อนุชา จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหากว่าเกษตรกรผลไม้ ยันร่วมมือทุกภาคส่วนดูแลตลาดส่งออก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗

อนุชา นาคาศัย หารือปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยเฉพาะผลไม้และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นเพียงชั่วคราว และนำเสนอข้อมูลสถิติพื้นที่ปลูกผลไม้ทั่วประเทศพร้อมยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯ และพาณิชย์ได้ร่วมมือกันดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อแก้ปัญหาตลาดและการส่งออก

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านพงษ์มนู ทองหนัก ขออภัยที่เอ่ยนาม จากที่ท่านได้กล่าวมานั้นเป็นปัญหาของประเทศเราจริง ๆ ครับไม่ไกลเกิน สิ่งที่ท่านพูดเลยครับ เป็นปัญหาหลักของประเทศเราในเรื่องของพี่น้องที่มีอาชีพเป็น เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเกษตรกรในทุกรูปแบบ ถ้าหากว่าเป็นพืชผลจาก การเพาะปลูกนั้นเราจะได้เห็นว่าพืชผลจากการเพาะปลูกนั้นอยู่ในกลไกของตลาดอยู่ในมือ ของพ่อค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผลผลิตที่เกิดจากเกษตรนั้นหากเก็บเกี่ยวขึ้นมา พ่อค้าทุกประเทศ ทุกที่ในโลกใบนี้ก็พยายามที่จะกดราคาสินค้าเกษตร เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อท่านเก็บเกี่ยวมาอยู่ในมือของตลาดแน่นอน เพราะมันเก็บแล้วมันเก็บไม่ได้ มันเน่า มันเสีย มันบูด มันเปื่อย นี่คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรต้องเวียนว่ายเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามช่วยในสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดนะครับ ทางมังคุดนี้ใน ส่วนที่ท่านกราบเรียนมาเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาตอนที่เข้าเป็นรัฐมนตรีใหม่ ๆ ก็ได้เข้าไป แก้ปัญหามังคุดที่ภาคใต้ที่ท่านบอกว่าเอาไว้กองกลางถนนเรื่องจริงครับ ราคามังคุดตกต่ำ ที่ต้องไปแก้ไขโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่วนหนึ่ง ซึ่งมี Food Broad แล้วก็กระทรวง พาณิชย์ส่วนหนึ่งที่มีหน้าที่ทำการขายผลผลิตสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลไม้นั้น ก็ช่วยกันในการเร่งระบายเพื่อที่จะให้ผลผลิตนั้นได้มีราคาที่ดีขึ้นจนสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรต้องถือว่าเฉพาะหน้า จริง ๆ ตามที่ท่านพูดเป็น การเฉพาะหน้าที่ทางรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านเล็งเห็นในเรื่อง ของผลไม้ชนิดต่าง ๆ ว่าส่วนของรัฐบาลนั้นมีวิธีการที่จะดำเนินการอย่างไรหรือไม่นั้น ผมเชื่อมั่นว่าทุกรัฐบาลหรือทุกท่าน รวมทั้งพวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงเห็น ในทิศทางเดียวกันว่าจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านกล่าวมาว่าลำไยได้รับการดูแลนั้นก็เป็นอย่างที่ท่านพูด ว่าลำไยเมื่อปี ๒๕๖๓ นั้นได้รับการชดเชยลำไย ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ซึ่งตรงนี้ เป็นมาตรการ แต่ไม่ใช่เป็นมาตรการที่มีมาโดยตลอดนะครับ เป็นมาตรการชั่วครั้งชั่วคราว แล้วผมอยากจะเรียนถึงสถิติของจำนวนประชากรที่ทำพืชสวนต่าง ๆ สวนผลไม้ ทุเรียน มีครัวเรือนทั้งสิ้น ๑๖๕,๐๐๐ ครัวเรือน มีทั้งสิ้น ๒๓๐ แปลง รวมเนื้อที่ทั้งหมด ๑ ล้านไร่ เงาะมีทั้งสิ้น ๒๗,๐๐๐ ครัวเรือน มังคุดมีทั้งสิ้น ๖๗,๐๐๐ ครัวเรือน ลองกองมีทั้งสิ้น ๓๓,๐๐๐ ครัวเรือน ลิ้นจี่มี ๖,๙๐๐ กว่าครัวเรือน ลำไยมีทั้งสิ้น ๑๖๖,๐๐๐ ครัวเรือน ๒๘๓,๐๐๐ แปลง รวมเนื้อที่ ๑,๒๒๓,๐๐๐ ไร่ มะม่วง ๖๔,๗๗๓ ไร่ นี่คือสถิติข้อมูลในเรื่อง ของผลไม้ที่เรามีอยู่ภายในประเทศ และในส่วนของลำไยนั้นเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างมีความ อ่อนไหวในเรื่องของการเก็บผลผลิต เพราะว่าผลผลิตนี้มีอายุการเก็บที่สั้นมาก ๆ เพราะฉะนั้นในการที่ดำเนินการของลำไยซึ่งเป็นผลผลิตค่อนข้างเป็นพืชเศรษฐกิจทาง ภาคเหนือมาโดยตลอด เราต้องยอมรับว่าลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคเหนือ ซึ่งมากกว่า ตัวอื่น ๆ ซึ่งมีทุเรียนปัจจุบันกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจของเกือบทุกภาคที่ต้องพยายามดูแล นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้นั้น มีผลผลิตมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ รัฐบาลนั้นได้พยายามดำเนินการใน หลากหลายมิติ ทั้งในระยะก่อนเก็บเกี่ยวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ แต่คงไม่ถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขายเสียเป็นส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับเรื่อง ของการเพาะปลูก การลดต้นทุน การส่งเสริมความรู้หรือมาตรฐานในการผลิต ซึ่งมีตั้งแต่ ระยะก่อนเก็บเกี่ยวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ส่งเสริมการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลอย่างนี้เป็นต้น ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ดำเนินการชี้เป้าแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพ ส่งเสริมการบริโภคและประชาสัมพันธ์ ป้องปรามผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ส่งเสริมการแปรรูป ส่งเสริมการรวบรวมคัดแยก และจัดชั้นคุณภาพของผลผลิต รวมทั้งการจัดระบบตรวจสอบย้อนกลับและส่งเสริม การเข้าถึงแหล่งผลิตคุณภาพโดยกระทรวงพาณิชย์นั้นดำเนินการสนับสนุนในเรื่องของ การกระจายสินค้าผลผลิต จัดทำข้อมูลกำกับดูแลสถานประกอบการ ผลักดันการส่งออก ส่งเสริมการเปิดตลาดต่างประเทศแห่งใหม่ ๆ และส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิต ระยะหลังเก็บ เกี่ยวผลผลิตนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินงานตามมาตรการข้างต้นเพื่อ ประเมินผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมด้านการผลิตและการตลาด เพื่อปรับปรุงและกำหนด แนวทางการพัฒนาสำหรับปีต่อ ๆ ไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ในการดูแล ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางการพัฒนาผลไม้ ปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ ซึ่งประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน แล้วก็มีมาตรการใหม่ ๆ ในปีนี้ มีมาตรการ ๖ ด้าน ๒๔ แผนงาน เป้าหมาย ๙๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งเป็นมาตรการที่กำลังจะออก มาแล้วกำลังจะผ่าน Food Board ซึ่งถือว่ากำลังเตรียมแผนการระยะยาวเพื่อดูแลผลผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ที่เตรียมดูแลให้กับพี่น้องเกษตรกรตามข้อห่วงใยของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ แผ่นดินของเรา ความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรซึ่งขาดคนเหลียวแลหรือขาดคนดูแล อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นท่านคือเสียงสะท้อนที่ดี เสียงสะท้อนของสังคมที่จะส่งผลไปสู่ให้ พี่น้องเกษตรกรนั้นได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็มาเป็นกำลังหลักของแผ่นดิน เพราะเป็นคนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน ถ้าพวกเขามีเงิน คนค้าขายลูกหลานไทยก็สามารถที่จะ ค้าขายต่อยอดในเรื่องของกำลังเม็ดเงินที่เกิดจากดิน เกิดจากน้ำ เกิดจากหญ้าให้กับ ประเทศนี้ได้มีความเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านพงษ์มนูเป็นอย่างยิ่งนะครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณมากครับ