนี้ก็ยังมีเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มยากไร้จะสามารถ ประคับประคองชีวิตได้ เมื่อท่านเป็นคนถามนะครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ เป็นคนถามนี้ ผมก็ขออนุญาตโยงไปอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่มิติของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมจะพูดถึงเรื่องของ Digital Wallet นะครับ พูดกับท่านน่าจะเข้าใจได้ง่าย หมายความว่า อะไร เพราะว่าท่านเป็นหนึ่งในผู้รู้ในเรื่องของนโยบายของรัฐในเรื่องของการบริหารจัดการ ภาครัฐ Digital Wallet ถ้าพูดถึงมุมของการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเติมเงินให้กับพี่น้อง ประชาชนอันนี้เข้าใจได้ง่าย แต่กลไกหนึ่งที่สำคัญแล้วก็เป็นหลักคิดสำคัญของเรื่อง Digital Wallet นั้นคือโครงการนี้มีฐานข้อมูลประกอบไปด้วยระบบที่เรียกว่า Blockchain Blockchain นี้หมายความว่า เป็นระบบที่จะสามารถบันทึกข้อมูลการดำเนินการ การไหลเวียน ของเม็ดเงินได้อย่างชัดเจน แล้วท่านลองนึกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้คืออะไร ด้วยนโยบาย นี้จะเป็นในครั้งแรกของประเทศไทย หรือของโลกก็ว่าได้ที่เราจะสามารถเห็นถึง การเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินเมื่อรัฐบาลนี้เข้าไปอุดหนุนเรื่องของสวัสดิการให้กับประชาชน เราทำนโยบายกันมากครับ รัฐบาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เราสงสัยกันมาโดยตลอด ก็คือเรื่องว่าสุดท้ายแล้วเม็ดเงินมันไหลไปอยู่ที่ใคร บางคนก็บอกว่าไหลไปอยู่กับเจ้าสัว บางคนก็บอกว่าไหลไปอยู่กับพี่น้องประชาชนที่เป็นรากหญ้า อันนี้เป็นคำถามที่เราก็ได้แต่ ถกกันและพูดกันโดยที่ไม่มีข้อมูลที่ชี้ชัด หลายคนก็บอกว่าเม็ดเงินที่ลงไปแล้วแจกเงิน ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เข้าไปที่พี่น้องประชาชน สุดท้ายแล้วมันเกิดการหมุนเวียน เปลี่ยนผ่าน เกิด Multiplier เกิดการหมุนเวียนในเศรษฐกิจกี่รอบ กี่ครั้ง ก็มีผลงานทาง วิชาการทำการศึกษา Study กันออกมากี่ครั้ง กี่หน ก็มีตัวเลขตั้งแต่จุด ๐.๘ ๐.๙ ๐.๔ ไปถึง ๑ กว่า ๆ สุดท้ายนี้มันก็ได้แต่เป็นตัวเลขทางวิชาการ ซึ่งไม่มีอะไรที่ชี้วัดได้ชัดเจน แต่ครั้งนี้ด้วยกลไกที่บอกว่ามี Digital Wallet และมี Blockchain อยู่ข้างหลังนี้ มันจะเป็น กลไกแรกที่เราจะสามารถชี้ชัดได้ว่าเมื่อรัฐบาลเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet ให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว คนแรกเขาไปซื้ออะไร คนที่ ๒ เขาไปใช้เมื่อไร คนที่ ๓ จ่ายไป ที่ไหน เงินไหลเวียนอย่างไร เราจะเห็นโครงสร้างทั้งหมดของการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการที่ภาครัฐใด ๆ ก็ตาม ใครมาเป็นภาครัฐนี้จะใช้ ในการออกแบบ ใช้ในการวิเคราะห์ ใช้ในการวางแผนด้านนโยบายการสร้างรัฐสวัสดิการ ให้กับพี่น้องประชาชนในอนาคต ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญครับ นอกจากนั้นยังมีกลไกในเรื่อง ของการที่มีข้อจำกัดในการใช้ เช่น เรื่องของขอบเขตพื้นที่ เช่น เรื่องของว่าห้ามใช้ซื้ออะไร และไม่ให้ใช้ซื้ออะไร เหล่านี้จะเป็นกลไกที่สำคัญในการที่นโยบายของรัฐในอนาคต โดยเฉพาะในการที่เราจะเข้าไปทำสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชน มันจะสามารถ Direct สามารถกำกับได้ว่าสุดท้ายแล้วเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ภาครัฐดำเนินการผ่านไปให้กับ พี่น้องประชาชนนั้น ในทางใดทางหนึ่งก็ตาม จะเกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามเป้าหมาย ที่รัฐบาลได้ตั้งหวังเอาไว้ทุกประการ ขอบพระคุณครับ